
29 มีนาคม 2569 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช ได้โพสต์คลิปพร้อมข้อความลงบนเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง”
ผมเคยมีข้อเสนอต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ตั้งแต่เกิดวิกฤติการสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศอิหร่าน ซึ่งหลังจากนั้นได้เกิดความตึงเครียด และเกิดวิกฤติพลังงานเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขาดแคลนน้ำมัน และราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น ได้นำเสนอว่า รัฐบาลควรจัดตั้งโต๊ะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย โดยนายกรัฐมนตรีนำทีม ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและซีอีโอบริษัทปตท. เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในสถานะของพลังงานว่า ประเทศมีน้ำมันเพียงพอให้บริการประชาชน และราคาน้ำมันจะขึ้นลงอย่างไร
จนปล่อยให้เวลาผ่านมาเรื่อยๆ รัฐบาลก็ใช้วิธีการต่างคนต่างพูด ต่างคนต่างให้สัมภาษณ์ แสดงความเห็นกันจนประชาชนสับสน และไม่มีความเป็นเอกภาพในการให้ข่าวในการชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อไม่ให้ประชาชนสับสน จนถึงเมื่อวานนี้ (วันที่ 28 มีนาคม 2569) นายอนุทินและคณะได้จัดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ถึงแผนรับมือวิกฤตพลังงาน ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์รวมกันเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย นับว่าเป็นเรื่องที่ดี มาช้าดีกว่าไม่มา และอยากจะเสนอให้รัฐบาลได้ทำแบบนี้ เมื่อเกิดวิกฤตหรือเกิดเหตุการณ์ที่อยากจะสื่อสารกับประชาชนโดยตรง
การแถลงเรื่องแผนการรับมือวิกฤตพลังงาน
ซึ่งนายอนุทินได้กล่าว “ขออภัย ต้องขอโทษพี่น้องประชาชน ในความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นจากการบริหารราคาน้ำมัน ทุกฝ่ายได้ทุ่มเทความพยายามอย่างสุดความสามารถ” เมื่อนายอนุทินยอมรับผิด ยอมขอโทษต่อความปั่นป่วนที่เกิดขึ้น ต่อเหตุการณ์ที่น้ำมันขาดแคลน ประชาชนต้องหิ้วถัง แกลลอนไปรอเติมน้ำมันที่ปั๊ม คำขอโทษของนายอนุทิน ถ้าหากจะเปลี่ยนเป็นคำมั่นสัญญาว่า ตั้งแต่นี้ไปรัฐบาลจะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวังในเรื่องพลังงาน จะมีน้ำมันให้ประชาชนใช้บริการโดยไม่ขาดแคลน และจะควบคุมราคาน้ำมันให้เป็นธรรมที่สุด จะเป็นการดีกว่าคำขอโทษ
สำหรับคำแนะนำให้ประชาชนประหยัดพลังงาน
ซึ่งนายอนุทินกล่าวว่า “คนไทยมี 10ล้านครอบครัว หากประหยัดน้ำมันครอบครัวละ 1 ลิตรต่อวัน ประเทศก็จะประหยัดทันที 10ล้านลิตรต่อวัน หรือ 400 ล้านบาทต่อวัน” ความปรารถนาดีของนายอนุทิน ต้องการให้ประชาชนมีความประหยัด โดยเฉพาะการประหยัดน้ำมัน ซึ่งอยู่ในภาวะวิกฤต ก็ต้องเรียนว่า ประชาชนพร้อมที่จะประหยัด เพียงแต่ในขณะนี้ ไม่ประหยัดก็เหมือนประหยัด เพราะประชาชนใช้ชีวิตอยู่ด้วยความลำบากอย่างถ้วนหน้า ยิ่งน้ำมันแพง ข้าวของแพง สินค้าอุปโภคบริโภคที่ประชาชนต้องใช้ และมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตแพงขึ้นเรื่อยๆ ประชาชนไม่ประหยัดก็เหมือนประหยัด
เพราะฉะนั้นประชาชนรู้ตัวดีว่า ต้องทำอย่างไรในสถานการณ์เช่นนี้ จึงทำให้ประชาชนส่วนหนึ่ง นึกถึงคำกล่าวหาเสียงของนายอนุทินที่บอกว่า “รวยไม่ไหวแล้ว รวยไม่ไหวแล้ว ไม่มีที่เก็บตังค์แล้ว” ตอนนี้ประชาชนกำลังอุทานว่า “อยู่ไม่ไหวแล้ว จนไม่ไหวแล้ว และไม่มีเงินที่จะเก็บ ไม่มีเงินที่จะใช้เลย” ฝากมายังนายอนุทิน ซึ่งกำลังนำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้าบริหารประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘เอกา โกลบอล’ แกร่ง!ฝ่าวิกฤตพลังงานโลกยันไร้ผลกระทบ
“เอกา โกลบอล” แกร่ง! ฝ่าวิกฤตพลังงานโลกยอดขายบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหารไม่สะดุด ลูกค้ามั่นใจซัพพลายเชนตอกย้ำผู้นำกระแสตอบรับงาน ProPak Asia 2026 ทะลุเป้า
ศธ.เร่งถอดบทเรียนเหตุรุนแรงสกลนคร!
ศธ.เร่งช่วยเหลือครูผู้ประสบเหตุรุนแรงในสกลนคร ย้ายไปช่วยราชการในภูมิลำเนาเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจ ควบคู่กับการนำเด็กผู้ก่อเหตุเข้าสู่กระบวนการประเมิน บำบัด และฟื้นฟูอย่างเหมาะสม
'ศิริกัญญา' ยื่นผู้ตรวจการฯ สอบรัฐบาลถังแตก ใช้เงินกู้แก้วิกฤตพลังงานโปะรายจ่ายประจำ ชี้ผิดวินัยการคลัง-ละเมิดรธน.
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน เข้ายื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ตรวจสอบรัฐบาลในกสรใช้เงินกู้ไปกับงบรายจ่ายประจำส่อผิดกฎหมาย ว่า ตนมายื่นเรื่องร้องเรียนกับผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ยื่นเรื่องไปที่ศาลปกครอง ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติ ครม.อนุมัติ โครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในส่วนที่อนุมัติเงิน 18,800 ล้านบาท เพื่อใช้ในสวัสดิการตามปีงบประมาณ 2569 ตลอดปี
'เทพไท' เตือนระวังระบบอากง จุดติด?
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” ระบุว่า ระวัง ระบบอากง จุดติด?
อ.อัจฉราวดี ฝากถึง 'เอกนัฏ' อย่าล้มมวยแก้ราคาน้ำมัน
อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล วิปัสสนาจารย์ชื่อดัง ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกล่าวถึงนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ต่อการแก้ปัญหาพลังงาน โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน การดำเนินคดีไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน โดย อ.อัจฉราวดี ระบุว่า หากปล่อยให้การแก้ปัญหาบ้านเมือง
คนกรุงไม่เลือกผู้สมัครสังกัดพรรค ส่ออันตรายประชาธิปไตย
ชำแหละนิด้าโพล คนกรุงเลือกผู้สมัครอิสระ จากกระแส 'ชัชชาติฟีเวอร์' สะท้อนพรรคการเมืองอ่อนแอ สัญญาณอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย

