
3 ก.ค. 2569 – ผู้สื่อข่าวจังหวัดมุกดาหารรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ที่ผ่านมา นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) เดินทางลงพื้นที่จังหวัดมุกดาหารเป็นการด่วน เพื่อติดตามเหตุการณ์เด็กชายอายุ 10 ปี ขับรถยนต์ของญาติออกจากบ้านก่อนประสบอุบัติเหตุชนพระธุดงค์จนมรณภาพ จำนวน 10 รูป ซึ่งสร้างความสะเทือนใจแก่ประชาชน พร้อมประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังข้อเท็จจริงและกำหนดแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำอีก
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ก่อนเดินทางลงพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ในช่วงเช้าวันเดียวกัน ตนได้เป็นประธานเปิดการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับชาติ ประจำปี 2569 (C-MEX26) โดยได้เน้นย้ำกับทุกหน่วยงานว่า การบริหารจัดการสาธารณภัยในปัจจุบันจะต้องให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อม การบูรณาการการทำงาน และการปฏิบัติการเชิงรุก เพื่อให้สามารถรับมือกับทุกสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ยิ่งตอกย้ำว่าการเตรียมพร้อมไม่ใช่เพียงการฝึกซ้อม แต่ต้องสามารถนำไปสู่การปฏิบัติจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเมื่อเกิดเหตุขึ้น ทุกนาทีมีความหมายต่อชีวิตของประชาชน การฝึกที่ดีจึงต้องทำให้ทุกหน่วยงานสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์จริงได้อย่างรวดเร็ว เป็นระบบ และลดความสูญเสียให้ได้มากที่สุด” นายเจเศรษฐ์ ระบุ

รมช.มหาดไทย กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อก้าวล่วงกระบวนการสอบสวน ซึ่งเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ต้องการรับทราบข้อเท็จจริงจากพื้นที่ รับฟังปัญหาจากทุกฝ่าย และนำบทเรียนที่เกิดขึ้นไปพัฒนามาตรการด้านความปลอดภัยสาธารณะของประเทศ
“ทุกความสูญเสียคือบทเรียนที่ภาครัฐต้องเรียนรู้และนำไปปรับปรุงการทำงาน เราไม่ควรรอให้เกิดเหตุแล้วจึงเข้าไปแก้ไข แต่ต้องใช้ทุกเหตุการณ์เป็นโอกาสในการพัฒนาระบบป้องกันให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” รมช.มหาดไทย ระบุ
ทั้งนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการใน 3 มาตรการเร่งด่วน ได้แก่
1.เร่งดูแลและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มที่ตามระเบียบของทางราชการ
2.ให้จังหวัดมุกดาหารถอดบทเรียนเหตุการณ์ร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
3.ให้นำบทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้บูรณาการเข้ากับการฝึกและการเตรียมความพร้อมของทุกจังหวัด ตามแนวทางการบริหารจัดการสาธารณภัยแบบบูรณาการ เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์จริงได้อย่างรวดเร็ว มีเอกภาพ และมีประสิทธิภาพ
นายเจเศรษฐ์ กล่าวย้ำว่า นับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดนโยบายให้ทุกหน่วยงานในกำกับปรับรูปแบบการทำงานสู่ “การปฏิบัติการเชิงรุก” โดยเชื่อว่าการบริหารจัดการสาธารณภัยในปัจจุบัน ต้องไม่จำกัดอยู่เพียงการรับมือภัยธรรมชาติ แต่ต้องครอบคลุมทุกเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิต ความปลอดภัย และทรัพย์สินของประชาชน
“ผมเชื่อมั่นว่า การป้องกันที่ดีที่สุด คือการเตรียมพร้อมก่อนเกิดภัย ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ หรือเหตุฉุกเฉินทุกรูปแบบ ทุกความสูญเสียต้องไม่สูญเปล่า แต่ต้องถูกนำมาเป็นบทเรียนในการยกระดับการทำงานของภาครัฐ เพราะเป้าหมายของการฝึกและการเตรียมความพร้อม ไม่ใช่เพียงให้แผนประสบความสำเร็จ แต่คือการรักษาชีวิตและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเมื่อเกิดเหตุจริง กระทรวงมหาดไทยจึงต้องก้าวนำสถานการณ์ ทำงานเชิงรุก และพร้อมปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศ” นายเจเศรษฐ์ กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อธิบดี ปภ.' ยันแผ่นดินไหวอินโดฯ ไม่เขย่าตึกสูงในไทย พร้อมแจ้งเตือนสึนามิ
'อธิบดี ปภ.' ยันแผ่นดินไหวอินโดนีเซียไม่กระทบตึกสูงในไทย ชี้ระบบเตือนภัยทำงานวิเคราะห์ร่วมหลายฝ่าย หากแผ่นดินไหวแตะ 7.0 ริกเตอร์ พร้อมแจ้งเตือนอพยพทันที
'มท.4' แจงปม 5,925 ราย ไม่ใช่โยนเผือกร้อนท้องถิ่น 'อปท.' ทำตามอำนาจหน้าที่
‘รมช.มหาดไทย แจงปม 5,925 ราย ไม่ใช่โยนเผือกร้อนให้ท้องถิ่น ย้ำส่วนกลางต้องรับผิดชอบ–อปท.ทำตามอำนาจหน้าที่
ไม่ได้พึ่งแค่ทุ่น! มท.3 การันตีระบบสึนามิไทยปลอดภัย SOP รัดกุม เตือนทันเวลาแน่นอน
มท.3 แจงทุ่นตรวจวัดสึนามิบางจุดไม่ส่งข้อมูล จนทำให้ประชาชนเกิดความกังวล
'ทรงศักดิ์' ยัน มีงบฯรับมือ 'เอลนีโญ' ทั้งป้องกัน - เยียวยา ถ้าไม่พอมีงบฯกลาง
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวถึงการเตรียมรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญ
รัฐบาลสั่งตั้งวอร์รูม 24 ชม. รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งภาคเหนือ
รัฐบาลสั่งตั้งวอร์รูม 24 ชม. รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งภาคเหนือ พร้อมลดขั้นตอนราชการ ปลดล็อกงบฉุกเฉิน ให้ผู้ว่าฯ ลุยช่วยประชาชนหน้างานได้ทันที

