
'วัชระ' ยื่นปปช.สอบจริยธรรมร้ายแรง 'สส.อรรถวิชญ์' กรณีศาลฎีกาสั่งยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน จากทรัพย์สินมารดา คดีโกงธ.มหานคร 4,000 ล้าน คำพิพากษาศาลฎีการะบุชัด นักการเมืองต้องซื่อสัตย์สุจริตยึดมั่นคุณธรรมเคารพกฎหมายเป็นแบบอย่างที่ดี ยึดตาม พรบ.ฟอกเงินแล้ว 2แปลง เหลือ 97 แปลง ถาม อสส.ฟ้องยึดทรัพย์คืบหน้าหรือไม่
1 เม.ย.2569 -นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย เปิดเผยว่า ได้ไปยื่นหนังสือลงวันที่ 31 มีนาคม 2569 ถึงนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.)เรื่องขอให้สอบสวนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงนายอรรถวิชญ์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ และผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ได้ทรัพย์สินจากการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน กรณีนางภคินี สุวรรณภักดีทุจริตธนาคารมหานคร
ตามที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ประกาศนโยบายประชาธิปไตยสุจริต ให้ยึดถือมาตรฐานจริยธรรมเหนือสิ่งอื่นใด เพื่อปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว ข้าพเจ้าจึงขอให้คณะกรรมการป.ป.ช.ตรวจสอบมาตรฐานจริยธรรมนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมไทยสร้างชาติ
ด้วยปรากฏข้อเท็จจริงตามพยานเอกสารคำสั่งของศาลแพ่ง นายอรรถวิชช์ฯ ถูกยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 51 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นทรัพย์ได้จากการกระทำความผิดของนางภคินีฯ มารดาของนายอรรถวิชช์ ในคดีทุจริตธนาคารมหานคร กว่า 4,000 ล้านบาท ตามคำสั่งศาลแพ่งคดีหมายเลขดำที่ ฟ.1/2556 คดีหมายเลขแดงที่ ฟ. 20/2558 และยึดทรัพย์โฉนด 2 แปลง เลขที่ 83149 และเลขที่ 78699 และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3712/2561
จึงเป็นเหตุให้สงสัยในมาตรฐานทางจริยธรรมของนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมไทยสร้างชาติ ว่าขัดมาตรฐานจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2561 หมวด 1 ข้อ 6,8 หมวด 2 ข้อ 11,12,17,18 หมวด 3 ข้อ 21 หรือไม่
ซึ่งตามข้อ 8 ของมาตรฐานทางจริยธรรมฯ อยู่ในหมวด 1 กำหนดว่าต้อง "ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วย ความซื่อสัตย์สุจริต ไม่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ" แม้การรับโอนทรัพย์สินเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ภายในครอบครัว แต่เมื่อมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการรับโอนทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดโดยรู้ถึงที่มาของทรัพย์สินดังกล่าว อาจถือว่าขาดความซื่อสัตย์สุจริตอย่างร้ายแรง และเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบซึ่งการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมที่มีลักษณะร้ายแรง ตามนัยข้อ 27
และตามข้อ 17 ของมาตรฐานทางจริยธรรมฯ โดยจริยธรรมข้อนี้หมายถึงการรักษาชื่อเสียง ของตำแหน่งหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการไม่ประพฤติปฏิบัติตนหรือดำเนินการอื่นใดที่ส่งผลกระทบ ต่อภาพลักษณ์และเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของผู้ดำรงตำแหน่งและองค์กรของผู้ดำรงตำแหน่ง แม้จะมิได้เป็นการใช้อำนาจหน้าที่ของตนโดยตรงก็ตาม แต่อาจทำให้สาธารณชนขาดความเชื่อถือศรัทธาต่อความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (เทียบกับคดีหมายเลขแดงที่ คมจ. 1/2565 กรณีนางสาวปารีณา ไกรคุปต์)
ซึ่งเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่ามีการรับโอนทรัพย์สินที่นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รู้ดีอยู่แก่ใจแล้วว่าเป็นทรัพย์ที่มารดาได้มาจากการกระทำความผิด (จากการยักยอกทรัพย์) เพื่อช่วยปกปิดอำพรางเจ้าของที่แท้จริง (การฟอกเงิน) เมื่อศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินของนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผู้ถือกรรมสิทธิ์ ตกเป็นของแผ่นดินในฐานะผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 อาจเป็นการกระทำที่กระทบต่อความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนและเป็นการไม่รักษาเกียรติศักดิ์ของส.ส.อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมข้อนี้ได้
อนึ่งศาลฎีกา ได้เขียนคำพิพากษาตอนหนึ่งถึงนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี (ผู้คัดค้านที่ 3) ว่า “ผู้คัดค้านที่ 3 บุตรของผู้คัดค้านที่ 1 (นางภคินี) กับนายสมพงศ์ ก็สำเร็จการศึกษาทางด้านกฎหมาย ทั้งประกอบอาชีพเป็นนักการเมืองซึ่งต้องประกอบด้วยความซื่อสัตย์สุจริตยึดมั่นในคุณธรรมและเคารพกฎหมาย เป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม”
อีกทั้งยังปรากฏว่า ในรายการทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดของนางภคินี สุวรรณภักดี มีโฉนดที่ดินทั้งสิ้น 116 แปลง มีชื่อนายอรรถวิชช์ฯ ร่วมเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินมากถึงจำนวน 95 แปลง และมีชื่อนายอรรถวิชช์ฯ คนเดียวอีก 2 แปลง
จึงขอให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัดและรวดเร็วที่สุด หากได้ผลประการใด กรุณาแจ้งให้ข้าพเจ้าทราบภายใน 15 วัน
นายวัชระ กล่าวด้วยว่า “คำพิพากษาศาลฎีการะบุชัดถึงนักการเมืองอย่างนี้ ไม่ทราบว่ามีหิริโอตัปปะกันหรือไม่ จะอ้างว่าได้มาโดยสุจริตแล้วทำไมศาลฎีกาพิพากษายึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินตามพรบ.ฟอกเงิน แล้วที่ดินอีก 97 แปลงเป็นลาภลอยหรือไม่ สำนักงานอัยการสูงสุดฟ้องยึดทรัพย์ไปถึงไหนแล้ว คดีคืบหน้าหรือไม่"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ป.ป.ช.ชุดใหญ่เห็นชอบคำร้องยื่นศาลฎีกา คดีอดีต 44 สส.ก้าวไกล แก้ม.112 จับตาต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีกล่าวหาอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล กรณีเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยก่อนหน้านี้คณะก
เอาแล้ว 'วัชระ' ยื่นป.ป.ช.สอบ 'อนุทิน-พิพัฒน์' กับพวก โทษประชาชนกักตุนน้ำมันผิดจริยธรรมร้ายแรง
'วัชระ' เจ็บใจแทนประชาชน ยื่นป.ป.ช.สอบกราวรูด 'อนุทิน-พิพัฒน์' กล่าวหาประชาชนกักตุนน้ำมันผิดจริยธรรมร้ายแรง ส่อละเว้น-เอื้อประโยชน์ บ.น้ำมัน ผลประโยชน์ทับซ้อน ลากขรก.ทั้งหมด-โรงกลั่น ไปหาความจริงที่ป.ป.ช.
'วัชระ' จี้ นายกฯ สั่งผู้ว่าฯสุราษฎร์ เช็กคลังน้ำมันย้อนหลัง-ดำเนินคดีกักตุน
'วัชระ' บุกทำเนียบฯ จี้ นายกฯอนุทิน สั่งผู้ว่าสุราษฎร์ เช็กคลังน้ำมันย้อนหลัง-ดำเนินคดีกักตุน อย่าให้ชาวบ้านขาดแคลนน้ำมัน ข้องใจมีคลังน้ำมันจำนวนมาก แต่เจ้าของปั๊มกลับไม่ได้รับน้ำมันตามจำนวนปกติ
'วัชระ' โวย ป.ป.ช.ดองคดีอดีตเลขาธิการสภาฯนานถึง 13 ปี ลั่นจะขอสำเนาสำนวนการสอบสวน
'วัชระ' ซัด ' ป.ป.ช.' ดองคดีอดีตเลขาธิการสภาฯนานถึง 13 ปีแล้วเป่าคดีส่อทุจริตห้องนักข่าวสภา 5 ล้านบาท ซัดเป็นเล่ห์กลที่ใช้มานาน ไร้โปร่งใส ไม่มีความยุติธรรมจริง ลั่นจะขอสำเนาสำนวนการสอบสวนตามกฎหมายต่อไป
ป.ป.ช. ขอขยายเวลายื่นศาลฎีกา ฟันอดีต 44 สส.ก้าวไกล
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการส่งคำร้องชี้มูลความผิดจริยธรรมร้ายแรงอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล กรณีเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ให้ศาลฎีกาพิจารณา ที่จะครบกำหนดระยะเวลา 30 วัน ในวันที่ 9 มี.ค.ว่า การร่างคำร้องเสร็จแล้ว แต่อยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริง
'ศรีสุวรรณ' ร้อง ป.ป.ช.สอบ 7 กกต.เหตุแจ้งความเอาผิด 6 ประชาชน ใช้อำนาจขัดรธน.
'ศรีสุวรรณ' ร้อง ป.ป.ช.สอบ 7 กกต.กรณีแจ้งความเอาผิด 6 ประชาชนเข้าข่ายจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

