
“รสนา” บี้อนุทินต้องเรียกคืน“ลาภกักตุน” ทั้งหมดคืนกองทุนน้ำมัน ชี้หากละเลยมีความผิดมาตรา 157 หรือไม่
5 เม.ย.2569 – นางรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุข้อความ นายกฯอนุทินต้องเรียกคืน“ลาภกักตุน” ทั้งหมดคืนกองทุนน้ำมัน มิฉะนั้นจะมีความ ผิด มาตรา 157 ใช่หรือไม่ ?!
การประกาศขึ้นราคา “น้ำมันดีเซล” อีก 2.80 บาทต่อลิตรเมื่อวานนี้ (4เมษายน) ให้มีผลในเช้าวันนี้ 5เมษายน 2569 โดยไม่มีการเช็คสต๊อคเหมือนเดิม เป็นการจงใจปล่อยคนกักตุนหากำไรจากลาภกักตุน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใช่หรือไม่ ?!
หลังหมดช่วงการตรึงราคาน้ำมันเมื่อวันที่17 มีนาคม 2569 (ตามที่นายกรัฐมนตรีประกาศไว้ 15 วัน ) ก็มีการปรับขึ้นราคาน้ำมันเเบบรัวๆ ถึง 7 ครั้ง ดีเซลปรับขึ้นราคารวม 20.6 บาทต่อลิตร และเบนซินทุกชนิดปรับขึ้นราคารวม 33.41 บาทต่อลิตร แต่ไม่มีการเช็คสต๊อคที่ค้างอยู่ในปั๊มน้ำมันขายปลีก ทุกแห่ง ก่อนขึ้นราคาแม้แต่ครั้งเดียว นี่คือการปล่อยผีไอ้โม่ง ทั้งผู้ค้ามาตรา 7 และมาตรา 10 และผู้ค้าปลีกน้ำมัน เช่นปั๊มน้ำมันทำกำไรจากการกักตุนน้ำมัน ใช่หรือไม่
ยิ่งกว่านั้นหากมีผู้กักตุนน้ำมัน ไว้รอการปรับขึ้นราคา ก็จะยิ่งได้กำไรเพิ่มขึ้น ทั้งผู้กักตุนน้ำมันไว้ และปั๊มน้ำมันจะได้กำไรจากส่วนต่างราคาเดิม กับราคาใหม่ ที่เรียกว่า “ลาภกักตุน” เป็นการปล้นประชานคนใช้น้ำมันแบบดื้อๆ ใช่หรือไม่ ?!
ทั้งๆที่มีการทักท้วงว่าการไม่เช็คสต๊อคก่อนปรับขึ้นราคาใหม่ จะทำให้มีส่วนต่างที่เป็นกำไรได้เปล่าให้กับผู้กักตุนน้ำมันจากสต๊อคเดิม แต่รัฐบาลกลับนิ่งเฉย ราวกับมีเจตนาให้ผู้กักตุนน้ำมันกอบโกยลาภกักตุนโดยไม่มีมาตรการหยุดยั้ง หรือป้องกันแต่อย่างไร กลับปล่อยให้มีการทำซ้ำๆไม่หยุด ใช่หรือไม่ ?!
นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกุล ได้มอบหมายรองนายกรัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการบังคับใช้มาตรการตาม พ.ร.ก. แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 เพื่อดูแลการบริหารจัดการน้ำมันทั่วประเทศ นายพิพัฒน์ได้รับมอบหมายให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจตามกฎหมายฉบับนี้ในการติดตาม ตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมายกับผู้ค้าน้ำมัน (ทั้งมาตรา 7 และมาตรา 10) เพื่อป้องกันการกักตุนและควบคุมราคาจำหน่าย แต่ไม่ดำเนินการเรื่องตรวจเช็คสต๊อคเก่าก่อนปรับขึ้นราคาน้ำมัน รวมทั้งปั๊ม PT กิจการของครอบครัวที่ตนเองมีส่วนถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม ใช่หรือไม่ ?!
จากข้อมูลของ “สำนักข่าว
อิศรา (www.isranews.org) สืบค้นข้อมูลการถือครองหุ้น ‘ธุรกิจพลังงาน’ เบื้องต้น ของนายพิพัฒน์ พบว่า นายพิพัฒน์ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินกรณีเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เมื่อวันที่ 24 ก.ย.68 ต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งเปิดเผยบนเว็บไซต์สำนักงาน ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 5 ม.ค.69 ได้แจ้งไว้ในรายละเอียดประกอบรายการเงินลงทุน ลำดับที่ 1 บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) จำนวน 2 ล้านหุ้น มูลค่า 17.6 ล้านบาท และ ลำดับที่ 4 บริษัท รัชกิจโฮลดิ้ง จำกัด จำนวน 37,542,610 หุ้น มูลค่า 3,626,616,126 บาท”
การที่นายพิพัฒน์ไม่ได้สั่งการให้มีการเซ็คสต๊อคก่อนการขึ้นราคาน้ำมันในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.ก. น้ำมันขาดแคลน 2516 จึงเป็นปล่อยปละละเลยให้ผู้กักตุนน้ำมันมีการได้ลาภกักตุน ใช่หรือไม่ รวมถึงปั๊ม PT ที่มีการติดประกาศน้ำมันหมดก่อนมีการปรับขึ้นราคา ซึ่งอาจได้กำไรจากการกักตุนน้ำมันสต๊อคเดิมก่อนขึ้นราคาใหม่เช่นเดียวกัน ใช่หรือไม่?!
โดยที่นายพิพัฒน์มีลักษณะของการมีผลประโยชน์ทับซ้อน นายกรัฐมนตรี จึงสมควรแต่งตั้งรัฐมนตรีท่านอื่นมาทำหน้าที่ในการบังคับใช้มาตรการตาม พ.ร.ก. แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 เพื่อติดตามตรวจสอบเรื่องลาภกักตุนดังกล่าว
จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีนายอนุทิน ชาญวีรกุล สั่งการให้มีการตรวจสอบเอกสารการส่งน้ำมันไปยังผู้ค้าปลีกทั้งหมด ตรวจสอบปริมาณการขาย และสต๊อคคงเหลือในแต่ละครั้งก่อนการปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด ซึ่งมีเอกสารอยู่แล้วทั้งหมด เพื่อตัดวงจรการกักตุน ตัดวงจรการหาประโยชน์จากลาภกักตุน และเรียกเงินคืนเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงโดยทันที
หากไม่ดำเนินการ ประชาชนย่อมมีสิทธิตั้งคำถามว่านายกรัฐมนตรีรู้เห็นเป็นใจกับการปล่อยให้มีกักตุนเพื่อแสวงหาประโยชน์จากลาภมิควรได้จากการกักตุนหรือไม่ ทั้งน่าจะสามารถกล่าวหาว่ามีการกระทำละเว้นให้รัฐเสียประโยชน์ ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 157 ใช่หรือไม่ ?!?.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ม่วนซื่นสัมพันธ์ไทยลาว นายกฯ ร่วมงานบุญสงกรานต์ปีใหม่ลาว
นายกฯ เข้าร่วมงานบุญสงกรานต์ปีใหม่ลาว กระชับความสัมพันธ์ไทย–สปป.ลาว
‘อนุทิน’ยันมีของถูก เข้าห้างตรวจราคาสินค้าเจอตะโกนถามใครรวยไม่ไหว
“อนุทิน” เข้าห้างตรวจราคาสินค้า “โครงการไทยช่วยไทย” แนะจัดโซนเฉพาะให้หาง่าย พร้อมเชิญชวน ปชช.ซื้อสินค้าร่วมโครงการ เผยหลังแถลงนโยบายคนละครึ่งมาแน่
เวทีแถลงนโยบายรัฐบาล ลาก 'อนุทิน-พิพัฒน์' ขึ้นเขียง ถล่มหนัก-ซัดไม่ยั้ง
ในสัปดาห์นี้ รัฐบาล อนุทิน 2 มีคิวรับศึกหนักการอภิปราย คำแถลงนโยบายรัฐบาล ซึ่งที่ประชุมร่วมรัฐสภาทั้ง สส.และสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จะประชุมร่วมกันในช่วงวันที่ 9-10 เม.ย.นี้
'อนุทิน' เผยเจรจาลดค่าการกลั่นน้ำมัน ต้องไม่บีบบังคับเกินไป ขายแล้วไม่คุ้มอาจหยุดกลั่นจนปัญหาทวีเพิ่ม
นายกฯ เผยใกล้ได้ข้อสรุปเจรจาลดค่ากลั่น บอกต้องไม่บีบบังคับเกินไป หวั่น หยุดกลั่นปัญหาทวีเพิ่ม ย้ำ ราคาต้องเป็นไปตามกลไกตลาด อุ้มตลอดไม่ได้ แต่รัฐหามาตรการอื่นด้วยแทน ยืนยัน ช่วงสงกรานต์น้ำมันพอ เปิดสาเหตุเงียบเรื่องไอ้โม่ง เพราะไม่อยากให้ข่าวรั่ว ชื่นชมเจ้าหน้าสืบเชิงลึก แค่ 1 สัปดาห์ รู้เส้นทางทั้งหมด
นายกฯ คอนเฟิร์ม 'คนละครึ่งพลัส' วงเงินเท่าเดิม 2,000 แต่ครอบคลุมมากขึ้น
นายกฯ รุดตรวจราคาสินค้า “โครงการไทยช่วยไทย” แนะจัดโซนเฉพาะให้หาง่าย พร้อมเชิญชวนปชช.ซื้อสินค้าร่วมโครงการ ขณะประชาชนปรี่ร้องช่วยหน่อยน้ำมันแพง ปล่อยแบบนี้ตายแน่ เผยหลังแถลงนโยบาย คนละครึ่งมาแน่ มากกว่าพลัส ครอบคลุมกว่าเดิม
'กวีพี่คนดี' ร่ายกลอน รอติดคุกไม่ไหวแล้วโว้ย เหน็บกลับฝ่ายปั่นกระแสโจมตี 'อนุทิน'
เพจเฟซบุ๊ก พี่คนดี กวีสมัครเล่น โพสต์บทกลอนชื่อ "รอไม่ไหว (แล้วโว้ย)" มีเนื้อหาดังนี้ วิกฤติโลก ดำเนินอยู่ จงรู้ด้วย

