นายกฯ คอนเฟิร์ม 'คนละครึ่งพลัส' วงเงินเท่าเดิม 2,000 แต่ครอบคลุมมากขึ้น

นายกฯ รุดตรวจราคาสินค้า “โครงการไทยช่วยไทย” แนะจัดโซนเฉพาะให้หาง่าย พร้อมเชิญชวนปชช.ซื้อสินค้าร่วมโครงการ ขณะประชาชนปรี่ร้องช่วยหน่อยน้ำมันแพง ปล่อยแบบนี้ตายแน่ เผยหลังแถลงนโยบาย คนละครึ่งมาแน่ มากกว่าพลัส ครอบคลุมกว่าเดิม

4 เมษายน 2569 - เมื่อเวลา 14.00 น. ที่โลตัสบางกะปิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะอดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่สำรวจราคาสินค้า โดยนายกฯสวมชุดลำลองเสื้อยืดกางเกงขายาวสีกรมท่า

โดยทันทีที่เดินทางถึงมีประชาชนเข้ามาทักทายบอกได้เจอตัวจริงหล่อกว่าในทีวี และมีประชาชนหลายคนเข้ามาขอถ่ายภาพพูดคุยบอกว่าที่ผ่านมาก็ได้รับโครงการคนละครึ่ง

นอกจากนี้ มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาถามนายกฯว่า รวยไม่ไหวแล้วหมายถึงประชาชนหรือนายทุนน้ำมัน โดยนายกฯไม่ได้ยินคำภามดังกล่าวเพราะอยู่ระหว่างถ่ายรูปกับประชาชน ทำให้น.ส.รัชดา พยายามเข้าไปพูดคุย แต่ชายคนดังกล่าวระบุว่า ไม่ต้องสร้างภาพประชาชนเขารู้ทัน

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เดินต่อมาด้านใน ศูนย์การค้าโลตัสเพื่อดูสินค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยลดภาระค่าครองชีพ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลช่วยประชาชนในช่วงวิกฤตตะวันออกกลาง ที่มีทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น โดยมีการติดป้ายอย่างชัดเจนว่าร่วมโครงการไทยช่วยไทย โดยนายกฯได้แนะนำให้จัดสินค้าที่อยู่ในโครงการไทยช่วยไทย อยู่ในโซนเดียวกันเพื่อให้ประชาชนเลือกซื้อง่าย พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนซื้อสินค้าในโครงการไทยช่วยไทยเนื่องจากราคาจะถูกกว่า 20% และเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ

ช่วงหนึ่งนายกรัฐมนตรียังกล่าวกับประชาชนว่า มาวันนี้มาสำรวจราคาสินค้า และอยากให้ซื้อสินค้าที่มีป้ายโครงการไทยช่วยไทยเพราะราคาถูก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างนายกฯเดินดูสินค้าที่เข้าร่วมโครงการยังมีประชาชน เดินเข้ามาบอกว่า นายกฯให้ช่วยหน่อย น้ำมันแพง ไปไหนไม่ได้ ทุกวันนี้ไม่กล้าไปไหนอยู่แต่ในบ้าน สินค้าแพงนายกฯช่วยหน่อย อย่าให้ประชาชนตายแน่ นายกฯช่วยด้วย ลูกสะใภ้ขายของ ขายไม่ได้เลย

ภายหลังเดินดูสินค้าโครงการไทยช่วยไทย นายกรัฐมนตรี ได้แวะร้านนาฬิกา และซื้อนาฬิกาข้อมือ CASIO โดยนายกฯ กล่าวว่า เคยใส่ตอนเด็ก เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมจึงตัดสินใจซื้อ นายกฯได้ยกป้ายหน้าร้านที่เขียนว่า Sale 60% ให้ดู

จากนั้นเวลา 15.20 น. นายกฯให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจราคาสินค้า ว่า ไม่เชิงเป็นการสุ่มตรวจ เพียงแต่ตนสนใจว่าหลังจากที่กระทรวงพาณิชย์ จัดให้มีสินค้าอุปโภคบริโภค ประหยัดกว่าราคาปกติ จึงอยากมาดูว่าการกระจายสินค้าเหล่านี้มีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด จึงมาดูที่โลตัสบางกะปิเป็นที่แรก ซึ่งผู้จัดการห้างได้รายงานว่า มีสินค้าที่ราคาต่ำกว่าปกติหลายตัว เพียงแต่อาจไม่ใช่แบรนด์ที่คุ้นหูคุ้นตา เพราะเอาค่าการตลาดออกจึงนำมาขายถูกได้ ขอเชิญชวนให้ประชาชนเวลามาห้าง ทุกห้างไม่ใช่เฉพาะโลตัส จะมีสินค้าประเภทนี้จำหน่าย ราคาเฉลี่ยต่ำกว่าราคาทั่วไป 20-30%

จากนั้นนายกฯได้พูดคุยกับประชาชน โดยได้มีประชาชนสอบถามถึงโครงการคนละครึ่งพลัสหลังวันที่ 30 เม.ย. ดำเนินได้เลยหรือไม่ นายกฯพยักหน้ากล่าวว่า ครับใช้ได้เลย เมื่อประชาชนถามอีกว่าใช้ได้เหมือนเดิมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นพลัส ครอบคลุมมากกว่าเดิม โดยจำนวนเงินเท่าเดิม 2,000 บาท

ชาวบ้านกล่าวกับนายกฯอีกว่าตอนนี้เศรษฐกิจแย่อยากให้ได้เงินมากกว่าเดิม และรอนานแล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า หลังแถลงนโยบายจะเริ่มดำเนินการตามนโยบายต่างๆ

ชาวบ้านถามอีกว่าจะมีโอกาสได้มากกว่าเดิมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อาจจะทำบ่อยขึ้น ขึ้นอยู่กับเม็ดเงินที่เรามี โดยจะทำเป็นช่วงๆ

จากนั้นผู้สื่อข่าวถามนายกฯว่าที่มีข่าวจะให้ 200 บาท 10 เดือนไม่จริงใช่หรือไม่ นายอนุทินย้อนถามว่า เอาข่าวมาจากไหน ก่อนกล่าวอีกว่า คนละครึ่งมันเป็นช่วงๆไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“วันวิชิต” ชี้ “ไทยช่วยไทยพลัส” กระตุ้นเศรษฐกิจ 2 ต่อ เติมเงินฐานราก-เร่งกำลังซื้อ แนะรัฐใช้โอกาส 4 เดือน วางรากฐานเศรษฐกิจอนาคต

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต แสดงความคิดเห็นกรณีโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” หรือ “คนละครึ่งพลัส” เตรียมเริ่มใช้อย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายนนี้ว่า

แถลงมติครม. เห็นชอบ 'ไทยช่วยไทยพลัส' อุ้ม 43 ล้านคน วงเงิน 1.7 แสนล้าน รับมือวิกฤตซ้อนวิกฤต

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง พร้อมทั้งนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง และนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกันแถลงข่าวโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน” ภายหลังผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ดีเอสไอ จ่อหมายเรียก 6 โรงกลั่นน้ำมัน ส่อเจตนาปิดบังอำพรางเอกสารใบกำกับขนส่งทางเรือ

อธิบดีดีเอสไอ เผย 6 โรงกลั่นน้ำมัน ปิดบังเอกสารสำคัญใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือ 166 ฉบับ ช่วงไทยประสบปัญหาวิกฤติตะวันออกกลางเดือน ไม่กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ส่อเจตนาปิดบังอำพรางเพื่อเวียนใช้เอกสาร หลัง “กรมธุรกิจพลังงาน”