ประธานศาลรัฐธรรมนูญยันทำหน้าที่ภายใต้ รธน.-หลักนิติธรรม ฟังความรอบด้าน รับเป็นปกติในการพิจารณาคดีมีความกดดันจากสังคม ต้องทำความเข้าใจทุกฝ่าย เปรียบศาลไม่ได้อยู่ในบ้านป่าเมืองเถื่อน หากมีคำวินิจฉัย สังคม-ทั่วโลก จับตา เผยทั่วโลกมีปัญหาการเลือกตั้ง ไม่ใช่แค่ไทย
8 เมษายน 2569 - นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญในการที่ก้าวเข้าสู่ปีที่ 29 วางบทบาทในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญอย่างไรท่ามกลางสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน ยืนยันว่าการทำงานอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญภายใต้หลักนิติธรรม ทำหน้าที่ด้วยเหตุผล ฟังความให้รอบด้าน ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นการพิจารณาตามขั้นตอน พร้อมยอมรับว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่การพิจารณาคดีต่างๆจะมีการกดดันจากสังคม สังคมก็อาจเรียกร้องให้ศาลตัดสินใจเร็ว ซึ่งก็ต้องดูรอบด้าน ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
นายนครินทร์ กล่าวถึงการทำงานโดยยึดหลักนิติธรรมในการจะสร้างความเข้าใจเรื่องการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญว่าอย่างที่ได้กล่าวย้ำทุกครั้ง ในการทำหน้าที่ต้องทำความเข้าใจทั้งสองฝ่าย ศาลเองก็ต้องเข้าใจ สังคมก็ต้องเข้าใจ รวมถึงสื่อมวลชนก็ต้องเข้าใจ เกี่ยวกับกระบวนการทำงานของศาล โดยเฉพาะในขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญของไทยได้รับการยอมรับจากองค์กรกลาง คือคณะกรรมการเวนิส ที่ให้เกียรติมาร่วมงานของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ซึ่งการทำหน้าที่ของศาล เชื่อว่านานาประเทศคงจับตาอยู่ โดยเปรียบเทียบว่าองค์กรศาลไม่ได้อยู่ในบ้านป่าเมืองเถื่อน เมื่อมีคำตัดสินอะไรไป ก็จะถูกเผยแพร่ในสาธารณะ
โดยองค์กรเวนิสก็ติดตามมาโดยตลอด และในเวทีสากลก็มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันด้วยความสัมพันธ์กับนานาประเทศตามระบบศาลรัฐธรรมนูญโลก ปัจจุบันมีสมาชิกทั่วโลก 125 ประเทศ แบ่งเป็นกลุ่มกว่า 10 กลุ่ม อีกทั้งในคำวินิจฉัยของศาลก็มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เช่นมีการแลกเปลี่ยนคดีเลือกตั้งกับประเทศอื่นด้วย ซึ่งคณะกรรมการเวนิสก็ได้สะท้อนว่ามีปัญหาเกี่ยวกับการเลือกตั้งในหลายประเทศ เช่นโรมาเนีย สเปน หรือประเทศที่เจริญแล้วก็มีปัญหา เช่นสหรัฐอเมริกา จึงไม่ใช่เป็นเรื่องที่น่าตกใจอะไร หากมีข้อพิพาทเกี่ยวกับปัญหารัฐธรรมนูญ ก็ต้องให้องค์กรใดองค์กรหนึ่งเป็นผู้วินิจฉัย
ส่วน 28 ปีของศาลรัฐธรรมนูญกับความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นวิวัฒนาการ และเชื่อว่าสังคมไทยมีวุฒิภาวะมากขึ้น จะเข้าใจว่ามีองค์กรนี้มาเพื่ออะไร ขณะเดียวกันศาลก็พิสูจน์ตัวเองด้วยการทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยหยิบยกเกี่ยวกับคำวินิจฉัยของศาลที่ต้องอธิบายได้และเข้าใจได้ ซึ่งศาลก็ต้องปรับตัวตามบริบทสถานการณ์ต่างๆที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมอธิบายถึงบทบาทการพิทักษ์กติกาสังคมคือการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ เพราะสิ่งที่บัญญัติไว้ทุกคนต่างอ่านและต่างเข้าใจกันเอง แต่คำวินิจฉัยของศาลเป็นองค์คณะ ไม่ใช่ความเห็นคนใดคนหนึ่ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ทรงศัก' เผยไม่ได้ขอขยายเวลาต่อศาลรัฐธรรมนูญแจงคดีบาร์โค้ด
ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินเผยส่งคำชี้แจงปมเลือกตั้งตามกรอบเวลา ที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด ไม่ได้ขอขยายเวลา
'โสภณ' แตะเบรก 'จาตุรนต์' ขอหารือผลประชามติ หนุนทำ รธน.ใหม่
นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลุกหารือต่อประเด็นเรื่องที่แจ้งให้ทราบ ว่า การรับทราบรายงานผลการออกเสียงประชามติเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการประชามติเกิด
หนาวแน่! อดีตผู้พิพากษาบอกกฤษฎีกาไฟเขียว ป.ป.ช.เพิ่มฐานความผิดวินัยย้อนหลังได้
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
ป.ป.ช. ส่งศาลฎีกา ฟันอดีต 44 สส.ก้าวไกล แล้ว
นายสุรพงษ์ อินทนถาวร เลขาธิการกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 9เม.ย. เวลา 09.00น.ได้มอบหมายให้นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการป.ป.ช.นำคำร้องคดีอดีต44สส.พรรคก้าวไกล กรณีผิดจริยธรรมร้ายแรง จากการเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตร112 ไปยื่นต่อศาลฎีกา
ลุ้นกันต่อ! ศาลรัฐธรรมนูญขยายเวลาให้ กกต.อีก 15 วัน
ศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้ กกต.ขยายเวลา 15 วัน ส่งคำชี้แจงข้อกล่าวหา -ระบุบัญชีพยานหลักฐาน คดีบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด
เลขาฯ ป.ป.ช. ยันยื่นคำร้องคดี 44 สส. ต่อศาลฎีกา 9 เม.ย.นี้ ไม่เกี่ยวการเมือง
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการส่งคำร้องต่อศาลฎีกาเอาผิดคดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล

