คปท. บุกทำเนียบฯ จี้นายกฯ นั่งหัวโต๊ะปรับโครงสร้างพลังงาน-ลดค่ากลั่น

11 เมษายน 2569 - เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ยื่นข้อเรียกร้องต่อนายอนุทิน ชาญวีนกูล นายกรัฐมนตรี ขอให้แก้วิกฤตพลังงาน โดยมี นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นตัวแทนรับหนังสือ 
 
นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท. กล่าวว่า เราอาจจะดีใจกับการปรับลดค่าการกลั่น ทำให้ราคาน้ำมันลดลง แต่เราคิดว่าอาจจะเป็นใบเสร็จสำคัญสะท้อนว่ารัฐสามารถจัดการค่าน้ำมันให้ฃสามารถลดลงมากกว่านี้ได้ พร้อมฃตั้งคำถามถึงการขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 6 บาท ว่าใครเป็นเสือนอนกิน โดย 6 ข้อเรียกร้องของ คปท.ต่อรัฐบาล ได้แก่ 
 
1.ขอให้รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี เป็นเจ้าภาพในการปรับโครงสร้างพลังงานน้ำมัน-ไฟฟ้า-แก๊ส ทั้งระบบ
โดยเร่งด่วน โดยคำนึงถึงว่าโครงสร้างพลังงานดังกล่าวเป็นฐานความมั่นคงของประเทศที่ไม่ใช่ฐานแสวงหาผลกำไรเพียงอย่างเดียว
 
2.ขอให้คำนึงถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ด้วยการลดค่าการกลั่น บนพื้นฐานที่เป็นจริง โดยที่รัฐสามารถจัดการได้ ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลงเพื่อไม่ให้กระทบรายได้ของประเทศ และรัฐบาลต้องชะลอโครงการตามนโยบายหาเสียงและโครงการในแต่ละกระทรวง ลดค่าการตลาดที่ได้มาตรฐานการวิจัยว่าปั๊มน้ำมันได้กำไรแน่นอน คืออยู่ในระหว่าง 2.50 บาท
 
3.ต้องเลิกลาการอ้างอิงราคา MOPS หรือมาตรฐานราคาสิงคโปร์ เปลี่ยนมาเป็นการอ้างอิงแนวคิดเรื่อง
cost plus (ต้นทุนการกลั่นที่แท้จริง + กำไรที่เหมาะสม)
 
4.ขอทราบระเบียบวิธีการคำนวณหลักเกณฑ์การชดเชยของกองทุนน้ำมัน 
 
5.ขอให้ยกเลิกกองทุนน้ำมันที่ผลักภาระให้ประชาชนเป็นผู้จ่ายทั้งหมด เปลี่ยนเป็น "คลังน้ำมันสำรอง
แห่งชาติ" ที่ใช้หลัก "น้ำมันชดเชยน้ำมัน" โดยโรงกลั่นเป็นผู้เก็บน้ำมันสำรองให้กับรัฐ
 
6.ขอให้เร่งดำเนินการตั้งองค์กรใหม่ว่าด้วยพลังงานแห่งชาติ โดยแยกโครงสร้างพื้นฐานพลังงานให้ออกมาอยู่ภายใต้รัฐ 100%
 
นายภราดร ในฐานะผู้รับมอบหนังสือ กล่าวว่า 
ในระยะสั้น เมื่อวานนี้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้ประกาศต่อรัฐสภาหลายนโยบายในขณะที่รัฐบาลกำลังเผชิญวิกฤตหนัก ทั้งปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน ปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้า ที่จะต้องเอื้อให้กับประชาชนเพิ่มมากขึ้น โดยเรื่องการหา “ไอ้โม่ง” รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนนิ่งใจ กระทรวงยุติธรรมได้ดำเนินการร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แล้ว  หากมีการกักตุนน้ำมันรัฐบาลนี้จะไม่ปล่อยไว้แน่นอน ขณะที่การช่วยเหลือเยียวยาประชาชน การประชุม ครม.ในวันนี้ เป็นการประชุมนัดแรกหลังจากนแถลงนโยบาย รัฐบาลจึงมีอำนาจเต็ม  โดยจะมีการช่วยเหลือประชาชนเรื่องค่าครองชีพอย่างเร่งด่วน
 
โดยในระยะกลางการจัดทำงบประมาณปี 2570  นายกรัฐมนตรีให้นโยบายชัดเจนว่าสิ่งใดที่ไม่จำเป็นและไม่สำคัญ  เช่น การสร้างอาคารสถานที่หน่วยงานราชการ ขอให้หยุดไว้ทั้งหมด ยืนยันว่าจะใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ของแผ่นดินให้คุ้มค่าและตอบโจทย์วิกฤตขนาดนี้ให้ดีที่สุด เป้าหมายใหญ่ในปี 2570 คือการช่วยเหลือประชาชนและประเทศไทยให้อยู่กับสถานการณ์สงคราม เพราะเราคาดว่าคงจะต้องอยู่กับมันอีกสักระยะ 
 
“ผมขอให้คำมั่นสัญญาว่า รัฐบาลนี้จะดูแลประชาชนและเห็นถึงความสำคัญดำเนินการนโยบายต่าง ๆ ให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ที่สุด” 
 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปตท. เผยผลประกอบการ Q1/69 สามารถทำกำไรสุทธิ 25,738 ล้านบาท

ปตท. เผยผลประกอบการ Q1/69 สามารถทำกำไรสุทธิ 25,738 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4% แม้ตลาดพลังงานโลกยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอน ชี้ธุรกิจค้าระหว่างประเทศ ปิโตรเคมี-การกลั่น และธุรกิจน้ำมันและการค้าปลีกปรับเพิ่มขึ้น หนุนรายได้โต

พลังงานรับแก้ปัญหาโซลาร์บ้านปชช.ไม่ได้มาตรฐาน สั่งหน่วยงานช่วยเหลือ

‘เอกนัฏ’ รับแก้ปัญหาโซลาร์บ้านปชช.ไม่ได้มาตรฐาน สั่งหน่วยงานช่วยเหลือ พร้อมยกระดับความปลอดภัย สั่งการเร่งด่วนให้ พพ. พลังงานจังหวัด ร่วมลงพื้นที่กับ กฟน. และ กฟภ. ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ติดตั้ง

BPP โชว์ผลงานแข็งแกร่ง Q1/69 ทำกำไรเพิ่มขึ้น 924%

BPP โชว์ผลงานแข็งแกร่ง Q1/69 มีกำไรสุทธิ 5,877 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 924% จากการจำหน่ายสิทธิลงทุนบางส่วนของโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ และการบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมขยายโครงการแบตเตอรี่ในญี่ปุ่น เสริมความมั่นคงทางพลังงาน

บทบาทกลุ่ม ปตท. และ OR กับภารกิจเสริมความมั่นคงทางพลังงาน ในวันที่โลกผันผวน

ท่ามกลางสถานการณ์ตลาดพลังงานโลกที่มีความผันผวนสูงจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ภารกิจสำคัญที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงของ