เปิด 7 ข้อสรุป ผลประชุมกองเลขาฯ RBC ที่ด่านช่องสะงำ ไทยเตือนกัมพูชาอย่าเข้าใกล้แนวลวดหนาม

ไทย-กัมพูชา ถกกองเลขาฯ RBC ที่ด่านช่องสะงำ ระบุ มีเรื่องต้องคุยกันกว่า 80 ครั้ง เผย 7 ข้อสรุป ไทยเตือนทหารเขมร อย่าขยับกำลัง-มาตั้งฐานฯ ใกล้แนวลวดหนาม ชี้ ใกล้กันมากอาจเกิดอุบัติเหตุ ชี้ ให้ยึดมั่น ข้อตกลงหยุดยิง ขอร่วม สกัดข่าวปลอม ไฟป่า แลกเปลี่ยนข้อมูล AOT พร้อมส่งเหยื่อการค้ามนุษย์กลับประเทศ

23 เมษายน 2569 -กองทัพภาคที่ 2 โดยกองเลขานุการคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ด้านกองทัพภาคที่ 2 ได้จัดการประชุมประสานการปฏิบัติร่วมกับกองเลขานุการ RBC ภูมิภาคทหารที่ 4 ราชอาณาจักรกัมพูชาที่จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมี พล.ต.กัมปนาท วาพันสุ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 2 และ พลจัตวา นิด ณารง รองเสนาธิการภูมิภาคทหารที่ 4 เป็นประธานกองเลขานุการของทั้งสองฝ่าย

ทั้งนี้ เพื่อประสานความร่วมมือด้านความมั่นคง ขับเคลื่อนผลการประชุม GBC สู่การปฏิบัติ เสริมสร้างความเชื่อมั่น และลดความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดน รายละเอียดสรุปได้ดังนี้

1.ความสำเร็จของการประสานงานที่ผ่านมา มีการประสานงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องกว่า 80 ครั้ง สามารถแก้ไขปัญหาในพื้นที่ด้วยสันติวิธี พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลสำคัญ เช่น การดำเนินงานของ AOT และมาตรการ ความปลอดภัย

2.ความร่วมมือด้านมนุษยธรรม : ทั้งสองฝ่ายร่วมกันดำเนินการรับ–ส่งผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์
อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม

3.การป้องกันปัญหาไฟป่าและสิ่งแวดล้อมชายแดน : ได้หารือแนวทางป้องกันไฟป่าและการเผาพื้นที่การเกษตร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำลังพล โดยเห็นพ้องให้ร่วมกันดำเนินมาตรการเชิงป้องกัน

4.มาตรการลดความตึงเครียดทางทหาร : แจ้งกัมพูชาไม่ขยับกำลังหรือมาตั้งฐานปฏิบัติการใกล้แนวลวดหนาม เนื่องจากหากมีฐานที่อยู่ใกล้กัน อาจนำไปสู่อุบัติเหตุ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายไม่พึงประสงค์

5.การรับมือข่าวปลอม (Fake News) : เห็นพ้องให้ร่วมกันป้องกันและแก้ไขข่าวปลอม เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนและกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

6.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานชายแดน : ฝ่ายไทยได้ชี้แจงการดำเนินโครงการเส้นทางยุทธวิธีในพื้นที่ของไทย โดยยืนยันว่าเป็นการดำเนินการภายในอธิปไตย และไม่มีผลกระทบต่อฝ่ายกัมพูชา

7.การยึดมั่นข้อตกลง GBC : ทั้งสองฝ่ายยืนยันการปฏิบัติตามถ้อยแถลงของ GBC ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.68 อย่างเคร่งครัด และให้ใช้กลไกการประสานงานชายแดนเป็นช่องทางหลักในการแก้ไขปัญหา

กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันการปฏิบัติหน้าที่ในการพิทักษ์รักษาอธิปไตยของชาติ ควบคู่กับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยยึดมั่นในหลักสันติวิธีและกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ ทั้งนี้เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงตามแนวชายแดน และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนอย่างสูงสุด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตอบโต้รายวัน! ผอ.JIC สวนกัมพูชากล่าวหาไทยยิงก่อน

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะ ผู้อำนวยการ ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา(ผอ.JICไทย ) กล่าวถึงกรณีกระทรวงกลาโหมกัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน พร้อมกล่าวหาฝ่ายไทยเป็นผู้โจมตีกัมพูชาโดยปราศจากการยั่วยุว่า การโต้แย้งด้วยถ้อยคำเพียงอย่างเดียวไม่อาจใช้ชี้ขาดว่าใครเป็นฝ่ายถูกหรือผิด สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบลำดับเหตุการณ์ หลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ และสถานการณ์แวดล้อมก่อนเกิดการปะทะอย่างครบถ้วน

ผอ.JIC ซัด 'ฮุนเซน' ไม่รักษาข้อตกลงหยุดยิง หลังอ้างเป็นแค่กระดาษไม่รับประกันสันติภาพยั่งยืน

พล.อ.อ. ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) ระบุถึงกรณีถ้อยแถลงของ ฮุน เซน เสนอคณะผู้สังเกตการณ์รัฐสภาหยุดยิง เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ชายแดนขยายตัวว่า

'พล.ท.วันชนะ' เดือด! ฟาด 'ฮุนเซน-ฮุนมาเนต' จำใส่กบาลไว้ ทำข้อตกลงให้ครบก่อนค่อยมาคุย

พล.ท.วันชนะ สวัสดี ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (สน.ปร.มน.) และ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กสุดเดือดถึงปมชายแดนไทยกัมพูชาว่า ก่อนที่จะคิดไปไกลว่าจะคุย JBCทั้ง3คนนี้ประกอบด้วย ฮุนเซน และฮุนมาเนต รวมไปถึ

ไทยโต้กัมพูชาประท้วง 'อนุทิน' ลงพื้นที่ช่องอานม้า ถามใครให้อำนาจชี้เขตแดนฝ่ายเดียว

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) กล่าวถึงข้อกล่าวอ้างของกัมพูชา กรณีระบุว่านายกรัฐมนตรีไทยเดินทางเข้าไปใน “ดินแดนอธิปไตยของกัมพูชา” และเรียกการเดินทางดังกล่าวว่าunauthorised visit โดยตั้งคำถามกลับว่า

ผอ.JIC โต้กัมพูชา เส้นเขตแดนไม่ถูกกำหนดขึ้นใหม่ด้วยแถลงการณ์ไร้ข้อเท็จจริง

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) ให้สัมภาษณ์กรณีสื่อกัมพูชาเผยแพร่แถลงการณ์กล่าวหาฝ่ายไทยว่าแผ้วถางพื้นที่ สร้างถนน และจัดทำที่มั่นทางทหาร อันเป็นการละเมิดอธิปไตยของกัมพูชา โดยยืนยันว่า ไทยไม่มีนโยบายรุกรานหรือยึดครองดินแดนของประเทศเพื่อนบ้าน และขอให้แยก “ข้อกล่าวหา” ออกจาก “ข้อเท็จจริง”