เปิดร่างข้อตกลงลับ กัมพูชากระทืบ MOU 44 แบ่งผลประโยชน์ ประชิดเกาะกูด น่านน้ำไทย

24 เม.ย.2569 - นายคำนูณ สิทธิสมาน อดีตสมาชิกวุฒิสภา(สว.)โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง เปิดร่างข้อตกลงลับ กัมพูชากระทืบ MOU 44 16 ธันวาคม 2565 มีเนื้อหาดังนี้
_________
.
หนึ่งในเหตุผลยกเลิก MOU 44 คือตลอด 25 ปีไร้ความคืบหน้าแม้แต่น้อยนิด
.
ขอขยายความอีกครั้งว่านับตั้งแต่ปี 2538 - 2565 กัมพูชาไม่เคยคิดจะปฏิบัติตามเงื่อนไข MOU 44 ที่มี “หัวใจ“ อยู่ที่ให้เจรจาเรื่องแบ่งเขตแดนกับเรื่องพัฒนาร่วมเพื่อแบ่งผลประโยชน์ในปิโตรเลี่ยมไปพร้อมกันเป็น package อย่างไม่อาจจะแบ่งแยกกันได้เลย
.
ต่อให้ MOU 44 มีข้อดี แต่เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่เคยคิดจะปฏิบัติตาม ก็เป็นได้เพียงข้อดีทิพย์ที่ไม่มีวันเกิดขึ้นจริง มีไว้เป็นวัสดุประกอบความฝันไปวัน ๆ
.
หัวใจของ MOU 44 คือการแบ่งเขตพื้นที่อ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน (OCA) จำนวน 26,000 ตารางกิโลเมตร ออกเป็น 2 ส่วนโดยใช้เส้นละติจูด 11 องศาเหนือเป็นเส้นแบ่ง แล้วเขียนล็อคไว้อย่างแน่นหนาว่าให้เจรจาแบ่งเขตแดนทางทะเลเฉพาะพื้นที่ส่วนบนเส้น 11 โดยกำหนดให้พื้นที่ใต้เส้น 11 เป็นเขตพัฒนาร่วม (JDA) เพื่อเจรจาร่วมกันผลิตและแบ่งผลประโยชน์ในปิโตรเลียม เงื่อนไขบังคับคือการเจรจาทั้ง 2 ส่วนจะต้องทำไปพร้อมกัน (to simultaneously) อย่างไม่อาจแบ่งแยกจากกันได้ (as an indivisible package)
.
เพื่อแก้ปัญหา 2 ประการพร้อมกันไป
.
ประการหนึ่ง ให้ทั้งไทยและกัมพูชามีโอกาสได้ใช้ปิโตรเลี่ยมใต้อ่าวไทยในขณะที่ยังเจรจาตกลงแบ่งเขตแดนทางทะเลกันได้ไม่ครบทั้งหมด
.
อีกประการหนึ่ง แก้ปัญหาเส้นเขตไหล่ทวีป 2515 ของกัมพูชาที่รุกล้ำอธิปไตยและสิทธิอธิปไตยของไทยบริเวณเกาะกูด การเจรจาแบ่งเขตแดนเฉพาะส่วนนี้ต้องจบลงพร้อมกับการเจรจาแบ่งปิโตรเลียม
.
ปัญหาประการแรกเป็นความต้องการของทั้งไทยและกัมพูชา ต่างต้องการใช้ปิโตรเลียม ส่วนประการหลังต้องกล่าวว่าเป็นปัญหาเฉพาะของไทย ที่แม้ชัดเจนว่าเกาะกูดเป็นเราแน่ ๆ ตามสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ค.ศ. 1907 (พ.ศ. 2450) และดำเนินการแสดงสิทธิชัดเจนทุกประการตั้งแต่ปี 2516 แต่คนไทยทั้งชาติก็ยังคงไม่สบายใจที่มีเส้นไหล่ทวีปนอกกฎหมายของกัมพูชามารบกวน หากทำให้หายไปเสียได้ก็ดี
.
ฝ่ายไทยแสดงอาการลิงโลดมากที่กัมพูชายอมลงนามใน MOU 44
.
แค่ได้เส้นเว้าเป็นเบ้าขนมครกใต้เกาะกูดก็ดีใจแล้ว บอกว่าเป็นท่าทีที่ดีของกัมพูชา เป็นชัยชนะก้าวแรก
.
แต่พอเอาเข้าจริง กัมพูชากลับมีเจตนารมณ์แน่วแน่เหมือนเดิมตั้งแต่ปี 2538 ในการเจรจากับไทยครั้งแรกยุคระบอบฮุนเซน ประธาน JTC ฝ่ายไทยทดลองเสนอแนวแบ่งเขตแดนไปราวปี 2544-2545 ก็เงียบหาย หรือต่อมาการเจรจาส่วนแบ่งปิโตรเบียมในพื้นที่ส่วนล่างไทยเสนอไป 3 อัตรา 90:10, 50:50 และ 10:90 เพื่อนเราก็ไม่เอา จะเอาแต่คนละครึ่ง 50:50 เท่ากันทั้งอาณาบริเวณ 16,000 ตารางกิโลเมตร
.
กัมพูชาจะเอาแต่ได้ เอาแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง โดยไม่คำนึงถึงความเป็นมิตรประเทศที่ดี
.
จะไม่ยอมเสียอะไรสักอย่าง
.
ผลประโยชน์จากปิโตรเลี่ยมใต้อ่าวไทยก็จะเอา โดยจะขอแบ่ง 50:50 เต็มพื้นที่ OCA รวมกว่า 26,000 ตารางกิโลเมตร ไม่ใช่เฉพาะแค่เขต JDA พื้นที่ 16,000 ตารางกิโลเมตรที่กำหนดไว้ใน MOU 44 เท่านั้น และเกาะกูดก็ยังจะเอาอยู่ หรืออย่างน้อยก็จะยังคงเคลมคาไว้อยู่ จึงจะไม่ยอมเจรจาให้เสียเส้นเขตไหล่ทวีป 2515 ของตนแม้แต่น้อย
.
หลักฐานปรากฏชัดล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2565
วันนั้น ประธาน JTC ไทย-กัมพูชา (ฝ่ายกัมพูชา) เข้าเยี่ยมคารวะและหารืออย่างไม่เป็นทางการกับประธาน JTC ไทย-กัมพูชา (ฝ่ายไทย) สารัตถะของการหารือได้มีการเน้นให้เห็นถึงความจำเป็นในการนำปิโตรเลียมใต้อ่าวไทยในเขต OCA ทั้งหมดขึ้นมาใช้โดยเร็วเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจของ 2 ประเทศ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรพลังงาน โดย “ละทิ้ง” การเจรจาแบ่งเขตแดนทางทะเลเอาไว้ก่อน กำหนดให้สัดส่วนการแบ่งผลประโยชน์เป็นคนละครึ่ง หรือ “50:50” ในวันเดียวกันนั้นมีการเจรจาหารืออย่างไม่เป็นทางการระหว่าง JTC ของทั้ง 2 ประเทศในกรุงเทพฯ คณะทำงานฝ่ายกัมพูชาได้ยื่นร่างข้อตกลงเป็นฉบับภาษาอังกฤษมีเนื้อหา 3 ข้อให้กับคณะทำงานฝ่ายไทยเพื่อพิจารณาให้เป็นผลการประชุมของ JTC ด้วย
.
ร่างข้อตกลงที่ตีตราลับที่สุดนี้มีสั้น ๆ หน้าเดียว
.
1. The Royal Thai Government and the Royal Government of Cambodia shall carry out joint development of the hydrocarbon resources within the entire area of their overlapping maritime claims to the continental shelf (OCA) and leave the issue of maritime boundary delimitation for later
2. The economic benefits of the exploration of the hydrocarbon resources located in the OCA shall be shared equally on 50:50 basis between the two countries
3. Both parties shall continue to work closely and on an expedited basis at all levels to agree on further details of the form and agreement for the implementation of the joint development
.
ลงท้ายด้วยการลงนามเว้นช่องว่างสำหรับลงนามโดยประธาน JTC ของทั้ง 2 ประเทศ
.
ที่สำคัญคือข้อ 1 และข้อ 2
.
ข้อ 1 คือการกระทืบทิ้งหัวใจของ MOU 44 เพราะกำหนดให้ไทยและกัมพูชาดำเนินการพัฒนาร่วมทรัพยากรปิโตรเลียมภายในพื้นที่ OCA ทั้งหมด (the entire area of OCA) รวม 26,000 ตารางกิโลเมตร ไม่ใช่เพียง 16,000 ตารางกิโลเมตรใต้เส้นละติจูด 11 องศาเหนือเท่านั้น และให้ละทิ้งประเด็นการแบ่งเขตแดนทางทะเลไว้ก่อน (…leave the issue of maritime boundary delimitation for later) ออกไปก่อน
.
ส่วนข้อ 2 ระบุให้แบ่งผลประโยชน์กันอย่างเท่าเทียม 50:50 ทั้ง ๆ ที่แหล่งปิโตรเลียมมีแนวโน้มอยู่ใกล้ฝั่งไทยมากกว่าฝั่งกัมพูชา
.
เท่ากับเป็นการทำลายหัวใจของ MOU 44 เพราะจะไม่มีการแบ่งเขตแดนทางทะเลเหนือเส้นละติจูด 11 องศาเหนืออีกต่อไป มีแต่การแบ่งผลประโยชน์เต็มพื้นที่ OCA ทั้งหมด ซึ่งกินอาณาบริเวณมากกว่า 26,000 ตารางกิโลเมตร และประชิดติดเกาะกูด รวมทั้งส่วนที่เป็นทะเลอาณาเขตและน่านน้ำภายในของไทย ไม่ใช่แค่เฉพาะส่วนพื้นที่ 16,000 ตารางกิโลเมตรใต้เส้นละติจูด 11 องศาเหนือที่ระบุในผัง ท้าย MOU 44 เท่านั้น
.
ถามว่าที่กัมพูชากล้าเสนอหักดิบข้อตกลงเดิมเช่นนี้ เพราะได้รับสัญญาณจากการหารืออย่างไม่เป็นทางการกับฝ่ายไทยไม่ว่าในระดับใดด้วยหรือเปล่า เพราะก็ไม่เป็นที่ปิดบังหรอกว่าหน่วยงานไทยบางหน่วยที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน ผู้หลักผู้ใหญ่ในฝ่ายการเมืองบางคน รวมทั้งทุนพลังงานภาคเอกชนบางส่วน ก็มีแนวคิดใกล้เคียงกันประมาณนี้ คือต้องการแยกเจรจาเฉพาะเรื่องพัฒนาปิโตรเลียมให้นำขึ้นมาใช้โดยพักเรื่องเขตแดนทางทะเลไว้ก่อน หรือสรุปคำถามนี้ให้สั้น ๆ ง่าย ๆ ว่าฝ่ายไทยรู้เห็นเป็นใจด้วยหรือเปล่า
.
มติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในกรณีนี้ช่วงปี 2557 - 2566 รวมทั้งเอกสารประกอบแวดล้อมต่าง ๆ พอจะบอกเล่าความจริงเป็นคำตอบได้ในระดับสำคัญ แต่จะยังไม่พูดถึงละ
.
เอาเป็นว่ากระทรวงการต่างประเทศยืนหยัดคัดค้านเต็มที่
.
ต่อกรณี MOU 44 กระทรวงการต่างประเทศมีลักษณะ 2 ด้าน
.
ด้านหนึ่ง คัดค้านการยกเลิก MOU 44
.
อีกด้านหนึ่ง คัดค้านการปฏิบัตินอกกรอบ MOU 44 คือการแบ่งปิโตรเลียมอย่างเดียวโดยไม่พูดถึงเรื่องเขตแดน
.
ผมชื่นชมกระทรวงต่างประเทศในจุดยืนด้านที่ 2
.
กระทรวงการต่างประเทศทำหนังสือเสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2565 ว่าไม่ควรรับข้อเสนอของกัมพูชา ยกเหตุผลหลายประกอบด้วยภาษาที่นุ่มนวลแต่หนักแน่น
.
เริ่มต้นด้วยการให้ข้อมูลพื้นฐานว่านี่ไม่ใช่ของใหม่อะไร หากเป็นไปตามข้อเสนอเดิมของกัมพูชาตั้งแต่ครั้งประชุมคณะกรรมการร่วมด้านเทคนิคไทย-กัมพูชาเมื่อวันที่ 18-19 กรกฎาคม 2538 อันเป็นครั้งแรกในยุคที่ฮุนเซนเถลิงอำนาจขึ้นมาแล้ว เป็นความต้องการสูงสุด (Maximum Claim) ก่อนจะปรับท่าทีลดลงมาตามเนื้อหาที่ปรากฎใน MOU 2544 ในอีก 6 ปีถัดมา
.
ในเหตุผลข้อสุดท้าย กระทรวงการต่างประเทศเสนอไว้อย่างหนักแน่นว่า…
.
“…ในการกำหนดพื้นที่พัฒนาร่วม (JDA) ระหว่างไทยกับกัมพูชา กระทรวงการต่างประเทศเห็นว่าจะต้องสามารถอธิบายให้กับประชาชน นักวิชาการ ผู้มีส่วนได้เสีย และภาคประชาสังคมได้ และรัฐสภาต้องให้ความเห็นชอบด้วย รวมทั้งจะต้องเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ”
.
หน่วยงานเจ้าของเรื่องให้ความเห็นหนักแน่นแบบนี้ รัฐบาลไหนจะกล้าไม่เชื่อบ้างล่ะ ?
.
ประกอบกับช่วงเวลานั้นก็ใกล้เลือกตั้งทั่วไปมากแล้ว
.
ร่างข้อตกลงเถยจิตของกัมพูชาจึงพับไป
.
ประเด็นนี้นอกจากจะชื่นชมกระทรวงการต่างประเทศ แล้ว ยังต้องขอชื่นชมกระทรวงพลังงานด้วย ในช่วงปี 2559 - 2560 ทั้ง 2 กระทรวงร่วมกันยืนหยัดต่อสู้แนวคิดพักการเจรจาเรื่องเขตแดนไว้ก่อนมาหลายปีก่อนหน้าการเสนอความเห็นครั้งสุดท้ายต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2565 และคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2566
.
ณ วันนี้ต่อให้ไม่ยกเลิก MOU 44 ก็ไม่มีประโยชน์อะไร
.
ข้อดีที่กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ เค้นมันสมองคิดค้นออกแบบนวัตกรรมเจรจา 2 เรื่องไปพร้อมกันอย่างแบ่งแยกจากกันไม่ได้ไว้เมื่อ 25 ปีไร้ผลโดยสิ้นเชิง
.
จะมี MOU 2544 เอาไว้ทำไม ในเมื่อกัมพูชาไม่เคารพ ไม่ปฏิบัติตาม และไม่เคยพยายามที่จะปฏิบัติตามมาแต่ต้น โดยยังคงยึดมั่นแต่เถยจิตเดิมของตนตั้งแต่เจรจาครั้งแรกเมื่อปี 2538 จนแม้เมื่อตกลงลงนาม MOU 2544 ในอีก 6 ปีต่อมาแล้ว ก็ไร้ผล จนล่าสุดเมื่อปลายปี 2565 ก็ปรากฎหลักฐานเป็นที่ประจักษ์
.
แม้ MOU 44 อาจถือเป็นข้อตกลงชั่วคราว (provisional arrangements) ตามนัยแห่ง UNCLOS 1982 ข้อ 74(3) และ 83(3) เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ทั้งไทยและกัมพูชาในขณะที่การตกลงถาวรเรื่องเขตแดนทางทะเลยังไม่คืบหน้าแม้แต่น้อย
.
แต่นี่ผ่าน 25 ปีมาแล้ว หากยังคงรักษา MOU 44 ไว้ “ชั่วคราว” ก็จะแปรเป็น “ชั่วนิรันดร์” จะเอากันอย่างนั้นหรือ ?
.
เปิดโอกาสให้ประเทศไทยเลือกเครื่องมือใหม่ดีไหม ?
.
วันนี้กัมพูชาก็ให้สัตยาบัน UNCLOS 1982 แล้วนี่นา !

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เขมรป่วนอีก! เรือประมง 30 ลำ รุกน่านน้ำไทย 'เรือหลวงเทพา' ไล่จับ

30 เรือประมงต่างชาติ ป่วนทะเลไทย จ.ตราด อีกรอบ 'เรือหลวงเทพา' วิ่งไล่จับ ก่อนหันหัวเรือหนีไปในทิศทางเดียวกัน ซ้ำรอย 'เขมร' รุกล้ำน่านน้ำเกาะกูด

'อนุทิน' สั่งครม. เตรียมพร้อมยกเลิก 'MOU 44'

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีประกาศว่าจะยกเลิกเอ็มโอยู 44 ว่า วันเดียวกันนี้ (10 ก.พ.) จะสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการเพื่อประกาศยกเลิ