รบรอบ 3 ปะทุแน่ 'UNCLOS' ไม่ทำไทยเสียดินแดน - เกาะกูด

“พล.อ.รังษี” มั่นใจไทยเข้า UNCLOS ไม่ทำเสียดินแดน-เกาะกูด เชื่อรบรอบสามเกิดแน่ กระตุก3 เหล่าทัพต้องเด็ดขาด รบ-รุก นอกประเทศ   

7 มิ.ย.2569พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ -อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก กล่าวถึงสถานการณ์ไทย-กัมพูชา หลังรัฐบาลตอบรับให้ประเทศไทยเข้าสู่กระบวนการภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ในประเด็นพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชาโดยกล่าวว่า UNCLOS เป็นกลไกแบบองค์กรสากล กัมพูชาตั้งกรรมการ เราก็ตั้งกรรมการ แต่ UNCLOS ไม่มีสิทธิ์ที่จะบอกพื้นที่ตรงนี้เป็นของฝ่ายใด ทำได้แต่เพียงบอกว่า เขตทะเลต่อเนื่อง เขตทะเลประเทศ เขตไหล่ทวีป เมื่อวัดจากฝั่งทะเลที่น้ำลดสูงสุดชายฝั่ง ตรงนั้นเขามีบรรทัดฐาน จะมั่วกับเราไม่ได้ ไทยเราก็ต้องตั้งกรรมการร่วมกับ UNCLOS ที่มีกฎ กติกา เป็นสนธิสัญญากฎหมายทางทะเล ส่วนที่กัมพูชาจะขอข้ามขั้นตอนไปคุยกันในภาคผนวกเลย ก็ไม่เป็นไร ไม่เห็นต้องกลัวมันเลย ยิ่งดีด้วยเพราะเรารู้อยู่แล้วว่าเขานับไป 12 ไมล์ทะเลเป็นเขตทะเลประเทศ 12 ไมล์ทะเลเป็นเขตทะเลต่อเนื่อง พอเขาบอกว่าของประเทศไทยอยู่ตรงนี้ ๆ คราวนี้มันจะไม่ฟังไม่ได้แล้ว เพราะUNCLOS มีความเที่ยงตรงแม่นยำ เป็นที่ยอมรับมากกว่าสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ที่กัมพูชานำมาอ้าง ไม่ต้องไปกลัว ยังไงเกาะกูด ของเราแน่นอน แต่เราต้องตั้งคณะทำงานไปร่วมกับUNCLOS ซึ่งหากอันไหนผิดปกติ ก็ต้องแย้ง

เมื่อถามว่า แต่ไทยก็เคยมีบทเรียนมาจากเขาพระวิหาร ทำให้ยังอาจกังวลเรื่องการหาทางออกแบบพหุภาคี พลเอกรังษี ให้ความเห็นว่า มันไม่เหมือนกันเพราะ UNCLOS มีหน้าที่แค่บอกว่าเขตไหล่ทวีปของคุณอยู่ตรงนี้ เขตทะเลต่อเนื่องคุณอยู่ตรงนี้ เขตทะเลประเทศคุณอยู่ตรงนี้ แต่เขาไม่เหมือนศาลโลก จะมาบังคับไม่ได้ ผมกลัวต่างจากคนอื่นคือ กลัวว่าหาก UNCLOS ชี้ออกมา มัน(กัมพูชา)รู้อยู่แล้วว่าของมัน ไม่มีน้ำมัน(ก๊าซ) มันก็จะไม่ยอมรับ UNCLOS ฮุน เซน ฮุน มาเน็ต แต่ถ้าแบบนั้นก็เข้าทางเรา ซึ่งหากไม่ยอมรับ แล้วรุกล้ำเข้ามาในเขตที่ UNCLOS ชี้ว่าเป็นของเรา ก็ล่อมันเลย อันนี้คือความชอบธรรมแล้ว ไม่ต้องกังวล เพราะ UNCLOS เป็นองค์กรสากล เขามีหลักกติกาชัดเจน

เมื่อถามว่าหากให้ประเมินในอนาคตดูแล้ว ไทยกับกัมพูชามีโอกาสจะมีการสู้รบกันรอบที่สามหรือไม่ พลเอกรังษี ระบุว่า โอกาสเกิดรอบสามมีมากกว่าไม่มี ให้ 70/30 ณ สถานการณ์นี้ เพราะตอนนี้ก็เป็นไฟท์บังคับของฮุน เซน ที่ฮุน เซนต้องหาเรื่องปะทะกับเรา เพื่อเข้าสู่เงื่อนไขของ MOU43 เพราะในMOU43 ระบุชัดเจนว่าหากมีกรณีพิพาทชายแดน จะต้องเข้ามาสู่คณะกรรมการทั้ง RBC -GBC -JBC แต่งวดนี้ ฮุน เซน ตัดตอนเลยเอา JBC ซึ่งเป็นคณะกรรมการสูงสุด เพราะรออีกไม่ได้แล้ว แล้วจะใช้มุขเดิม ปะทะ3-4 วัน แล้วก็จบ แต่งวดนี้มันมีจุดที่ฮุน เซนมันคิดว่าจะต้องยึดเราให้ได้ 4 จุด คือ หนึ่ง ห้วยตามาเรีย เขาพระวิหาร  สอง ปราสาทตาเมือนธม สาม บริเวณโอร์เสม็ดที่ติดกับช่องจอมของไทย สี่ บริเวณเนิน 475 ตรงบริเวณช่องบก

พลเอกรังษี วิเคราะห์ว่า หากมีการสู้รบกันรอบที่สาม เชื่อว่ามันต้องโหมกำลังไปที่ใดที่หนึ่งเพื่อมายึดพื้นที่ อย่างพื้นที่เนิน 475 ช่องบกเพราะวันนี้กัมพูชายังได้เปรียบเพราะยังอยู่บนเนิน 475 ที่เป็นพื้นที่สูงทางทหาร เติมกำลังคนมาเป็นพันคน ส่วนตรงโอร์เสม็ดเพราะมันต้องการยึดช่องจอมเพราะเป็นแหล่งทรัพย์สมบัติของฮุน เซน พวกบ่อน สแกรมเมอร์ตรงนั้นเป็นของฮุน เซน เกินเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ ส่วนปราสาทตาเมือนธม พูดกับคนของเขาตลอดเวลาว่าไทยไปยึดโบราณสถาน มันต้องเอาคืนเพื่อเป็นของขวัญให้คนกัมพูชา และสี่ ก็เขาพระวิหาร เพราะเขาพระวิหารมันทำถนนเข้าไปที่ช่องคานม้าแล้วมันเลี้ยวขวากลับไปที่เขาพระวิหาร เพราะทางขึ้นเขาพระวิหารอยู่ในประเทศเรา ที่ประเมินสี่จุดดังกล่าวเพราะเขมรมีการเพิ่มเติมกำลังและมีการดัดแปลงที่มั่นทางทหาร เพิ่มเติมอาวุธ เพราะอย่างไรเสียในการเจรจา บนโต๊ะการเจรจา หากคุมสนามรบได้ก็จะได้เปรียบในการเจรจา

“สุดท้ายแล้ว มันอยู่ที่เราว่าเราจะพร้อมขนาดไหน รอบนี้ ฮุน เซนคิดแบบนี้ มันก็เป็นโอกาสทองของเรา เพราะหากโจมตีเราด้วยอาวุธหนักก่อน นั่นคือสัญญาณที่จะรบครั้งต่อไป ฮุน เซนมันทำได้ทุกอย่าง ต้องยอมรับว่ามันเป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษ มันคิดของมัน ต้องอ่านมันให้ออก แล้วสู้กับมัน ต้องไม่มีลิมิต เพราะฮุน เซน มันบ้าเลือดของมันแบบนี้ตั้งแต่มันเป็นเขมรแดง”พลเอกรังษี ระบุ

เมื่อถามว่าการยั่วยุของเขมรเพื่อให้เกิดสงครามรอบใหม่ ก็คือกัมพูชาต้องใช้อาวุธหนัก พล.อ.รังษี กล่าวว่า หากยิงแบบเปาะแปะก็ปล่อยมันเถอะ เรารอแบบรวบทีเดียว รอบนี้ผมเชื่อ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ เขาเตรียมแผนไว้หมดแล้ว รอบนี้ผมมั่นใจว่า กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศต้องรุกออกนอกประเทศ กองทัพบกต้องยึดพื้นที่สำคัญทางบก กองทัพเรือต้องยึดพื้นที่สำคัญทางทะเล เพื่อเราจะได้ใช้ในการเจรจาต่อรองบนโต๊ะเจรจา หากยังมี MOU43 อยู่ หากเป็นผม ผมก็จะเตรียมพร้อมที่จะปะทะกับมัน แต่ผมก็ต้องคิดว่าทำอย่างไรผมถึงจะจัดการกับมันได้ เพราะไทยเรามีความได้เปรียบคือมีกองทัพที่แข็งแรงทั้งสามเหล่าทัพ เรามียุทธศาสตร์ ยุทธวิธี มีเป้าหมาย เพราะฉะนั้นเราต้องรอความชอบธรรม

เมื่อถามย้ำว่า มองว่าโอกาสเกิดรอบที่สาม หากนับจากนี้คิดว่าอีกนานหรือไม่ พลเอกรังษี ตอบว่า ไม่นาน เพราะฮุน เซน มันทนพิษบาดแผลเรื่องเศรษฐกิจไม่ไหว แต่ระยะเวลา จะวันนี้ พรุ่งนี้หรืออีกสองเดือน ก็ต้องแล้วแต่มัน แต่เราต้องพร้อม เพราะถ้าเราจะรุกใหญ่ออกนอกประเทศ เราต้องได้ความชอบธรรมกับความถูกต้อง เพราะรอบนี้ จริงๆ ต้องยึดพื้นที่สำคัญแล้วรุกออกนอกประเทศอย่าตั้งรับในประเทศ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชม 'อนุทิน' ปกป้องผลประโยชน์ชาติ หลังถกผู้นำจีน ปมรถถังเขมร ได้การการันตี ห้ามใช้ซัดกับไทย

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช แสดงความคิดเห็นถึงการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของนายอนุทิ

'เสธ.ทบ.' ไม่เชื่อคำอ้างเขมร เหตุยิงปืนใกล้ฐานทหารไทย ย้ำอย่าทำอีก

'เสธ.ทบ.' ลั่นไม่เชื่อข้ออ้าง 'กัมพูชา' หลังยิงปืน 3 นัดใกล้ฐานทหารไทย ย้ำกองทัพตอบโต้ตามหลักปฏิบัติ ยันสร้างแน่อ่างเก็บน้ำ 'ห้วยตามาเรีย' ไม่ว่าจะใช้งบไหน ขอแค่สร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติ

รบรอบสาม ไทย-เขมร มีแน่ ต้องไม่เลี้ยงไข้กัมพูชา

สถานการณ์"ไทยVSกัมพูชา"ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากไทยเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)

'นายกฯหนู' ดึงข้อศอก 'ฮุน มาเนต' ย้ำจุดยืนไทย เจรจาได้แต่ห้ามบังคับ

'อนุทิน' เผยดึงข้อศอก 'ฮุน มาเนต' คุยปมชายแดน ย้ำไม่ต้องการขัดแย้งกัน พร้อมเจรจาตามกรอบ แต่บังคับเมื่อไหร่หยุดทันที ลั่นไม่พูดเรื่องเปิดด่าน คำต้องห้ามเดี๋ยวคนไทยโกรธตาย

นักวิชาการกฎหมายระหว่างประเทศ เปิดข้อเท็จจริง-มุมมอง เกม UNCLOS ศึกเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา

ผศ. ดร.ธนภัทร ชาตินักรบ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ให้ข้อมูลผ่านเพจเฟซบุ๊ก "Take A Walk, Talk International Law ท่องโลกกว้างด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ" ระบุว่า คณะรัฐมนตรีตั้งหัวหน้าและรองหัวหน้าคณะเจรจาและผู้ประนอมฝ่ายไทย เพื่อเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติที่น่าสนใจเกี่ยวกับการตั้งหัวหน้าและรองหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย รวมถึงผู้ประนอมฝ่ายไทย 2 ท่าน เพื่อเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ซึ่งกัมพูชาได้ยื่นไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 โดยมีรายละเอียดโดยสรุปดังนี้