จีนส่ง 'หวัง อี้' เยือนไทย ไม่ใช่แค่ธรรมเนียมปฏิบัติ แต่เป็นการตอกเสาเข็มยุทธศาสตร์

25 เมษายน 2569 - นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระและครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า นักวิเคราะห์และสื่อต่างประเทศมองการที่จีนส่ง “หวัง อี้” รัฐมนตรีต่างประเทศจีน มาเยือนไทย” อย่างไรบ้าง

1. จีนกำลังยกระดับบทบาทในไทย ไม่ใช่แค่เยือนตามพิธีการ

AP มองว่าการเยือนของหวัง อี้ มีเป้าหมายเพื่อ “เสริมความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์” และขยายความร่วมมือ โดยเฉพาะเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งสแกม ขณะเดียวกัน AP ชี้ว่า จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทย และการลงทุนจีนในไทยเร่งตัวขึ้น เพราะบริษัทจีนจำนวนมากย้ายฐานผลิตมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อเลี่ยงแรงกดดันจากภาษีสหรัฐฯ

2. ต่างชาติมองว่า “แก๊งสแกม” กลายเป็นวาระภูมิรัฐศาสตร์

Reuters รายงานว่า หวัง อี้ พูดถึงความหวังให้ไทย–กัมพูชาปรับความสัมพันธ์ดีขึ้น หลังมีความขัดแย้งทางอาวุธในปีก่อน และทั้งไทย–จีนให้ความสำคัญกับการจัดการ cyber scams
จุดนี้สำคัญมาก เพราะไม่ใช่แค่เรื่องตำรวจจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่คือจีนกำลังวางตัวเป็น “ผู้จัดระเบียบความมั่นคงชายแดนและอาชญากรรมข้ามชาติ” ในอนุภูมิภาคไทย–กัมพูชา–เมียนมา

3. จีนกำลังใช้เศรษฐกิจนำการเมือง

Lowy Institute ประเมินว่า จีนเป็นมหาอำนาจภายนอกที่มีอิทธิพลสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยรวม และเป็นผู้นำด้านอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการทูต รวมถึงเป็นอิทธิพลหลักในไทยด้วย แต่ยังอ่อนกว่าสหรัฐฯ ในเครือข่ายด้านกลาโหม

พูดแบบอ่านเกมอำนาจ คือ จีนไม่ได้บุกไทยด้วยเรือรบ แต่บุกด้วย การค้า การลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน รถไฟ EV เกษตร ท่องเที่ยว และช่องทางการทูตถี่ขึ้นเรื่อย ๆ

4. ไทยกำลังถูกอ่านว่า “เอนใกล้จีนมากขึ้น แต่ยังไม่ทิ้งสมดุล”

Reuters เคยรายงานตอนในหลวงรัชกาลที่ 10 เสด็จฯ เยือนจีนว่า นักวิเคราะห์มองว่านี่เป็นสัญญาณของอิทธิพลจีนที่เพิ่มขึ้นในไทย ท่ามกลางแรงตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาค

แต่ในเชิงยุทธศาสตร์ ไทยยังไม่ใช่ประเทศที่ “เลือกข้างจีนเต็มตัว” เพราะไทยยังมีพันธะด้านความมั่นคงกับสหรัฐฯ อยู่ เพียงแต่ไทยกำลังเล่นเกมแบบ hedging คือรับประโยชน์จากจีน โดยไม่ปิดประตูสหรัฐฯ ญี่ปุ่น อินเดีย ตะวันออกกลาง และยุโรป

5. อาเซียนโดยรวมกำลังมองจีนดีขึ้น เพราะไม่มั่นใจสหรัฐฯ

ผลสำรวจ State of Southeast Asia 2026 ของ ISEAS ที่ Straits Times รายงาน ระบุว่า หากต้องเลือกข้างระหว่างจีนกับสหรัฐฯ กลุ่ม opinion leaders ในอาเซียนเลือกจีน 52% ต่อสหรัฐฯ 48% และความกังวลอันดับหนึ่งของภูมิภาคคือทิศทางนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ มากกว่าความก้าวร้าวในทะเลจีนใต้เสียอีก
ดังนั้น การเข้าหาไทยของจีนจึงเกิดในจังหวะที่ “ความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ” ในสายตาอาเซียนสั่นคลอนพอดี

6. แต่ต่างชาติก็เตือนเรื่องความเสี่ยงของการพึ่งจีนมากเกินไป

ISEAS วิเคราะห์โครงการ Land Bridge ของไทยว่า ทำให้ไทยอยู่กลางการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างจีน อินเดีย และชาติตะวันตก และไทยต้องระวังไม่พึ่งประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป

นี่คือจุดที่นักวิเคราะห์ต่างประเทศมักมองไทยว่า “มีแต้มต่อจากภูมิศาสตร์” แต่ถ้าบริหารไม่ดี แต้มต่อนี้อาจกลายเป็นกับดัก คือไทยถูกดึงเข้าไปเป็นสนามแข่งขันของมหาอำนาจแทนที่จะเป็นผู้เล่นที่ต่อรองได้

7. การประกาศตัวเป็น “ผู้ไกล่เกลี่ย” ด้านความมั่นคงเต็มตัว

ในประเด็นความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชา จีนไม่ได้มาแค่เพื่อเจรจาปราบแก๊งสแกมเมอร์ แต่ หวัง อี้ ได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าจีนพร้อมเป็น "เวทีกลาง" สนับสนุนให้ไทยและกัมพูชาฟื้นฟูความไว้วางใจจากความขัดแย้งที่ผ่านมา

นี่คือการยกระดับบทบาทของจีนจาก "หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ" ขึ้นไปเป็น "ผู้รับประกันความมั่นคงระดับภูมิภาค" (Security Guarantor) ซึ่งเป็นการเข้ามาอุดช่องว่างของกลไกอาเซียน และท้าทายสถาปัตยกรรมความมั่นคงเดิมที่มีสหรัฐฯ เป็นแกนนำ

8. การล็อกเป้าหมายรัฐบาลใหม่ด้วย Joint Action Plan และ APEC 2026

บริบทสำคัญในการเยือนครั้งนี้คือการหารือโดยตรงกับนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และรองนายกฯ ควบ รมว.ต่างประเทศ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ซึ่งสะท้อนว่าจีนต้องการเร่งกระชับความสัมพันธ์กับฝ่ายบริหารชุดปัจจุบันให้เร็วที่สุด โดยมีการผลักดันการทำ Joint Action Plan เพื่อยกระดับความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ และการเชิญผู้นำไทยเข้าร่วมการประชุม APEC 2026 ที่จีนจะเป็นเจ้าภาพในเดือนพฤศจิกายน ปักกิ่งกำลังใช้จังหวะนี้ดึงไทยเข้าสู่วงโคจรยุทธศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรม

9. ยุทธศาสตร์ห่วงโซ่อุปทานใหม่ (New Energy & Tech Supply Chain)
นอกเหนือจากการค้าและ Land Bridge จีนยังเจาะจงขยายความร่วมมือด้าน "พลังงานใหม่" (New Energy) และโครงสร้างพื้นฐาน การที่บริษัทจีนย้ายฐานการผลิต EV และเทคโนโลยีทางเลือกมายังไทย ไม่ใช่แค่เรื่องของเม็ดเงินลงทุน แต่คือการนำไทยเข้าไปผูกติดในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานแห่งอนาคต หากไทยไม่มีการบริหารจัดการเทคโนโลยีที่เป็นอิสระมากพอ (เช่น ระบบไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงานที่สามารถแยกการทำงานและพึ่งพาตัวเองได้ในยามวิกฤต) ไทยอาจสูญเสียอำนาจต่อรองในการควบคุมโครงสร้างพื้นฐานหลักของประเทศในระยะยาว

สรุป

การเดินหมากของ หวัง อี้ ในปี 2026 ไม่ใช่แค่การเยือนตามธรรมเนียมปฏิบัติ แต่คือการตอกเสาเข็มยุทธศาสตร์ทั้งด้านความมั่นคง พลังงาน และการทูต

คำถามสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจะรักษาสมดุลอย่างไร แต่อยู่ที่ว่าไทยมี “ยุทธศาสตร์ที่แข็งแกร่งพอ” ที่จะบริหารจัดการการพึ่งพา ไม่ให้กลายเป็นพันธนาการในอนาคตหรือไม่
นอกจากนี้ โจทย์ของไทยไม่ใช่ “จะเอาจีนหรือเอาสหรัฐฯ”

โจทย์จริงคือ ไทยจะใช้จีนให้เป็นประโยชน์ โดยไม่กลายเป็นประเทศที่ถูกจีนใช้เป็นเครื่องมือได้อย่างไร

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ร่วมยินดีเนื่องในวันชาติรัสเซีย เน้นย้ำรากฐานมิตรภาพอันยาวนาน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยภริยา เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสวันชาติสหพันธรัฐรัสเซีย ตามคำเชิญของนายเยฟเกนี โตมีฮิน (H.E. Mr. Evgeny Tomikhin) เอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย โดยมีคณะทูตานุทูต ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายภาคส่วนเข้าร่วมงานกว่า 700 คน

‘กริตส์แมน’ร่วมยักษ์จีนพัฒนานวัตกรรมรถบรรทุกขับเคลื่อนอัตโนมัติ

พัฒนานวัตกรรมรถบรรทุกขับเคลื่อนอัตโนมัติ GRITSMAN ผนึกเอกชนยักษ์ใหญ่จีน ปูทางเหมืองอัจฉริยะ ลุยงานในพื้นที่ควบคุม ทั้งโรงงานอุตสาหกรรม ท่าเรือ และศูนย์กระจายสินค้า พร้อมทำงาน 24 ชั่วโมง

ทร.เปิด 50 สินค้าควบคุมห้ามส่งกัมพูชา แจงภาพเรือขนส่งเป็นเหตุเก่า

โฆษกกองทัพเรือยืนยันเดินหน้าเข้มมาตรการสกัดกั้นสินค้าควบคุมไปกัมพูชาตามนโยบายรัฐบาล พร้อมเปิดรายการสินค้าต้องห้ามกว่า 50 รายการ ครอบคลุมเชื้อเพลิง อุปกรณ์สื่อสาร โดรน และสารเคมี ชี้ภาพเรือ

'แอนโธนี ฮัดสัน'แก้ตัว นักเตะไทยห่างสนามนานเกิน หลังจบเกมเสมอจีน0-0

วันที่ 9 มิถุนายน 2569 เวลา 18.35 น. ตามเวลาประเทศไทย ณ จินหัว สปอร์ตส์ เซนเตอร์ สเตเดียม สาธารณรัฐประชาชนจีน การแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องตามปฏิทิน ฟีฟ่า เดย์ เดือนมิถุนายน ฟุตบอลชายทีมชาติไทย อันดับ 93 ของโลก ลงสนามพบกับ จีน อันดับ 94 ของโลก โดยจบ90นาทีเสมอกะร 0-0 ประตูนั้น

'ผู้ช่วยทูตทหารจีน' ดอดเข้า ก.กลาโหม ยอมรับส่งรถถังให้กัมพูชา 39 คัน

จากกรณีที่มีการนำเสนอคลิป จีนได้ส่งรถถังT59D ให้กัมพูชา จำนวน 39 คัน และกัมพูชาส่งเข้าพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชานั้น