'นราพัฒน์' มองไลฟ์ขายทุเรียน เจตนาดีช่วยเกษตรกร แต่ไม่ถูกจังหวะเวลา พร้อมข้อเสนอแนะ 'ศุภจี'

30 เมษายน 2569 - นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ประเด็นร้อน “ขายทุเรียนลูกละร้อย” หลายท่านสอบถามความคิดเห็นและอยากให้ผมวิพากษ์วิจารณ์กรณี การขายทุเรียนลูกละ 100 บาท ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ ผมไม่ใช่คนที่มีสไตล์โจมตีใคร แต่หากให้พูดในหลักการ ผมขออธิบายด้วยเหตุและผลดังนี้

การไลฟ์ขายสินค้าออนไลน์ ถือเป็นความทันสมัยของยุคปัจจุบัน เป็นการเพิ่มช่องทางการขาย ลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง และทำให้สินค้าเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง ยิ่งหากมีอินฟลูเอนเซอร์ที่มีชื่อเสียงเข้ามาช่วย ก็จะยิ่งทำให้สินค้าได้รับความสนใจ สามารถขายสินค้าได้จำนวนมากภายในระยะเวลาอันสั้น

ในมุมนี้ ผมเห็นว่า ไม่ใช่เรื่องเสียหาย และถือเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค เพียงแต่ต้องยึดหลักความตรงไปตรงมา สินค้าต้องได้มาตรฐาน และต้องตรงปกตามที่โฆษณาไว้

คำถามสำคัญคือ มาตรการลักษณะนี้ สามารถช่วยระบายสินค้าได้หรือไม่ ต้องตอบว่า สามารถทำได้ โดยเฉพาะในกรณีที่สินค้าล้นตลาดหรือราคาตกต่ำ การจัดการด้านซัพพลาย เพื่อระบายสินค้าออกให้มากขึ้นและดึงราคาที่ตกต่ำให้ปรับตัวดีขึ้น ก็เป็นไปตามหลักเศรษฐศาสตร์ เรื่อง Demand และ Supply

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบ คือ ในขณะนี้ ราคาสินค้านั้นตกต่ำจริงหรือไม่ ผลผลิตล้นตลาดแล้วหรือยัง และ จำเป็นต้องใช้มาตรการลักษณะนี้ในเวลานี้หรือไม่

หากมีความกังวลและคาดการว่า ผลผลิตอาจเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ การระบายสินค้าล่วงหน้า ก็สามารถทำได้ แต่สิ่งที่ต้องระวังอย่างยิ่ง คือไม่ควรกำหนดราคาขายต่ำกว่าตลาดอย่างมีนัยสำคัญ เพราะการตั้งราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริง หรือบิดเบือนราคาตลาด อาจกลายเป็นการ “ทุบราคา” และส่งผลกระทบต่อราคาซื้อขายโดยรวม รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อราคาส่งออกในระยะต่อไป

โดยสรุป ผมมองว่า การเลือกใช้กลยุทธ์ครั้งนี้ อาจยังไม่ถูกที่ ถูกเวลา ทั้งที่ในความเป็นจริง การไลฟ์ขายสินค้าออนไลน์ เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง ทั้งในภาวะปกติ และสามารถนำมาใช้บริหารจัดการซัพพลาย ในกรณีที่เกิดภาวะสินค้าล้นตลาด ราคาตกต่ำได้ การเลือกใช้ กลยุทธ์ด้านราคา จำเป็นต้องพิจารณาผลกระทบให้รอบด้าน ทั้งต่อเกษตรกร ผู้ค้า และตลาดโดยรวม

ผมเชื่อว่าทั้งสองท่านที่เกี่ยวข้อง มีเจตนาที่ดี และตั้งใจช่วยเหลือเกษตรกร แต่อาจลืมไม่ได้พิจารณาผลกระทบในบางมิติอย่างรอบด้าน

หากจะให้ข้อเสนอแนะ ผมอยากเห็นการขยายและต่อยอด ไปสู่การสร้าง แพลตฟอร์มตลาดกลางออนไลน์ของเกษตรกรไทย เพื่อให้เกษตรกรสามารถขายสินค้าโดยตรงถึงผู้บริโภคได้ตลอดทั้งปี ไม่ต้องรอพึ่งกระแส หรืออินฟลูเอนเซอร์ เพียงบางช่วงเวลา (ปัจจุบันมีการดำเนินการอยู่บ้างแล้ว)

พร้อมกันนั้น ควรมี แผนบริหารจัดการผลผลิตล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ ทั้งในเรื่องการกระจายสินค้า สู่ตลาดภายในประเทศ การส่งเสริมการแปรรูป เพิ่มมูลค่า และการขยายตลาดส่งออกไปยังตลาดใหม่ๆ (ซึ่งท่านรัฐมนตรีก็ได้ดำเนินการในส่วนนี้แล้ว) ทั้งหมดนี้ เพื่อแก้ปัญหาสินค้าล้นตลาด ที่เกิดซ้ำซากแทบทุกปี

และสุดท้าย ผมขอฝากอีกหนึ่งเรื่องสำคัญ คือ เรื่องต้นทุนปุ๋ย อยากให้รัฐบาลพิจารณา การส่งเสริมการลงทุน ในวัตถุดิบหลัก คือโพแทสเซียม ที่มีอยู่ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาเป็นแม่ปุ๋ยของประเทศ รวมถึงไนโตรเจน ซึ่งสามารถผลิตได้จากการแยกก๊าซธรรมชาติ เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งโรงงานปุ๋ยแห่งชาติ เพื่อลดการนำเข้า และผลิตปุ๋ยเอง ในราคาที่เหมาะสมให้กับเกษตรกรไทยในระยะยาว

เพราะท้ายที่สุดแล้ว การช่วยเกษตรกรอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่คือการสร้างระบบที่มั่นคง และลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรไทยได้อย่างยั่งยืน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รทสช. ร่อนแถลงการณ์ไม่ยอมรับมติ กกต. ส่งฟ้องคดีฮั้วสว.บางส่วน

รทสช. ร่อนแถลงการณ์จุดยืน ไม่ยอมรับการทุจริต-บิดเบือนการเลือกสว. จี้ กกต. ต้องดำเนินการผู้ถูกกล่าวหาทุกคน พร้อมแจงเหตุผลไม่ส่งเรื่องบุคคลที่เหลือโดยด่วน

รัฐบาล โชว์ยอดสินค้าไทยช่วยไทย 6 ครั้ง เงินหมุนเวียน 86 ล้าน ลดค่าครองชีพกว่า 15 ล้านบาท

รัฐบาลเดินหน้าบรรเทาค่าครองชีพประชาชน ขับเคลื่อนกิจกรรมจำหน่ายสินค้า ‘ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ’ อย่างต่อเนื่อง ผลการดำเนินการตลอด 6 ครั้ง สร้างเงินหมุนเวียนกว่า 86 ล้านบาท ช่วยลดค่าครองชีพกว่า 15 ล้านบาท

สยบข่าวตี‘ศุภจี’ นำ เข้าข้าวโพด เป็นเรื่องเอกชน

รัฐบาลแจงข่าวบิดเบือน “ศุภจี” ไม่เคยลงนามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สหรัฐ ย้ำเป็นข้อตกลงระหว่างเอกชน การนำเข้าต้องเป็นไปตามเงื่อนไขรัฐ-คุมผลกระทบเกษตรกรไทย

รัฐบาลโต้ข่าวบิดเบือน ยัน 'ศุภจี' ไม่เคยเซ็นนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

รัฐบาลแจงข่าวบิดเบือน “ศุภจี” ไม่เคยลงนามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สหรัฐฯ ย้ำเป็นข้อตกลงระหว่างเอกชน การนำเข้าต้องเป็นไปตามเงื่อนไขรัฐ–คุมผลกระทบเกษตรกรไทย

พาณิชย์เตือนส่งออกไทยเตรียมรับมือสหรัฐฯขึ้นภาษีนำเข้าโดรน

กรมการค้าต่างประเทศเตือนผู้ส่งออกไทยเตรียมรับมือสหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าโดรนและส่วนประกอบ ตั้งแต่ ก.ย.69 แนะตรวจสอบรายการสินค้า วางแผนลดผลกระทบ ทั้งต้นทุน ราคาขาย เหตุตลาดสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกสำคัญของสินค้ากลุ่มนี้ของไทย