'วัชระ' จี้ ป.ป.ช. สอบ 'สุริยะ' ย้ายอธิบดีกรมฝนหลวง ชี้ส่อผิดจริยธรรม

30 เมษายน 2569 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ บุกยื่นหนังสือถึงนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สอบสวนนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับพวก กรณีโยกย้ายนายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เรื่อง ขอให้ไต่สวนนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่อว่าผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

ตามที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวกรณี นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ยื่นหนังสือลาออกจากราชการเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 สืบเนื่องจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 อนุมัติให้โยกย้ายนายราเชน ศิลปะรายะ จากตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สลับกับนายวิทยา แก้วมี ให้มาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงฯ แทนนั้น

ทั้งนี้ นายราเชน ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน กรณีที่โดนย้ายไปเป็นผู้ตรวจเพราะมีโทรศัพท์จากซีอีโอ สายการบินชื่อเป็นสัตว์ แต่อยู่บนอากาศ นามสกุล จ มาขอพบ พอถึงวัน มี 3 คนมาพบบอกว่าจะมาช่วยดูงานซ่อมอากาศยาน แต่อธิบดีไม่ได้พบ เพราะมีงานนัดหมายล่วงหน้า ไม่รู้มิจฉาชีพไหม มาขอพบใหม่ อ้างว่าเป็นเครือญาติผู้ใหญ่ ก็ยังไม่ได้ให้พบ เพราะติดไปทำเรื่องฝุ่นที่เชียงใหม่ ทีนี้นัดมาใหม่ คราวนี้บอกเป็นหลานผู้ใหญ่เลย แต่อธิบดีก็ติดภารกิจ ไปทำงานกับหน่วยงานที่เตรียมการกันไว้ เมื่อวันที่ 14 เมษายน ยังไปทำงานกับรมช.วัชระพล ขาวขำ

ขนาดอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งเป็นข้าราชการสนองคุณแผ่นดินยังถูกล้วงลูกงบประมาณวิ่งเต้นโยกย้ายอย่างไม่ธรรม แล้วหัวหน้าส่วนราชการอื่น ๆ จะปฏิบัติราชการกันอย่างไร

ข้าพเจ้า นายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ขอให้สำนักงาน ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับพวก ส่อว่าผิดมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 หรือไม่ ดังนี้

ข้อ 7 ต้องถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน
ข้อ 8 ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เพื่อตนเองหรือผู้อื่น หรือมีพฤติการณ์ที่รู้เห็นหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้ตําแหน่งหน้าที่ของตนแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
ข้อ 12 ยึดมั่นหลักนิติธรรมและประพฤติตนอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชน
ข้อ 13 ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม เป็นอิสระ เป็นกลางและปราศจากอคติโดยไม่หวั่นไหวต่ออิทธิพล กระแสสังคม หรือแรงกดดันอันมิชอบด้วยกฎหมาย โดยคํานึงถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ทั้งนี้ตามความเหมาะสมแห่งสถานภาพ
ข้อ 17 ไม่กระทําการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหน่ง

จึงเรียนเพื่อโปรดดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ หากผลเป็นประการใดโปรดแจ้งให้ข้าพเจ้าทราบภายใน 15 วันด้วย จักขอบคุณยิ่ง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลอนุญาต 'วัชระ' ขยายเวลายื่นฎีกา ฟ้อง 2 อดีตบิ๊กสภาฯ คดีแจ้งเท็จสร้างรัฐสภา ถึง 16 ต.ค.นี้

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำสั่งอนุญาตให้นายวัชระ เพชรทอง ขยายระยะเวลายื่นฎีกาคดีฟ้องนายสรศักดิ์ เพียรเวช และนายชัชวาล อภิบาลศรี ออกไปจนถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2569 หลังโจทก์ระบุเหตุผลว่าสำนวนพยานเอกสารและประเด็นข้อกฎหมายมีความซับซ้อน จำเป็นต้องใช้เวลาเรียบเรียงให้รัดกุมก่อนยื่นต่อศาลฎีกา

'สุริยะ' ฟุ้ง! ตั้งศูนย์แก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ เป็นเรื่องสำคัญระดับชาติ 3 เดือนเห็นผล

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีการลงนามในคำสั่งจัดตั้งศูนย์อำนวยการติดตามสถานการ

'วัชระ' ร้องผู้ตรวจการฯ สั่งเบรกอายัดป้ายภาษีรถ ซัดพ่วงจ่ายใบสั่งจราจรสูบเลือดประชาชน

นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำร้องต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยเพิกถอนกฎหมายจราจรที่ให้อำนาจกรมการขนส่งทางบกงดออกป้ายภาษีรถยนต์กรณีค้างชำระค่าปรับ พร้อมจี้เพิกถอนข้อบังคับกระทรวงการคลังที่เอื้อให้ตำรวจหักส่วนแบ่งค่าปรับจราจรเป็นเงินรางวัลได้สูงสุดถึง 95% ชี้เป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ ละเมิดสิทธิประชาชน และมีลักษณะผลประโยชน์ทับซ้อน

'อนุทิน' ลั่นใครเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่นโดนหมด แนะมีหลักฐานยื่น ป.ป.ช.

นายกฯ ยันไม่มีอิทธิพลการเมืองแทรกสอบทุจริตท้องถิ่น หากมีหลักฐานพาดพิงรัฐมนตรีให้ส่ง ป.ป.ช.ตรวจสอบ ชี้รัฐบาลตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงแล้ว

ชาวบุรีรัมย์ร้องถูกสวมสิทธิเป็นคนพิการ ปลอมลายมือค้ำประกันกู้เงินธกส.

นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนางสาววิภา หายโศรก อายุ 41 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ความว่า ด้วยดิฉันนางสาววิภา หายโศรก ขอร้องเรียนว่า ดิฉันถูกมิจฉาชีพนำชื่อดิฉันไปสวมสิทธิ์ทำบัตรคนพิการ ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประเภท4-5 ป่วยติดเตียงและจิตเวช ที่จังหวัดบุรีรัมย์