คุมเข้มฝากขัง ‘หนุ่มจีน’ คดีคลังแสง C4 ตม.เพิกถอนวีซ่าเตรียมผลักดันพ้นไทย

ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาชาวจีนวัย 30 ปี ฝากขังศาลจังหวัดพัทยา ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้ม หลังขยายผลจากอุบัติเหตุรถยนต์หรูจนพบอาวุธปืน วัตถุระเบิด และยุทโธปกรณ์จำนวนมากในบ้านพัก 

ช่วงเช้าวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 พนักงานสอบสวน สภ.นาจอมเทียน จ.ชลบุรี ควบคุมตัวนายหมิงเฉิน ซุน อายุ 30 ปี สัญชาติจีน ออกจากห้องควบคุมผู้ต้องหา เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม โดยมีล่ามร่วมรับฟังตลอดกระบวนการ ก่อนพิมพ์ลายนิ้วมือ ทำประวัติ และนำตัวส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดพัทยา

รายงานระบุว่า ระหว่างถูกควบคุมตัว ผู้ต้องหามีสีหน้านิ่ง พูดน้อย และอยู่ในอาการคล้ายครุ่นคิดตลอดเวลา ขณะที่เจ้าหน้าที่เพิ่มมาตรการคุมเข้มเป็นพิเศษ มีรถสายตรวจนำขบวนและติดตามตลอดเส้นทาง เนื่องจากประเมินว่าคดีมีความละเอียดอ่อน และอาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

คดีนี้สืบเนื่องจากอุบัติเหตุรถยนต์หรูเสียหลักพุ่งชนแบริเออร์ บริเวณถนนเลียบทางรถไฟห้วยใหญ่ ก่อนตำรวจเข้าตรวจสอบและพบอาวุธปืนภายในรถ จนนำไปสู่การขยายผลตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง และพบอาวุธสงคราม วัตถุระเบิดชนิดซีโฟร์ รวมถึงยุทโธปกรณ์ทางทหารจำนวนมาก ซุกซ่อนอยู่ภายใน

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาหลายกระทง ครอบคลุมทั้งครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธในที่สาธารณะ ครอบครองวัตถุระเบิดโดยผิดกฎหมาย และครอบครองยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี ได้สั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของผู้ต้องหาแล้ว พร้อมขึ้นบัญชีเฝ้าระวัง และเตรียมดำเนินการผลักดันออกนอกประเทศทันที หลังสิ้นสุดกระบวนการทางกฎหมาย

ส่วนหญิงสาวที่อยู่ในเหตุการณ์ช่วงเกิดอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบพยานหลักฐานเชื่อมโยงกับอาวุธหรือวัตถุอันตรายที่ตรวจยึดได้ โดยพบว่าเป็นเพียงคนรู้จักของผู้ต้องหาและมีแผนเดินทางกลับต่างประเทศอยู่ก่อนเกิดเหตุ

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคง อยู่ระหว่างเร่งขยายผลตรวจสอบที่มาของอาวุธ วัตถุระเบิด และอุปกรณ์ทางทหารทั้งหมด ว่าถูกลักลอบนำเข้ามาอย่างไร รวมถึงตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงกับขบวนการใด และมีเป้าหมายจะนำไปใช้ในลักษณะใด เนื่องจากของกลางบางส่วนเข้าข่ายกระทบต่อความมั่นคงโดยตรง ทำให้คดีนี้ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักเขียนซีไรต์ ทนไม่ไหว! ไล่ สส.บุรีรัมย์ ลาออกไปเลย โวย 'หมอวรงค์' ชงตัดบำนาญ สส.

นายวิมล ไทรนิ่มนวล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ดูและอ่านถ้อยความของ "สนอง เทพอักษรณรงค์" ของสส.บุรีรัมย์ แล้วอยากบอกว่า คนที่จะต้องลาออกจากการเป็นสส.ไม่ใช่คุณหมอวรงค์ แต่คือคุณสนองเอง เพราะสส.คือคนที่อาสาทำงานให้ประชาชน ไม่มีใครบังคับข่มขู่หรืออ้อนวอนขอร้องให้เป็น

กลัวถูกลืม! 'ไอลอว์' จัดอีเวนต์ บุก กกต. ตัดริบบิ้น ชูป้ายเรียกร้องเปิดผลนับคะแนนเลือกตั้ง

"ไอลอว์" บุก กกต. จี้เปิดผลนับคะแนนเลือกตั้ง–ประชามติรายหน่วยครบ 100% ซัดระบบ ECT Report ข้อมูลหาย ซ้ำยังผิดพลาด ด้าน WeWatch แฉปมเลือกตั้งล่วงหน้าวุ่น ตั้งคำถามความโปร่งใส กกต. ชี้ไม่ยึดโยงประชาชน ด้าน “ยิ่งชีพ” เตือนคดีฮั้ว สว. 8 หมื่นหน้า หาก กกต.สั่งไม่ฟ้อง ประชาชนหมดศรัทธาแน่

กัมพูชามั่ว! ไทยอย่ารั่วตาม 'ไกล่เกลี่ยภาคบังคับ' ไม่จำเป็น

รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ *กัมพูชามั่ว…ไทยอย่ารั่วตาม! โดยระบุว่า