'นักวิชาการ' ฟาด 'รถพุ่มพวง' สร้างภาพ ผลลัพท์ความเหลื่อมล้ำ แนะควบคุมการผูกขาดสินค้า

13 พ.ค.2569 - สืบเนื่องจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการเปิดกิจกรรม “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ” ได้ขับรถมอเตอร์ไซต์พ่วงข้างหรือรถพุ่มพวง โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ นั่งซ้อนท้าย ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมครม.เมือวันอังคารที่ผ่านมา

นายกมล กมลตระกูล นักวิชากาารอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงเรื่องดังกล่าวว่า

ดรามาสร้างภาพอีกแล้ว บ้านเมืองไม่ใช่โรงละคร หรือสถานที่เล่นขายของของเด็กอมมือ
คนไทยไร้บ้าน ไร้ที่ทำกิน ไร้ตลาดชุมชนที่ค่าเช่าราคาถูก ไร้บ้าน จนต้องกลายเป็นพ่อค้าแม่ค้าเร่จรจัดขับรถพุ่มพวงร่อนเร่ขายไปทั่ว สุ่มเสี่ยงเจออุบัติเหตุ

รถพุ่มพวง คือผลลัพท์ของระบอบความเหลื่อมล้ำ และช่องว่างของสังคมที่ไร้ความเท่าเทียมที่เป็นธรรมในสังคมทุนนิยม

มีอำนาจ ทำไมจึงไม่สร้างนโยบายที่ยั่งยืน คือ ทำให้ภาษีที่ดินถูกลง ลด Demand ไม่ให้มีการกักตุน จำกัดการถือครองที่ดิน เก็บภาษีที่ดินในอัตราก้าวหน้าแบบยุโรป เพราะเป็นต้นเหตุของค่าครองชีพแพง

เอาจริงกับการเล่นลิงหลอกเจ้าปลูกกล้วย ในที่ดินใจกลางเมือง แล้วอ้างว่าเป็นที่เกษตรแล้ว จ่ายภาษีต่ำ

ควรมีนโยบายลดภาษีให้ ถ้าเอาที่ดินที่กักตุนไว้ทำตลาดชุมชน คิดค่าเช่าราคาถูก หรือสร้างบ้านเช่าราคาถูก ทำที่จอดรถราคาถูกหรือฟรี ก็จะได้ลดภาษี ฯลฯ แทนการปลูกกล้วย

ควรทำเรื่องใหญ่เชิงนโยบาย เช่น มีการควบคุมราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า และแก๊ซแพง ควบคุมระบบการผูกขาดในหลายภาคธุรกิจ สินค้าเกษตรราคาตกต่ำ ข้าว 1 กิโล มีราคาถูกว่าน้ำดื่ม 1 ขวด ให้ทำโซลาร์เสรี เนตราคาแพง ลดค่าทางด่วน มอเตอร์เวย์ ไม่ใช่สร้างดรามาไปวันๆ

ช่วยท่านคิด ครับ เบื่อละครน้ำเน่า

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ปลัดมท.' ลั่น ไม่ให้ค่าปมคลิปเสียงโยงภรรยาเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น นายกฯ โดดป้องด้วย

'ปลัดมท.' ลั่น ไม่ให้ค่าปมคลิปเสียงโยงภรรยาเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น ด้าน 'นายกฯ' รีบป้อง 'ไม่ต้องถามแล้ว สามียันแล้วไม่เกี่ยว'

'นักวิชาการ' ชี้ค่าไฟส่องทางแฝงในบิลค่าไฟปชช.คือการปล้น เป็นคดีอาญาต้องมีผู้รับผิดชอบ

นายกมล กมลตระกูล นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีการเก็บเงินค่าไฟสองทาง มีค่าไฟสาธารณะรวมอยู่ในบิลค่าไฟของประชาชน ว่า

จ่อคลอดปุ๋ยคนละครึ่ง! 'ศุภจี' ผนึก 'เอกชน' การันตีสถานการณ์ปุ๋ยคลี่คลาย

‘ศุภจี’ ผนึกเอกชน แจ้งสถานการณ์ปุ๋ยคลี่คลาย หลังเรือขนส่งที่ติดค้างเริ่มเดินทางได้ตามปกติ เดินหน้าเจรจาอิหร่าน-รัสเซียหนุนซัพพลายเต็มที่ มั่นใจทิศทางราคาตลาดโลกเริ่มปรับลดลงแล้ว ลุยมาตรการ ‘ปุ๋ยธงเขียว’ จ่อคลอด ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ ช่วยลดภาระเกษตรกรไทย

'อนุทิน' ย้ำไม่ขัดแย้ง 'พิพัฒน์' ปัดโยงปัญหารถไฟเชื่อม3สนามบิน หลังดึง 'อีอีซี' มาดูเอง

'อนุทิน' ย้ำไม่มีขัดแย้ง 'พิพัฒน์' ไม่เกี่ยวปัญหาสัญญาโครงการรถไฟเชื่อมสามสนามบิน หลังดึง'อีอีซี' กลับมาดูเอง เหตุอยู่ในช่วงทำการตลาดสร้างความมั่นใจ-ดึงนักลงทุน

เฮ! ก.คมนาคม ปลดล็อกจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง

ก.คมนาคม ปลดล็อกรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง รัฐบาลเชิญชวนนำรถตรวจสภาพ จดทะเบียน “รย.12” หนุนใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ 14 มิถุนายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำรถเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และเพื่อให้รถมีความปลอดภัยเหมาะสมต่อการใช้งาน รองรับกลุ่ม “รถเศรษฐกิจชุมชน” เช่น รถพุ่มพวง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถตามวิถีชุมชนอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันประชาชนจำนวนมากใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิต อยู่เคียงคู่กับชุมชนไทยมาอย่างยาวนาน สำหรับการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จะได้รับการจดทะเบียนเป็นรถประเภท "รย.12" ซึ่งเป็นลักษณะรถจักรยานยนต์พ่วงข้างตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอ พร้อมนำรถเข้าตรวจสภาพ และชำระภาษี ซึ่งมีอัตราภาษีรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 150 บาท นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จะนำมาจดทะเบียนต้องมีองค์ประกอบและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งกำหนดรายละเอียดสำคัญของรถพ่วงข้าง ดังนี้ ความยาวไม่เกิน 1.75 เมตร ความสูงไม่เกิน 2 เมตร ความกว้างไม่เกิน 1.10 เมตร และความกว้างรวมกับรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 1.5 เมตร ทั้งนี้ เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้ว ต้องเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยการติดตั้งอุปกรณ์ อาทิ ไฟหน้าต้องมีไฟหน้าสีขาวหรือสีเหลือง เพื่อให้ผู้ใช้ถนนมองเห็นได้ชัดเจน มีแผ่นสะท้อนแสง และติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงสีแดงบริเวณด้านท้าย เพื่อเพิ่มการมองเห็นในเวลากลางคืน รวมถึงติดตั้งไฟท้ายและไฟเบรกสีแดงให้ส่องสว่างไปด้านหลัง ช่วยแจ้งเตือนรถคันอื่นเมื่อชะลอหรือหยุดรถ รวมทั้งติดป้ายสะท้อนแสงคำว่า "รถพ่วงข้าง" ที่ด้านท้าย โดยใช้พื้นสีขาวหรือสีเหลือง และตัวอักษรสีดำ เพื่อให้มองเห็นได้ชัดในช่วงกลางคืน “รัฐบาลเชิญชวนให้เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างนำรถเข้าจดทะเบียน เพื่อสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งนำรถเข้ารับการตรวจสภาพเพื่อให้นายทะเบียนบันทึกการแก้ไขลักษณะรถให้ถูกต้องตามแนวทางดังกล่าวได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อให้มีการกำกับ ควบคุม ให้สอดคล้องกับบริบทการใช้ชีวิตของประชาชน ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้รถเศรษฐกิจชุมชนประกอบอาชีพเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม สร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน” นางสาวพลอยทะเล ระบุ