'เสนาธิการทหารบก' เผยหลังเยี่ยมชาวบ้านเผชิญหน้าทหารกัมพูชา สั่งปรับกำลังคุมพื้นที่ ปิดช่องทางลักลอบเข้าไทย เตือนหาของป่าแจ้ง จนท. กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านทราบก่อน หากเกิดเหตุจะได้ช่วยทัน
13 พ.ค.2569 - ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก กล่าวถึงการลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์บริเวณช่องสายตะกู จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อติดตามการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน และเข้าเยี่ยมให้กำลังใจ นายอภิรักษ์ บุตรเพชร ที่บ้านพักในอำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ภายหลัง เข้าไปหาของป่าแล้วพบกลุ่มทหารกัมพูชา พร้อมอาวุธเข้ามาในพื้นที่ ว่าได้ลงไปดูพื้นที่ที่เป็นช่องว่าง เนื่องจากได้รับข้อมูลจากชาวบ้านว่าทหารกัมพูชาอาจใช้ลักลอบเข้ามาตามช่องทางดังกล่าว จึงได้พูดคุยกับกองกำลังว่าจะมีการปรับกำลังในการคุมพื้นที่ ซึ่งหลังจากนี้จะมีการตรวจสอบยุทโธปกรณ์ที่เกี่ยวกับเซ็นเซอร์ หรือ โดรนที่ใช้ในการลาดตระเวนพื้นที่ เพื่อคุ้มครองประชาชนในพื้นที่ให้ได้มากยิ่งขึ้น
ส่วนสรุปแล้วเป็นทหารกัมพูชา หรือ เป็นกลุ่มคนที่ทำผิดกฎหมายลักลอบเข้ามาจากที่ชาวบ้านเคยพบนั้น พล.อ. ชัยพฤกษ์ ยอมรับว่าเป็นทหารกัมพูชา เพราะชาวบ้านทั้งสองยืนยันว่าอีกฝ่ายยืนอยู่ในระยะประชิด อีกทั้งภาษากายของทหารกัมพูชาที่เข้ามาก็ค่อนข้างที่จะคุกคาม แต่ชาวบ้านมีความชำนาญในพื้นที่มากกว่า จึงได้เดินออกมาทำให้ทหารกัมพูชาตามไม่ทัน ซึ่งผู้บัญชาการกองกำลังในพื้นที่ได้เข้าไปพูดคุยกับทหารกัมพูชาแล้วว่าให้ระมัดระวังและอย่ากระทำการอะไรก็แล้วแต่ที่กระทบกับคนไทย
ทั้งนี้ ได้มีการประเมินหรือไม่ว่าทหารกัมพูชาเข้ามาหาข่าว หรือ เข้ามาเพื่อการใด พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า หากไปดูภูมิประเทศค่อนข้างสลับซับซ้อน เพราะเป็นพื้นที่ป่าจึงมีโอกาสได้ทั้งเจตนาที่จะเข้ามา หรือเดินเข้ามาในพื้นที่ที่เขาคิดเอาไว้ รวมถึงมีความเป็นไปได้ที่จะเข้ามาหาของป่า หรือมาลาดตระเวนในพื้นที่ของเรา หรือมาดูว่าทหารของเราอยู่ตรงไหน ซึ่งเป็นไปได้ทั้งนั้น
ส่วนเป็นการละเมิด Joint statement ที่ไทย-กัมพูชาได้ลงนามไว้หรือไม่ พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า ถ้าเรามีหลักฐานก็จะดำเนินการ แต่จากคำบอกเล่าของชาวบ้านก็เป็นเช่นนั้น
นอกจากนี้ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ยังกล่าวถึงกรณี นายโยชน์ สายน้อย ชาวบ้านจังหวัดสุรินทร์ ที่ถูกทหารกัมพูชาจับขณะเข้าไปหาของป่า บริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จะเตือน หรือ ดูแลอย่างไร ว่า ทางกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ พยายามเร่งรัดและให้ความช่วยเหลืออยู่ ขณะเดียวกันทหารในพื้นที่ก็ได้มีการติดต่อไปเพื่อช่วยเหลือได้รวดเร็วที่สุด จึงขอเตือนชาวบ้านในพื้นที่ว่าการออกไปหาของป่าแม้จะเป็นวิถีชีวิต แต่ขอให้แจ้งกับเจ้าหน้าที่รัฐ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือ เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจในพื้นที่ด้วย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้รู้ว่า มีคนไทยออกไปอยู่ที่ไหนบ้าง เพราะหากออกไปแล้วไม่ได้แจ้ง เมื่อหายไปกว่าจะทราบก็ช้าเกินไป พร้อมยืนยันว่าเราจะพยายามตรวจสอบดูพื้นที่เสี่ยงที่จะทำให้เกิดการกระทบกระทั่ง โดยจะเอาทหารไปดูแล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'กองทัพ' เร่งช่วยเหลือคนไทยถูกเขมรจับ คาดเดินเข้าไปหาของป่า
กองทัพภาคที่ 2 ส่งชุดประสานชายแดน ไทย - กัมพูชา ตรวจสอบ และ เตรียมให้ความช่วยเหลือคนไทย หลังถูกกัมพูชา จับคดีลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย คาดหาของป่าตามแนวชายแดนบริเวณช่องตาเล็ง แล้วเดินลึกใกล้ฐานเขมร
เสธ.ทบ.บอกไทยจุดประทัด 3 นัดแค่เตือนกัมพูชาอย่าก่อกวนละเมิดข้อตกลง
เสธ.ทบ. แจงเหตุ 'ทหารไทย' จุดประทัดเตือน 'กัมพูชา' 3 นัด เหตุละเมิดข้อตกลง ชี้“ผบ.ทบ.”มอบแนวทางใช้กำลังตอบโต้ระดับต่างๆ ลั่นไทยไม่ยอมให้ 'รบกวน-ก่อกวน' ในพื้นที่ หวั่นทำ ปชช.ตระหนกตกใจ
คนบุรีรัมย์เสียงแตก! นโยบายปิดไฟถนน
ชาวบุรีรัมย์เสียงแตกนโยบายปิดไฟถนน ดีเดย์ 1 พ.ค.69 ชาวบ้านบางส่วนหวั่นเสี่ยงอุบัติเหตุ และช่องว่างก่ออาชญากรรม แต่บางกลุ่มเห็นด้วย เผยไม่กระทบการดำรงชีวิต อุบัติเหตุเกิดจากความประมาทมากกว่า
ประชุม RBC แค่ละคร! เขมรไม่สนใจข้อตกลงล่าสุดห้ามยั่วยุเข้าใกล้ฐานไทย
มีรายงานความเคลื่อนไหวสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ใกล้ช่องซำแต จ.ศรีสะเกษ โดยในคลิปปรากฏภาพเจ้าหน้าที่ทหารไทยตั้งแถวตรวจตราอย่างเข้มงวดบริเวณหน้าแนวพื้นที่รับผิดชอบ
'กัน จอมพลัง' เปิดความจริงเหตุเผชิญหน้าที่ตู้คอนเทนเนอร์ 'ทมอดา' ยืนยันฝ่ายกัมพูชายั่วยุ-ติดอาวุธหาเรื่องก่อน
จากเหตุการณ์เผชิญหน้ากันที่บริเวณแนวรั้วตู้คอนเทนเนอร์ "ทมอดา" จ.ตราด ก่อนที่จะมีคำสั่งล่าสุดวันนี้จากผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ให้ย้าย นาวาเอกธรรมนูญ วรรณา ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด (ผบ.ฉก.นย.ตราด) ไปหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม กองทัพเรือ
ไม่ตั้งตู้คอนเทนเนอร์! ทบ. ชี้สภาพภูมิประเทศพื้นที่ซำแต วางแนวรั้วลวดหนามเหมาะสมกว่า
ทบ. ชี้แนวป้องกันพื้นที่ซำแต พิจารณาเครื่องกีดขวางตามความเหมาะสมของสภาพภูมิประเทศ ปัจจุบันมีการวางลวดหนามตลอดแนว พร้อมจัดกำลังทหารดูแลอย่างต่อเนื่อง

