ตร.เดินหน้าปราบนอมินีต่างชาติ สอบเส้นเงิน-ผู้ถือหุ้นตัวจริง หลังบุกเกาะพะงัน
14 พ.ค.2569 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าปฏิบัติการทลายนอมินีต่างด้าวเกาะพะงัน ว่าตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการตรวจสอบชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวหรือประกอบธุรกิจในประเทศไทย ให้ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายไทย โดยเฉพาะมาตรการเอ็กซ์เรย์พื้นที่ที่มีชาวต่างชาติพักอาศัยและลงทุนจำนวนมาก ซึ่งเกาะพะงันถือเป็นพื้นที่เป้าหมายสำคัญ
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า จากการสืบสวนตรวจสอบพบบริษัทนิติบุคคลบนเกาะพะงันทั้งหมด 3,754 ราย และพบว่ามีบริษัทที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นถึง 2,381 ราย เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 ราย และออกหมายจับอีก 3 ราย พร้อมตรวจยึดโฉนดที่ดิน 37 แปลง มูลค่ากว่า 150 ล้านบาท โดยหลังจากนี้จะเร่งสืบสวนขยายผลเส้นทางการเงิน รวมถึงตรวจสอบผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวอีกว่า การที่ชาวต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยสามารถทำได้ หากดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมาย เช่น การถือหุ้นต้องไม่เกินสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด แต่ปัญหาที่พบคือการใช้ “นอมินี” หรือการให้คนไทยถือหุ้นแทน เพื่ออำพรางการถือครองธุรกิจและทรัพย์สินแทนชาวต่างชาติ ซึ่งเข้าข่ายผิดกฎหมาย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเชิงลึกถึงรูปแบบการถือหุ้นไขว้กันของบริษัทต่างๆ ว่าเข้าข่ายการอำพรางหรือไม่ โดยพบลักษณะใช้คนไทยกลุ่มเดิมถือหุ้นหรือเป็นกรรมการในหลายบริษัท สลับกันไปมา จนอาจเข้าข่ายเป็นบริษัทม้า หรือบริษัทนอมินี
เมื่อถามถึงประเด็นที่อาจมีเจ้าหน้าที่รัฐหรือสำนักงานกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องนั้น พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนกำลังตรวจสอบว่า บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง “รู้หรือควรรู้” หรือไม่ ว่าการจดทะเบียนดังกล่าวเป็นการช่วยปกปิดอำพรางให้ชาวต่างชาติเข้ามาครอบงำธุรกิจในไทย โดยเฉพาะกรณีสำนักงานกฎหมายหรือทนายความที่รับดำเนินการจัดตั้งบริษัท ซึ่งจะต้องพิจารณาตามพยานหลักฐานอย่างละเอียด
“ส่วนคนไทยที่เข้าไปถือหุ้นแทน หากพบว่ามีพฤติการณ์ช่วยเหลือหรือสนับสนุนการถือหุ้นแทนบุคคลต่างด้าว ก็จะมีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้มีการดำเนินคดีแล้ว 2 ราย และอยู่ระหว่างขยายผลเพิ่มเติม”
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่สั่งการให้ทุกหน่วยเร่งปราบปรามกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้คนไทยเป็นนอมินี เพื่อป้องกันการครอบงำธุรกิจและถือครองทรัพย์สินในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โฆษกตร.บินด่วนคุมคดี 'สส.ชัยชนะ' ตบ 'รองผกก.สภ.ทุ่งใหญ่' รวบรวมพยานประกอบสำนวนคดี
'พล.ต.ท.ไตรรงค์' โฆษก ตร.บินด่วนคุมคดี 'สส.ชัยชนะ' ตบ 'รอง ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่' เผยเจ้าตัวเข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้วแต่ยังให้การปฏิเสธ ตร.รวบรวมพยานแวดล้อมหลายปากเพื่อนำมาประกอบสำนวนคดี ส่วนกรณีภาพดาบตำรวจ จ.พัทลุง คล้ายเสพยาบ้าขณะที่มีการประชุมผ่านระบบ Video Conference จะเร่งติดตามตัวมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงโดยเร็วที่สุด
โฆษก ตร.ออกโรงอธิบายเจ้าของบ้านยิงผู้บุกรุกผิดกฎหมายหรือไม่!
โฆษกตํารวจแห่งชาติแจงหลักกฎหมายปมเจ้าของบ้านยิงผู้บุกรุกเสียชีวิต ชี้ต้องสอบสวนทุกกรณี เผย ม.68 ป้องกันตัวได้หากมีภยันตรายใกล้ถึงและทำไปพอสมควรแก่เหตุ แต่หากภัยสิ้นสุดแล้วยังใช้กำลังอาจเข้าข่ายเกินสมควรแก่เหตุ
ตร. ชื่นชม 'จ.ส.ต.' ขาสั้นใจเกินร้อย ทิ้งภารกิจส่วนตัวระงับกราดยิง
ผบ.ตร. ชื่นชมทุกชุดปฏิบัติการระงับเหตุกราดยิง เปิดเบื้องหลังทีม บก.น.7 ทิ้งภารกิจคว้าชัยการแข่งขัน-นัดพบแพทย์ สวมขาสั้นแต่ใจเกินร้อย ยุทโธปกรณ์ครบช่วยประชาชน
ตร. เร่งหาชนวนเหตุกราดยิง ยันปืนปู่เด็ก พบรัวไป 26 นัด
'โฆษก ตร.' เผยอาวุธปืนใช้ก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียนเป็นของปู่ 'บิ๊กต่าย' ส่งแพทย์ รพ.ตำรวจ จัดทีมจิตวิทยาดูแลสุขภาพจิตครู นักเรียน ผู้ปกครอง
'ผบ.ตร.' สั่งปูนบำเหน็จ 2 ตำรวจตากใบ เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ติดยศ 'พล.ต.ต.'
สตช.แสดงความเสียใจต่อครอบครัวตำรวจ สภ.ตากใบ 2 นาย ที่เสียชีวิตจากการตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่ ‘ผบ.ตร.’สั่งดูแลสวัสดิการเต็มที่ และดูแลรักษาอย่างดีที่สุด 4 ตำรวจที่บาดเจ็บจากเหตุดังกล่าว
ตั้งกรรมการสอบ 'ร.ต.อ.หญิง' รับจ้างหิ้วกัญชาเข้าจีน
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยต้นสังกัดตั้งกรรมการสอบวินัย 'ร.ต.อ.หญิง' กรณีรับจ้างหิ้วสิ่งของซุกซ่อนกัญชาไปจีน หลังขยายผลขบวนการค้ายาโซเชียล พร้อมเตือนอย่ารับฝากสัมภาระของผู้อื่นออกนอกประเทศ

