ห้าวหาญจริงๆ "ชัยสิทธิ์" สมแล้วเป็นพี่ชาย "น.ช.แม้ว" เสนอแนวทางอุบาทว์ ปฏิวัติล้างรัฐบาลอภิสิทธิ์ ฝันเฟื่องเคลียร์ทุกอย่างจบเลือกตั้งใหม่ แต่ถ้ายังดื้อต้องเล่นมวยหนักทุบกัน เสี้ยมเสื้อแดงก่อจลาจลไทยฆ่าไทยลอกแบบเดือนตุลา. ขณะที่ 3 แกนนำคนเสื้อแดงเปิดโรงเรียนสอนวิชาด่า "ป๋าเปรม" สถาปนารัฐไทยใหม่ให้กลุ่มปฏิปักษ์สั่นสะเทือน "ตุ๊ดตู่" เชียร์แขกคุยฟุ้ง 19 กันยา.มาเป็นแสน แต่ "นิสิต สินธุไพร" แฉออเดอร์นายใหญ่ จับ "3 เกลอ" ทำหมัน รื้อโครงสร้าง นปช.ตั้งบอร์ด 30 คนกำหนดการเคลื่อนไหวแทน ส่วน "มาร์ค" ไปเมืองลิงได้ปลาร้ากลับบ้าน "ก๊วนตีนตบ" ก่อกวนหนัก คาดประกาศ พ.ร.บ.มั่นคง 15 ก.ย.
พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และญาติผู้พี่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการลับ ลวง พราง ทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 100.5 ถึงการแก้ปัญหาความขัดแย้งในขณะนี้ว่า เห็นด้วยกับแนวทางการปฏิวัติยึดอำนาจ เคลียร์ทุกฝ่ายให้จบ
"ผมเห็นด้วยทุกวิถีทางที่ทำให้บ้านเมืองสงบ ถ้าปฏิวัติแล้วให้มีเลือกตั้งคืนประชาธิปไตยทันทีไม่น่าจะมีปัญหา คือล้างบางไปเลย แต่ถ้ายังดื้อด้านอยู่ ต้องทุบกัน ต้องเล่นมวยหนัก เพราะการเจรจาหรือพูดจากันฟังไม่รู้เรื่องแล้ว"
ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มเสื้อแดงเคยระบุว่าหากยึดอำนาจจะออกมานอนขวางรถถัง พล.อ.ชัยสิทธิ์ตอบว่า หากยึดอำนาจเพื่อให้บ้านเมืองสงบสุขเสื้อแดงน่าจะเห็นด้วย เพราะเขารักประชาธิปไตย และรัก พ.ต.ท.ทักษิณ ถ้าปฏิวัติแล้วทำให้บ้านเมืองสงบน่าจะทำได้ แต่ถ้าปฏิวัติเพื่อเอาอำนาจไปไว้กับตัวเองนั้น เป็นไปไม่ได้ เพราะเขาคงไม่ยอม
ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สั่งโยกย้าย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกจากตำแหน่งจนทำให้เกิดกระแสข่าวขัดแย้งกับความกองทัพนั้น อดีต ผบ.สส.ตอบว่า เป็นธรรมชาติอยู่แล้ว ผลประโยชน์ของพรรคต้องเป็นใหญ่
"เขาไม่สนใจคนอื่นหรอก ส่วนการทำงานของนายอภิสิทธิ์ที่ผ่านมานั้น ทุกคนเห็นเหมือนผมคือวุฒิภาวะเด็กเกินไป และคิดว่าตัวเองแน่ มีความรู้มากกว่าคนอื่น มองคนอื่นเป็นรองไปหมด ซึ่งอันตราย"
ถามว่าการที่มีปัญหากับทหารถือเป็นเรื่องน่ากลัวหรือไม่ พล.อ.ชัยสิทธิ์กล่าวว่า ทหารน่ากลัวก็มี ไม่น่ากลัวก็มี ทหารดุก็มี ทหารหงอยก็มี แต่เขาคงรู้ไต๋กันจึงไม่สนใจ ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ไม่ถือว่าดุอะไร เพราะเห็นมีคนชมว่าเป็นทหารสวยสดงดงาม และจากที่เห็นก็เรียบร้อยดี ไม่ดุเดือด
ส่วนการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 19 กันยายนนี้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ปกติไม่น่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่ถ้าไปแหย่ก็ไม่แน่ เพราะจากที่ดูเสื้อแดงมากขึ้นทุกวัน ซึ่งที่ผ่านมาเขาไม่ได้ไปแตกหักกับใคร นอกจากมีคนไปแหย่ ก่อกวน หรือสร้างสถานการณ์ ก็ไม่แน่
"คิดว่าถ้าสุกงอมไปเรื่อยๆ และความไม่ชอบมาพากลมีขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงมีคนรับทราบขึ้นเรื่อยๆ เพราะปกปิดกันไม่ได้ ก็ไม่แน่ว่าอาจเกิดเหตุในเดือนตุลาคมอย่างที่ผมเคยพูดไว้ แต่ในเมืองไทยดูแล้วไม่มีอะไร นอกจากรอปาฏิหาริย์ เพราะวิธีนั้นจะสงบทั้งประเทศ ถ้าวิธีอื่นยังมองไม่เห็น ส่วนการถวายฎีกาที่เงียบไปก็ไม่เป็นไร เพราะไม่มีใครจะไปก้าวล่วงได้"
รอปาฏิหาริย์
เมื่อถามถึงการเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณที่ดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พล.อ.ชัยสิทธิ์ตอบว่า เป็นการไปเยี่ยมธรรมดา เพราะไม่เคยไป ซึ่งเขาสบายดี แต่ใครๆ ก็อยากกลับบ้าน ตอนนี้เขาลำบาก บ้านอยู่สบาย แต่จิตใจคงไม่สบาย เพราะภรรยากับลูกอยู่เมืองไทย ซึ่งน่าเห็นใจ และอยากให้กำลังใจเขาว่าต้องมีสักวันที่เมืองไทยน่าจะสงบสุขได้ และความยุติธรรมจะเกิดขึ้น ไม่รู้ว่าปาฏิหาริย์มีจริงหรือไม่ ตอนนี้รอวันเวลาเท่านั้น
มีความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงอย่างคึกคักที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว โดยมีการเปิดโรงเรียนผู้ปฏิบัติงาน นปช. แดงทั้งแผ่นดิน มีแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง อาทิ นายวีระ มุสิกพงศ์ ประธานคณะกรรมการบริหารโรงเรียนฯ, นายนิสิต สินธุไพร ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายจตุพร พรหมพันธุ์ และกลุ่มคนเสื้อแดงที่เข้าร่วมอบรมกว่า 1,000 คน
นายวีระกล่าวเปิดงานว่า หลักสูตรการสอนครั้งนี้ไม่ใช่กิจกรรมปกติธรรมดา หากแต่ก่อให้เกิดการสั่นสะเทือนในหมู่ปฏิปักษ์อย่างยิ่ง ซึ่งโดยปกติแล้วการเรียนเป็นสิ่งที่ดี เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายจะสนับสนุนและสรรเสริญ แต่กลุ่มปฏิปักษ์รู้ดีว่าการเปิดโรงเรียนถือเป็นการยกระดับกลุ่มคนเสื้อแดงขึ้นอีกขั้นหนึ่ง กลุ่มคนเหล่านั้นจึงรู้สึกหวั่นไหวเป็นอย่างมาก
เขาบอกว่า จากเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ทำให้ประเทศถอยหลังกลับไปสู่ความเป็นเผด็จการ ไร้นิติรัฐและนิติธรรม สูญเสียเกียรติภูมิและสถานะที่เคยได้รับการยกย่องจากต่างประเทศ จนกระทั่งถึงปัจจุบันความขัดแย้งและความแตกแยกก็ยังมีและขยายวงกว้างขึ้น โดยมองไม่เห็นว่ารัฐบาลจะแก้ได้อย่างไร
"ผมใช้คำเรียกสถานการณ์ไทยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาว่า รัฐไทยตายไปแล้ว เพราะรัฐธรรมนูญที่นานาประเทศยอมรับก็ถูกฉีก หลักกฎหมายที่สอดคล้องกับหลักนิติธรรมก็ถูกทำลาย ความเท่าเทียมกันของมนุษย์ก็ล้าหลัง แนวทางของกลุ่มคนเสื้อแดงคือต้องสถาปนารัฐไทยขึ้นมาใหม่"
นายวีระกล่าวอธิบายว่า รัฐไทยใหม่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ฝ่ายปฏิปักษ์คิด เพราะเป็นรัฐที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีการใช้กฎหมายให้เหมาะสมกับหลักนิติรัฐและสอดคล้องกับหลักนิติธรรม ทั้งนี้ คนเสื้อแดงส่วนใหญ่เข้าใจว่าปัญหาคืออะไร จึงได้เสียสละเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งเดียวเท่านั้นคือรัฐไทยใหม่
ประธานคณะกรรมการบริหารฯ กล่าวอีกว่า ขณะนี้บ้านเมืองอยู่ในช่วงสำคัญของการเปลี่ยนแปลง หากเป็นไปในทางที่ดีก็ดีไป แต่หากพลาดหลุดมือไปจากคนเสื้อแดงแล้วก็จะต้องตกหลุมดำทางการเมือง ในที่สุดก็จะกลายเป็นรัฐเผด็จการเช่นเดียวกับพม่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเปิดโรงเรียนผู้ปฏิบัติงาน นปช. แดงทั้งแผ่นดิน เป็นรุ่นที่หนึ่ง โดยมีหลักสูตรการเรียนการสอน 2 วัน 1 คืน ซึ่งมีแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นครูผู้สอนทั้งสิ้น ทั้งนี้ หลังจากปิดการอบรมรุ่นที่ 1 แล้ว จะมีการเปิดโรงเรียนอีกในทุกภาคของประเทศ
ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง บรรยายถึงระบอบประชาธิปไตยโดยสรุปว่า ระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบการปกครองที่ยึดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน โดยระบอบนี้เป็นการปกครองตามหลักธรรมชาติ กล่าวคือตั้งแต่มนุษย์เราเกิดมา ธรรมชาติก็ได้สร้างให้มีความเท่าเทียมกันในทางกายภาพทั้งสิ้น ดังนั้นทุกคนต้องมีความเท่าเทียมกันในสังคม ไม่ใช่ว่าใครที่เกิดมาเป็นลูกหลาน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ แล้วจะสามารถกินข้าวได้มากกว่าคนอื่น
วิญญาณทหารเกณฑ์หลอน
นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มเสื้อแดง กล่าวว่า แนวทางคนเสื้อแดงไม่เปลี่ยนแปลง จะต่อสู้ตั้งแต่ พล.อ.เปรมลงมา และยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเท่านั้น ใครมีแนวทางอื่นให้ไปที่อื่น นปช.แดงทั้งแผ่นดินขอประกาศจุดยืนชัดเจน
นายจตุพรให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับทราบข่าวจากนายทหารที่อยู่ในบริเวณบ้านพักแม่ทัพภาคที่ 1 ว่า ได้มีการทุบบ้านที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เข้าไปพักอาศัยช่วงเหตุการณ์เดือนเมษายนที่ผ่านมา และมีพลทหารอภินพ เครือสุข ทหารรับใช้แม่ทัพภาคที่ 1 เสียชีวิตนั้น บ้านหลังดังกล่าวได้ถูกทุบทิ้งทำลายไม่ให้เหลือร่องรอยหลักฐานใดๆ เหลือเพียงซากหินทั้งๆ ที่ได้รับการตกแต่งใหม่ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเข้าไปพักบ้านหลังนั้น ถือว่าเป็นหลักฐานหนึ่ง ในขณะที่บ้านเมืองมีกระบวนการยุติธรรมจริงๆ จะต้องมีการตรวจสอบ ตนจึงขอตั้งข้อสังเกตว่านายอภิสิทธิ์รู้เห็นกับการทำลายหลักฐานชิ้นนี้หรือไม่ และมีเหตุผลใดที่ต้องทุบบ้านดังกล่าวทิ้ง
ส่วนการชุมนุมใหญ่วันที่ 19 กันยายนนี้นั้น ขณะนี้กลุ่มคนเสื้อแดงยืนอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งของเขา ความที่กำลังห้ำหั่นกัน โดยในวันที่ 19 นี้จะมีคนมาเกิน 1 แสนคน นั่นหมายความว่าจะเต็มความจุของลานพระบรมรูปทรงม้า และล้นไปถึงบ้านสี่เสาเทเวศร์
นายจตุพรกล่าวว่า กลุ่มคนเสื้อแดงจะตั้งกล้องทุกมุม และหากมีการใช้ความรุนแรงก็จะไปร้อง ป.ป.ช.ในวันรุ่งขึ้นทันที ทั้งนี้ หากยังมีรัฐธรรมนูญมาตรา 63 ว่าด้วยสิทธิการชุมนุม ก็ยังจะชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นกฎหมายรัฐธรรมนูญย่อมเหนือกว่า พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ แน่นอน
"ลองดูสิว่าคุณจะใช้ความฉ้อฉลของคุณอย่างไร คือถ้าตราบใดที่ยังมีรัฐธรรมนูญมาตรา 63 อยู่ เรื่องสิทธิการชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ คนเสื้อแดงจะให้ตรวจอาวุธทุกคน ซึ่งปกติหน่วยรักษาความปลอดภัยก็จะร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่แล้ว ที่คุณจะเอาเครื่องหูดับเหรอ ไอ้คนทำเรื่องนี้จะตับไหม้ จำคำผมไว้" นายจตุพรกล่าว
เมื่อถามถึงกรณีการรับมือกับมือที่สาม เขากล่าวว่า ต้องถามนายอภิสิทธิ์ว่าอยากกลับประเทศไทยหรือไม่ ถ้านายกฯ ไม่สามารถดูแลมือที่สามเองนั้น แล้วใครจะมาจัดการให้ กลุ่มเสื้อแดงก็จะเป็นเหยื่อของสถานการณ์ โดยสถานการณ์ในวันนี้ยืนกันเป็น 3 มุม ใครขบเหลี่ยมใคร นายอภิสิทธิ์น่าจะรู้ว่าได้ไปทำอะไรกับใครเขาไว้บ้าง
อย่างไรก็ตาม นายนิสิต สินธุไพร อดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน ในฐานะ ผอ.โรงเรียน นปช. แดงทั้งแผ่นดิน เผยว่า ได้หารือกับ พ.ต.ท.ทักษิณว่า นปช.เป็นองค์กรที่เป็นการระดมความคิดทางการเมือง ดังนั้นไม่สมควรที่จะกำหนดทิศทางเพียงคน 3 คน คือ นายจตุพร, นายณัฐวุฒิ และนายวีระ เหมือนในปัจจุบัน ดังนั้นจากนี้ต่อไปการขับเคลื่อนของคนเสื้อแดงจะมีการประเมินสถานการณ์และกำหนดยุทธศาสตร์โดยคณะกรรมการหรือแกนนำหมู่จำนวน 20-30 คน ที่จะเป็นคนลงมติกำหนดการเคลื่อนไหวอีกครั้งหนึ่ง
เวลา 07.00 น. วันเดียวกันนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกเดินทางจากบ้านพักซอยสุขุมวิท 31 ไปยัง อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี เพื่อบันทึกรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ และมอบใบสัญญาประกันราคาและใบรับรองผลการขึ้นทะเบียนเกษตรกร รวมทั้งมอบนโยบายโครงการประกันราคาผลผลิตการเกษตรตามนโยบายรัฐบาล ที่หอประชุมเทศบาลตำบลท่าวุ้ง
ไปเมืองลิงได้ปลาร้า
ที่ลพบุรี มีนักการเมือง ข้าราชการระดับสูง และประชาชนราว 500 คนมารอต้อนรับนายกฯ ในขณะที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 4 กองร้อยให้การอารักขาอย่างเข้มงวด พร้อมด้วยหน่วยปราบจลาจล หน่วยอรินทราช ผสมกองกำลังทหาร และสารวัตรทหารจากมณฑลทหารบกที่ 13 เทศกิจ และ อปพร.กว่า 1,000 นายยังสนธิกำลังรักษาความปลอดภัยร่วมด้วย
เวลาเดียวกันนี้ มีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 50-60 คนได้ปักหลักปราศรัยขับไล่นายอภิสิทธิ์บนถนนด้านหน้าเทศบาล ห่างจากรั้วสำนักงานเทศบาลตำบลท่าวุ้งไม่ถึง 30 เมตร โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดกั้นไว้ไม่ให้คนเสื้อแดงล่วงล้ำเข้ามา มีการกระทบกระทั่งกันเล็กน้อย
จากนั้นนายอภิสิทธิ์ได้บันทึกรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ที่หอประชุมเทศบาล ห่างจากสำนักงานเทศบาลประมาณ 100 เมตร โดยมี พลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ และ ปอ-ทฤษฎี สองนักแสดงนำจากละครผู้ใหญ่ลีกับนางมา เป็นพิธีกรในรายการ
ด้านกลุ่มคนเสื้อแดงที่มาปักหลักปราศรัยขับไล่นายอภิสิทธิ์นั้น มาจากหลายจังหวัดในภาคกลาง อาทิ เสื้อแดงอยุธยา เสื้อแดงสิงห์บุรี เสื้อแดงลพบุรี เป็นต้น ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงต่างตะโกนด่าทอนายอภิสิทธิ์ว่า ฆาตกรฟันน้ำนม อภิสิทธิ์มือเปื้อนเลือด
ต่อมาเวลา 10.00 น. นายอภิสิทธิ์ได้กล่าวสั้นๆ ก่อนเดินทางกลับ กทม.ว่า จะลงพื้นที่อีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทันทีที่ขบวนรถของนายอภิสิทธิ์พุ่งตัวออกจากเทศบาลนั้น คนเสื้อแดงได้ขว้างปาถุงอุจจาระ ถุงปลาร้า ขวดน้ำ แก้ว และรองเท้า ใส่ขบวนรถของนายอภิสิทธิ์ทันที โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ จากนั้นเวลา 10.25 น. นายอภิสิทธิ์ได้แวะดื่มกาแฟและหารือกับ พล.ต.อ.ธานี ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา โดยใช้เวลาหารือนานเกือบครึ่งชั่วโมง
จากนั้นนายสาทิตย์ได้ชวนผู้สื่อข่าวไปดื่มกาแฟและคุยเรื่องทั่วๆ ไปกับนายอภิสิทธิ์อีกประมาณ 10 นาที โดยนายกฯ อารมณ์ดีขึ้นหลังฝ่าการขับไล่ของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ จ.ลพบุรีมาได้ และกล่าวกับผู้ติดตามว่า เคยไปกินกาแฟที่ จ.ชลบุรี พรรคเพื่อไทยก็เอาไปโจมตี แต่คนที่ช็อปปิ้งที่ดูไบกลับไม่เห็นว่าอะไรเลย
นายกฯ บอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เกินคาด แต่คิดว่าเป็นเรื่องปกติก็ว่าได้ ภายใต้สภาวการณ์ที่ไม่ปกติแบบนี้เราก็รับได้ เพราะใครมาเป็นรัฐบาลตอนนี้ก็ต้องยอมรับว่าต้องเจอการชุมนุม แต่เมื่อไปทำงานต้องคิดว่ารัฐบาลสามารถทำงานเข้าเป้าหรือไม่ ซึ่งก็ถือว่าเข้าเป้า และไม่ทำให้เกิดความรุนแรงเสียเลือดเนื้อ
"เมื่อเสร็จงานนี้กลุ่มเสื้อแดงควรประเมินว่าประชาชนคิดอย่างไร เพราะวันนี้นายกฯ เป็นพระเอก เพราะได้ช่วยเหลือเกษตรกรเรื่องการประกันรายได้ และที่เลือกไป อ.ท่าวุ้งก็ไม่ได้เป็นการท้าทาย แต่เห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวทำนาปีละ 3 หน และชาวบ้านส่วนใหญ่อยู่ในโครงการรับจำนำข้าว"
เขายังบอกว่า ตอนที่คนเสื้อแดงไล่รัฐบาล ก็ได้ยินเสียงชาวบ้านที่อยู่ร่วมในงานตะโกนสวนกลับไปว่า "มึงไม่เอารัฐบาล แต่กูเอา" เพราะเห็นว่ารัฐบาลมาทำประโยชน์ให้ และคนที่มาชุมนุมต่อต้านก็เกณฑ์มาจากพื้นที่อื่นโดยส่วนใหญ่
นายสาทิตย์ไม่คิดว่าเหตุการณ์วันนี้จะเป็นการเรียกน้ำย่อยนำไปสู่ความรุนแรงในวันที่ 19 กันยายน เพราะกลุ่มที่จะมาร่วมชุมนุมจะมีหลายกลุ่ม รวมทั้งกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับปฏิวัติ แต่หากมีเหตุการณ์บานปลายก็ไม่เป็นผลดีกับประเทศ เพราะจะส่งผลต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจ พูดง่ายๆ คือพังรอบนี้ก็ยาว
คาดงัด กม.มั่นคง 15 ก.ย.
นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ รักษาการโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า อังคารนี้ ครม.จะรับรายงานเพื่อพิจารณาและประชุมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ในวันที่ 18 กันยายน หลักการทั่วไปถ้ารายงานจากคณะกรรมการฯ พร้อม สามารถพิจารณาให้ความเห็นชอบการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ได้ทันทีภายในวันอังคารที่ 15 กันยายนนี้ ทั้งนี้ ต้องดูการประเมินสถานการณ์จากหลายฝ่าย หากวันอังคารไม่พร้อม จะนำไปพิจารณาในวันที่ 18 กันยายน ช่วงเช้า ในการประชุม กอ.รมน. ขณะนี้มีโครงสร้างแผนความรับผิดชอบในการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ อยู่แล้ว ดังนั้นนายกฯ สามารถเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมสหประชาชาติได้ในวันที่ 20 กันยายนนี้
เมื่อถามว่า สถานการณ์ที่ระบุว่าเปราะบางนั้น สมควรหรือไม่ที่ผู้นำจะอยู่ในประเทศ นายปณิธานกล่าวว่า เป็นรายงานยืนยันที่มีแนวโน้มสถานการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น แต่คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะมีคนที่รับผิดชอบดูแลอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่นายกฯ เดินทางไปต่างประเทศนั้น ก็จะจัดให้มีการสื่อสารระหว่างประชาชนในประเทศไทยทุกวัน โดยให้โทรศัพท์เข้ามาในรายการสดหรือให้สัมภาษณ์ข้ามทวีปผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ฉะนั้นประชาชนจะไม่ค่อยรู้สึกว่านายกฯ จะอยู่หรือไม่อยู่ในประเทศ และนายกฯ จะสั่งการได้ตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องพก พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปด้วย เพราะสามารถใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ในการดูแลความสงบได้
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าหากเกิดเหตุการณ์สำคัญในประเทศในระหว่างที่นายกฯ เข้าร่วมประชุมองค์การสหประชาชาติ จำเป็นหรือไม่ที่นายกฯ ต้องเดินทางกลับทันที นายปณิธานตอบว่า ไม่มี เพราะการประเมินต่างกับสถานการณ์ครั้งก่อน 19 ก.ย. 49 เป็นเหตุการณ์ที่ประชาชนไม่พอใจรัฐบาลมาก และความขัดแย้งสูง แต่วันนี้ไม่ได้เป็นอย่างนั้น คนส่วนใหญ่ 80 เปอร์เซ็นต์ต้องการให้รักษาสภาพรัฐบาลไว้ ประเด็นถัดมาคือ พรรคร่วมรัฐบาลมีสัญญาณชัดเจน รวมไปถึงพรรคการเมืองทั้งหมด ไม่พร้อมที่จะเลือกตั้ง และต้องการแก้รัฐธรรมนูญ มีความชัดเจนเรื่องเขตเลือกตั้ง หรือเรื่องกฎหมายมาตราต่างๆ เป็นสัญญาณที่แตกต่างจากการชุมนุมครั้งก่อน เรียกว่าสถานการณ์สุกงอม คนก็ไม่พร้อม ระบบยังไม่พร้อม ตัวเลขเศรษฐกิจยังไม่นิ่ง อยู่ในช่วงที่กำลังฟื้นตัว แต่ว่ามีเรื่องเดือนตุลา.ที่มีเรื่องโยกย้ายแต่งตั้งมาเป็นตัวกระเพื่อม รวมถึงเรื่องงบประมาณ ทำให้เกิดบรรยากาศนิดหน่อยในทางการเมือง แต่มีคนบางกลุ่มทำให้เป็นประเด็น
"บางกลุ่มมีความพยายามที่จะก่อให้เกิดความวุ่นวาย สถานการณ์หรือภาพแสดงออกมาว่ารัฐบาลไม่ได้อยู่ในภาวะที่สามารถบริหารจัดการกับสถานการณ์เหล่านี้ได้ และจะเรียกร้องให้คนออกมาเยอะๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง สถานการณ์เหล่านี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็จะถูกใช้ในวัตถุประสงค์ในการเปลี่ยนรัฐบาล ซึ่งเจ้าหน้าที่และรัฐบาลพยายามกำชับ กวดขันทุกคน และเชื่อว่าหากกำชับกวดขันได้ เหตุรุนแรงจะน้อยลง" นายปณิธานกล่าว
นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้าติดตามดูสัญญาณความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง จะพบว่าครั้งนี้เงียบกว่าปกติมาก เพราะตามหัวเมืองต่างๆ ยังไม่มีความเคลื่อนไหวเหมือนครั้งก่อนๆ ที่มีการชุมนุมตามต่างจังหวัดแล้วเกณฑ์คนเข้ามาในกรุงเทพฯ คราวนี้ยังไม่มีสัญญาณจากนายใหญ่ผู้บงการความเคลื่อนไหว นอกจากนี้ ในวันที่ 19 ก.ย.ยังไม่มีสัญญาณว่าจะรุกหรือถอย กระแสค่อนข้างซบเซา ประเมินกันว่าหากยังอยู่ในสถานการณ์นี้คนเข้าร่วมจะน้อย เพราะไร้เงื่อนไขที่จะปลุกเร้าให้มวลชนมีส่วนร่วมกับการเคลื่อนไหวได้
แฉปลุกผีปฏิวัติ
"จะเห็นได้ว่าจากบทบาทการเคลื่อนไหวแกนนำเสื้อแดงพยายามสร้างกระแสเรื่องของการปลุกผีปฏิวัติ เพราะรู้ว่าคนในยุคนี้ต่อต้านการปฏิวัติหลังจากที่ คมช.ทำล้มเหลว จึงมีการปลุกผีขึ้นมาอีกรอบ แต่เชื่อว่าปลุกไม่ขึ้น เพราะว่าเงื่อนไขนั้นไม่มีที่จะนำไปสู่เหตุการณ์นั้น และไม่มีกลุ่มขุมกำลังที่นิยมความรุนแรงในกลุ่มทหาร เพราะทหารในวันนี้มีความเป็นเอกภาพภายใต้ ผบ.ทบ.มีเอกภาพสูง และเชื่อว่าทหารไม่แตกแถว" นายเทพไทกล่าว
วันเดียวกันนี้ พล.ต.อ.ธานี สมบูณร์ทรัพย์ รักษาการ ผบ.ตร. กล่าวถึงการชุมนุมของคนเสื้อแดงว่า วันที่ 14 กันยายนจะมีการแถลงข่าวและมีรายละเอียดเพิ่มเติม ทุกอย่างเหมือนเดิม เพราะจะใช้แผนกรกฎ 48
พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต หรือเสธ.ไอซ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทบ. ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการลับ ลวง พราง ว่า ที่ผ่านมาเกิดอะไรก็แล้วแต่ จะโดนกล่าวหาทุกเรื่อง ก็ว่ากันไป กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์อยู่แล้วว่าทำอะไร ความเป็นมนุษย์ ความเป็นคน อยู่ที่ส่วนลึกของตัวเอง วันนี้ผมไม่ได้ทำสิ่งที่ชั่วร้าย และผมไม่ได้อยากมีตำแหน่ง ยศถาบรรดาศักดิ์ มันอยู่ในตัวเอง เกิดเหตุการณ์อะไรก็แล้วแต่ มาคุยกัน คนเราต้องรู้จักการให้อภัยซึ่งกันและกัน เราได้เสนอตัวมาเป็นผู้รับใช้ชาติ รับใช้แผ่นดิน ยังไงก็แล้วแต่ เราต้องมีอุดมการณ์ ณ ตรงนี้ เราต้องรักษาไว้ของคำว่า ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราต้องผูกติดกับสถาบัน ถ้าไม่มีสถาบัน ประเทศไทยจะอยู่ลำบาก อย่าคิดว่าวันนี้เรายิ่งใหญ่ เราต้องเหยียบบ่าคนอื่นมาใหญ่ แต่ต้องสร้างจิตสำนึกให้ตัวเองว่าต้องมีความเป็นข้าแผ่นดิน เกิดมาในแผ่นดินไทย ต้องรักและหวงแหนแผ่นดิน
ด้านอาจารย์ฉัตรประเสริฐ รวยโภคทรัพย์ เจ้าของฉายา "หมอดูกระดองเต่า" กล่าวผ่านรายการลับ ลวง พราง ทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 100.5 ถึงดวงชะตาของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่า ตอนนี้ดวงนายอภิสิทธิ์มีปัญหา เพราะดวงดาวอ่อน ทำอะไรไม่ค่อยจะสู้ดี ทำอะไรจะผิดพลาด ถ้าไม่มีการยุบสภาจะมีการปฏิวัติประมาณเดือน ม.ค.-ก.พ. แต่ถ้ายุบสภาก่อนถือว่ารอด เพราะดาวการเมืองต่อให้พรรคเดียวกันก็ทะเลาะกัน ประชาธิปัตย์ก็ทะเลาะกันเอง แบ่งเป็น 3 กลุ่ม พรรคร่วมรัฐบาลก็ทะเลาะกันเอง แต่จะไม่มีการนองเลือด โดยทหารยังปกครองบ้านเมือง แต่เป็นระบอบประชาธิปไตย
อาจารย์ฉัตรประเสริฐกล่าวว่า นายกฯ ตอนนี้ต้องประนีประนอม อย่าดื้อ เพราะนักการเมืองทั้งหมดต้องรวมตัวกันแล้ว ไม่ใช่มัวแต่ทะเลาะกัน เพื่อแก้บ้านเมืองให้รอด อย่าถืออคติ ส่วนนายกรัฐมนตรีคนต่อไปจะเป็นเชื้อพระวงศ์ที่จะมาสลายเสื้อแดง-เสื้อเหลือง และจะมีการแก้กฎหมายเกิดขึ้นคือแก้รัฐธรรมนูญจึงจะไปรอด.









