กัมพูชาเริ่มกระบวนการแก้ไขข้อพิพาทที่ได้รับการสนับสนุนจากสหประชาชาติกับประเทศเพื่อนบ้าน เกี่ยวกับข้อพิพาททางทะเลที่ทับซ้อนกันในอ่าวไทยซึ่งมีแหล่งพลังงานใต้ทะเลมูลค่าประมาณ 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา (Photo by MOHD RASFAN / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันอังคารที่ 2 มิถุนายน 2569 กล่าวว่า กัมพูชาเริ่มกระบวนการแก้ไขข้อพิพาทที่ได้รับการสนับสนุนจากสหประชาชาติกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทย เกี่ยวกับข้อพิพาททางทะเลที่ทับซ้อนกันในอ่าวไทยซึ่งมีแหล่งพลังงานใต้ทะเลมูลค่าประมาณ 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 9.75 ล้านล้านบาท)
ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งสองประเทศมีข้อพิพาทเรื่องเขตแดนทางทะเลและการกำหนดเขตแดนทางบกยาว 800 กิโลเมตร มานานหลายทศวรรษ ซึ่งเป็นมรดกตกทอดจากยุคอาณานิคมของฝรั่งเศส
ทั้งสองฝ่ายตกลงหยุดยิงกันในเดือนธันวาคม หลังจากเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงบริเวณชายแดนสองรอบ แต่ต่างฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
การที่กัมพูชาเริ่มกระบวนการไกล่เกลี่ยภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เกิดขึ้นหลังจากที่ไทยยกเลิกข้อตกลงทวิภาคีปี 2544 เกี่ยวกับการทับซ้อนทางทะเลและการสำรวจพลังงานเมื่อเดือนที่แล้ว
นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกุล ของไทยกล่าวว่า รัฐบาลของเขาได้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU 44 เนื่องจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในการดำเนินการ
ขณะที่นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา กล่าวในรายการโทรทัศน์ของรัฐว่า รัฐบาลของเขาได้ส่งหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการไปยังไทยและเลขาธิการสหประชาชาติเพื่อเริ่มกระบวนการไกล่เกลี่ยภาคบังคับภายใต้ UNCLOS
"เราได้ดำเนินการขั้นตอนนี้เพื่อปกป้องอธิปไตยและสิทธิทางทะเลของกัมพูชาตามกฎหมายระหว่างประเทศ"
"ทั้งกัมพูชาและไทยต่างจะได้ประโยชน์จากข้อตกลงที่เป็นธรรมและยั่งยืน ซึ่งตกลงกันภายใต้การชี้นำของผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศ" ฮุน มาเนต กล่าว
ทั้งนี้ ไทยและกัมพูชาต่างเป็นภาคีของอนุสัญญาสหประชาชาติ

ปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา (Photo by CHARLY TRIBALLEAU / AFP)
อย่างไรก็ตาม กระทรวงต่างประเทศของไทยยังไม่ได้ยืนยันความเคลื่อนไหวดังกล่าว
กระทรวงพลังงานของไทยเคยประเมินรายได้ในอนาคตจากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในพื้นที่ทับซ้อนที่ทั้งสองประเทศอ้างสิทธิ์ไว้ว่ามีมูลค่ามากถึงประมาณ 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ข้อพิพาทชายแดนที่ยืดเยื้อมานานของทั้งสองประเทศปะทุขึ้นเป็นการสู้รบในเดือนกรกฎาคมและธันวาคม ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบราย และทำให้หลายพื้นที่ในจังหวัดชายแดนที่ทั้งสองประเทศอ้างสิทธิ์ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของไทย
กัมพูชาเรียกร้องให้กองกำลังไทยถอนตัวออกจากพื้นที่เหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และประณามไทยเรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโบราณสถานหลายแห่งระหว่างการสู้รบ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อดีตบิ๊กทอ.' สรุป 11 ข้อ ถ้ากัมพูชามีกองทัพอากาศ ใช้เวลากี่ปีจึงมีประสบการณ์ทัดเทียมทอ.ได้
พลอากาศโทวัชระ ฤทธาคนี หรือ เสธ.นิด อดีตนายทหารนักบินกองทัพอากาศ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ว่า
กัมพูชามั่ว! ไทยอย่ารั่วตาม 'ไกล่เกลี่ยภาคบังคับ' ไม่จำเป็น
รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ *กัมพูชามั่ว…ไทยอย่ารั่วตาม! โดยระบุว่า
อนุทินถกมาเนต ฟื้นสัมพันธ์2ปท. สร้างสันติภาพ
นายกฯ อนุทินเผชิญหน้า "ฮุน มาเนต" หารือผู้นำสามฝ่าย "ไทย-กัมพูชา-ฟิลิปปินส์"
'อนุทิน' เผชิญหน้า 'ฮุน มาเนต' หารือสามฝ่าย ชี้เป็นก้าวสำคัญสร้างสันติภาพไทย-กัมพูชา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมการประชุมหารือสามฝ่าย ร่วมกับสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และนายแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เพื่อหารือสถานการณ์ไทย–กัมพูชา โดยฝ่ายฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนเป็นผู้ริเริ่มจัดการประชุมครั้งนี้
จับตาอนุทินพบฮุนมาเนต เขมรโทษไทยเปลี่ยนผู้นำถี่
"อนุทิน" บินฟิลิปปินส์ ชูบทบาทไทยในเวทีอาเซียน เมิน "ฮุน มาเนต"

