‘ตาควาย-เนิน350’สุดคึกคัก

รัฐบาลยันเดินหน้า UNCLOS กำหนดเขตแดนทางทะเลให้ชัดเจน ไม่ใช่เจรจาพัฒนาพื้นที่-แบ่งประโยชน์ร่วมกับเขมร "พล.อ.รังษี" มั่นใจไม่ซ้ำรอยเขาพระวิหาร ชี้ต่างจากศาลโลก "ปราสาทตาควาย-เนิน 350" คึกคัก! แห่เที่ยว 2 วัน ทะลุ 3 พันคน สัมผัสประวัติศาสตร์ชายแดน-หนุนเศรษฐกิจชุมชน

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีความกังวลเกี่ยวกับการที่ประเทศไทยเข้าสู่กระบวนการภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ในประเด็นพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชานั้น รัฐบาลขอทำความเข้าใจกับประชาชนว่า กระบวนการดังกล่าวเป็นเรื่องของการหารือและพิจารณาแนวเขตทางทะเลตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ มิใช่การเจรจาเพื่อพัฒนาพื้นที่ร่วมกันหรือแบ่งปันผลประโยชน์จากทรัพยากร

ทั้งนี้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ ซึ่งได้อธิบายต่อสาธารณชนและทูตกว่า 70 ประเทศอย่างชัดเจนว่า การเข้าสู่กระบวนการตาม UNCLOS เป็นกลไกทางกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อหาทางออกในประเด็นการกำหนดเขตแดนทางทะเลที่ยังมีความเห็นแตกต่างกัน โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งเขตพัฒนาร่วม หรือการแบ่งปันผลประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่ดังกล่าว รัฐบาลไทยมีจุดยืนชัดเจนว่า การกำหนดเขตแดนทางทะเลให้มีความชัดเจนและเป็นที่ยอมรับตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศเป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่ต้องดำเนินการก่อนเรื่องอื่นๆ ทั้งหมด เพื่อรักษาสิทธิ อธิปไตย และผลประโยชน์ของประเทศชาติในระยะยาว

"การที่ไทยเข้าร่วมกระบวนการตาม UNCLOS ไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยยอมรับข้อเรียกร้องของอีกฝ่าย  หรือยอมรับแนวทางใดล่วงหน้า แต่เป็นการใช้กลไกสากลที่ทั้งสองประเทศเป็นภาคีร่วมกัน เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างโปร่งใส อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและหลักกฎหมาย นายกรัฐมนตรียืนยันว่าจะดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความรอบคอบ โดยประสานการทำงานอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านการต่างประเทศ หน่วยงานด้านความมั่นคง และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศไทยอย่างเต็มที่ ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า รัฐบาลจะไม่ดำเนินการใดๆ ที่กระทบต่ออธิปไตยของชาติ  กระบวนการ UNCLOS จะต้องมีเป้าหมายเพื่อสร้างความชัดเจนเรื่องเขตแดนทางทะเลตามหลักสากลก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ใช่การพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน และไม่ใช่การยกผลประโยชน์ของชาติให้แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง" นางสาวรัชดาระบุ

ด้าน พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก กล่าวว่า UNCLOS เป็นกลไกแบบองค์กรสากล ไม่มีสิทธิ์ที่จะบอกพื้นที่ตรงนี้เป็นของฝ่ายใด ทำได้แต่เพียงบอกว่าเขตทะเลต่อเนื่อง เขตทะเลประเทศ เขตไหล่ทวีป เมื่อวัดจากฝั่งทะเลที่น้ำลดสูงสุดชายฝั่ง ตรงนั้นมีบรรทัดฐาน จะมั่วกับไทยไม่ได้ ซึ่งไทยต้องตั้งกรรมการร่วมกับ UNCLOS ที่มีกฎ กติกา เป็นสนธิสัญญากฎหมายทางทะเล

ส่วนที่กัมพูชาจะขอข้ามขั้นตอนไปคุยกันในภาคผนวกเลย ไม่เป็นไร ไม่เห็นต้องกลัวเลย ยิ่งดีด้วยเพราะเรารู้อยู่แล้วว่าเขานับไป 12 ไมล์ทะเลเป็นเขตทะเลประเทศ พอบอกว่าของประเทศไทยอยู่ตรงนี้ๆ คราวนี้กัมพูชาจะไม่ฟังไม่ได้แล้ว เพราะ UNCLOS มีความเที่ยงตรงแม่นยำ เป็นที่ยอมรับมากกว่าสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศสที่กัมพูชานำมาอ้าง ซึ่งเกาะกูดเป็นของไทยแน่นอน ทั้งนี้ไม่ต้องกังวลว่าจะซ้ำรอยกรณีปราสาทพระวิหาร เพราะ UNCLOS ไม่เหมือนศาลโลก จะมาบังคับไม่ได้

"ผมกลัวต่างจากคนอื่นคือ กลัวว่าหาก UNCLOS ชี้ออกมา กัมพูชารู้อยู่แล้วว่าของมันไม่มีก๊าซ มันก็จะไม่ยอมรับ UNCLOS ทั้งฮุน เซน, ฮุน มาเนต แต่ถ้าแบบนั้นก็เข้าทางเรา ซึ่งหากไม่ยอมรับ แล้วรุกล้ำเข้ามาในเขตที่ UNCLOS ชี้ว่าเป็นของเรา ก็ล่อมันเลย อันนี้คือความชอบธรรมแล้ว ไม่ต้องกังวล เพราะ UNCLOS เป็นองค์กรสากล เขามีหลักกติกาชัดเจน" พล.อ.รังษีระบุ

พล.อ.รังษีกล่าวว่า โอกาสเกิดการสู้รบรอบสามมีมากกว่าไม่มี ให้ 70/30 ณ สถานการณ์นี้ เพราะตอนนี้เป็นไฟต์บังคับของสมเด็จฮุน เซน ต้องหาเรื่องปะทะกับไทย เพื่อเข้าสู่เงื่อนไขของ MOU 43 เพราะใน MOU 43 ระบุชัดเจนว่า หากมีกรณีพิพาทชายแดนจะต้องเข้ามาสู่คณะกรรมการทั้ง RBC, GBC, JBC แต่งวดนี้สมเด็จฮุน เซน ตัดตอนเลย มันเอา JBC ซึ่งเป็นคณะกรรมการสูงสุด เพราะรออีกไม่ได้แล้ว จะต้องยึดเราให้ได้ 4 จุด คือ 1.ห้วยตามาเรีย เขาพระวิหาร 2.ปราสาทตาเมือนธม 3.โอร์เสม็ดที่ติดกับช่องจอมของไทย 4.เนิน 475 ตรงบริเวณช่องบก สุดท้ายแล้วอยู่ที่เราว่าจะพร้อมขนาดไหน และต้องอ่านฮุน เซน ให้ออก แล้วสู้แบบไม่มีลิมิต ต้องยึดพื้นที่สำคัญแล้วรุกออกนอกประเทศ อย่าตั้งรับในประเทศ อย่างไรก็ตามเชื่อว่ารอบนี้ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ เตรียมแผนไว้หมดแล้ว ไทยได้เปรียบคือมีกองทัพที่แข็งแรงทั้งสามเหล่าทัพ เรามียุทธศาสตร์ ยุทธวิธี มีเป้าหมาย เพราะฉะนั้นต้องรอความชอบธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวบริเวณ “ปราสาทตาควาย-เนิน 350” ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ยังคงคึกคักต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 หลังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่ภายใต้มาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ โดยมีประชาชนจากหลายพื้นที่เดินทางมาสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และพื้นที่แห่งวีรกรรมของทหารไทยตามแนวชายแดนจำนวนมาก ตลอดทั้งวันมีประชาชนทยอยเดินทางเข้ามาลงทะเบียนทั้งในรูปแบบจองผ่านแอปพลิเคชันและวอล์กอินอย่างต่อเนื่อง เพื่อขึ้นไปเยี่ยมชมปราสาทตาควายและเนิน 350 ซึ่งเป็นจุดชมวิวและจุดยุทธศาสตร์สำคัญตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ท่ามกลางมาตรการอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด

ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวทุกคนต้องจอดรถบริเวณโรงเรียนบ้านไทยสันติสุข ก่อนลงทะเบียนและใช้บริการรถสองแถวที่หน่วยงานท้องถิ่นจัดเตรียมไว้รับส่ง เพื่อควบคุมการสัญจรและบริหารจัดการพื้นที่ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย โดยไม่อนุญาตให้นำรถยนต์ส่วนตัวขึ้นไปยังจุดท่องเที่ยวด้านบน

ขณะเดียวกัน นายณัฐพัชร์ บุญมี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบักได ได้จัดโครงการส่งเสริมเกษตรกร ประจำปี 2569 ครั้งที่ 3 ภายใต้ชื่องาน “ของดีบักได” ณ โรงเรียนบ้านสันติสุข หมู่ 16 ตำบลบักได เพื่อเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรนำผลผลิตทางการเกษตรมาจำหน่ายประชาชนและนักท่องเที่ยวโดยตรง ภายในงานมีผลไม้ขึ้นชื่อของพื้นที่ ทั้งทุเรียน เงาะ และมังคุด วางจำหน่ายจำนวนมาก โดยได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่รอขึ้นเยี่ยมชมปราสาทตาควายและเนิน 350 อย่างคึกคัก สะท้อนถึงเม็ดเงินที่หมุนเวียนเข้าสู่ชุมชน และโอกาสทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการท่องเที่ยวชายแดน

แหล่งข่าวจากกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า ณ เวลา 11.00 น.ของวันที่ 7 มิ.ย. มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่พื้นที่แล้วมากกว่า 1,500 คน จากโควตาที่เปิดรองรับจำนวน 2,000 คน คาดว่าตลอดทั้งวันยอดนักท่องเที่ยวจะทะลุ 2,000 คนอย่างแน่นอน ความสำเร็จของการเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวครั้งนี้ไม่เพียงเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยของภาครัฐและกองทัพเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของพื้นที่ชายแดน ในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และการเรียนรู้ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้ชุมชน ควบคู่ไปกับการปลูกฝังความตระหนักรู้ด้านประวัติศาสตร์และความมั่นคงของชาติได้อย่างยั่งยืน

ในช่วงเย็น เพจ "กองกำลังสุรนารี" โพสต์ข้อความว่า "ปราสาทตาควาย-เนิน 350 คึกคัก รอบแรกวันที่ 6-7 มิ.ย. 2569 นักท่องเที่ยวทะลุสามพันคน ร่วมสัมผัสแหล่งท่องเที่ยว เชิงประวัติศาสตร์แห่งใหม่ ท่านใดไม่ทัน อย่าพึ่งเสียใจไป ยังมีรอบที่สอง วันที่ 13-14 มิ.ย. 2569 ขอเชิญพี่น้องประชาชน มาเที่ยวกันเยอะๆ นะครับ".

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปชน.ตามขยี้อุ้มศักดิ์สยาม

“ปชน.” กางรายละเอียด 4 ข้อสงสัย ป.ป.ช.อุ้ม “ศักดิ์สยาม” ซัดดำเนินการบกพร่อง-ใช้ดุลพินิจผิดพลาด-ปกปิดข้อมูล-ละเว้นตรวจสอบ วัดใจประธานรัฐสภาจะใช้เวลาพิจารณานานเท่าไหร่ ดักทางอย่าปัดตกคำร้อง

รุมจวกระบอบอากง ปชน.ตามขยี้อุ้มศักดิ์สยาม ‘ส้ม-ฟ้า’ ชี้หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก / โค้งแรกชัชชาตินำ โด่ง

"นิด้าโพล" เผยโค้งแรกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. "ชัชชาติ" ยังนำโด่ง ร้อยละ 67.30 ด้าน "ชัชชาติ" โต้ปมผอ.คุกคามทางเพศเป็นเรื่องพฤติกรรมบุคคลไม่เกี่ยวระบบกทม. ท้า "จิรายุ" เปิดหลักฐานชัดเจน ยัน

ยืนยันสิทธิคนจน8.8ล้าน จี้ปรับเกณฑ์เข้มยังระงม

ไทยช่วยไทยพลัสแรงต่อเนื่อง ยอดทะลุ 1.5 หมื่นล้านแล้ว “คลัง” เผย 2 วันผู้ยืนยันสิทธิบัตรคนจน 8.8 ล้านราย 4.1 แสนรายสะดุด แนะรีบแก้ไขก่อน 21 มิ.ย. เสียงเรียกร้องทบทวนเกณฑ์เข้มยังระงม โดยเฉพาะปมเลี้ยงดูพ่อแม่

เขมรสะดุ้ง! อดีตเสธ.ทร กางประวัติศาสตร์ UNCLOS เตรียมรอรับผลเลือกทางนี้

อดีตเสนาธิการกองทัพเรือ  กางประวัติศาสตร์ เปรียบเทียบสถานการณ์และพฤติกรรมที่นำไปสู่การประนอมภาคบังคับตาม UNCLOS เตรียมรอรับผลเลือกทางนี้ ระหว่างกรณีติมอร์เลสเต-ออสเตรเลียกับกรณีไทย-กัมพูชา : ใครเหมือนใคร?