ผู้ประท้วงหลายพันคนปะทะเดือดในเจนีวา ก่อนการประชุมสุดยอด G7 ในฝรั่งเศส

ผู้ประท้วงในเจนีวาขว้างปาหินและประทัดใส่ตำรวจซึ่งตอบโต้ด้วยแก๊สน้ำตาและปืนฉีดน้ำแรงดันสูง ระหว่างการเดินขบวนเพื่อต่อต้านการประชุมสุดยอด G7 ในเมืองเอเวียงของฝรั่งเศสที่มีอาณาเขตติดกัน

ผู้ประท้วงในเจนีวาเข้าร่วมการชุมนุมของกลุ่มต่อต้าน G7 ซึ่งประกอบด้วยสมาคม, สหภาพแรงงาน และกลุ่มฝ่ายซ้ายกว่า 60 กลุ่ม ก่อนการประชุมสุดยอดจะเริ่มต้นขึ้น เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน โดยการประชุมสุดยอด G7 ประจำปี 2026 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 มิถุนายน ในเมืองเอเวียง ประเทศฝรั่งเศส ใกล้กับสวิตเซอร์แลนด์ (Photo by Gabriel Monnet / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2569 กล่าวว่า ประชาชนหลายพันคนออกมาประท้วงในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อต่อต้านการประชุมผู้นำระดับโลกซึ่งจะจัดขึ้นในประเทศฝรั่งเศสที่ฝั่งตรงข้ามทะเลสาบเจนีวา

สถานการณ์การชุมนุมบานปลายกลายเป็นการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงและตำรวจในหลายพื้นที่ของเจนีวาเมื่อช่วงเย็นวันอาทิตย์ ขณะที่ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของประเทศเจ้าภาพ ได้เดินทางถึงเมืองเอเวียงซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมแล้ว

เขาจะต้อนรับผู้นำประเทศกลุ่ม G7 อื่นๆ ได้แก่ สหราชอาณาจักร, แคนาดา, เยอรมนี, อิตาลี, ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ที่เมืองติดทะเลสาบแห่งนี้ในวันจันทร์ พร้อมกับผู้นำที่ได้รับเชิญจากอีกหลายประเทศ รวมถึงบราซิลและอินเดีย

การประชุมสุดยอดตลอดสามวันครั้งนี้จะเป็นหนึ่งในการประชุมระดับนานาชาติครั้งสำคัญครั้งแรกนับตั้งแต่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากสงครามกับอิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางปั่นป่วนและทำให้ความตึงเครียดระหว่างสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกเพิ่มสูงขึ้น

กลุ่มผู้นำจะมีวาระการประชุมที่แน่นขนัดไปด้วยประเด็นที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง รวมถึงความพยายามที่จะยุติสงครามในอิหร่าน โดยคำกล่าวอ้างของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับข้อตกลงที่ใกล้จะบรรลุผลนั้นยังคงคลุมเครือ

ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ก็มีกำหนดเข้าร่วมด้วย ทำให้สงครามที่ปะทุขึ้นเมื่อกว่า 4 ปีก่อนจากการรุกรานเต็มรูปแบบของรัสเซีย กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง

ผู้นำส่วนใหญ่ รวมถึงทรัมป์ จะเดินทางมาถึงสนามบินเจนีวา ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังเอเวียง

ทั้งนี้ เจนีวาซึ่งอยู่ห่างจากเอเวียงไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 40 กิโลเมตร อยู่ในภาวะตึงเครียดมาหลายสัปดาห์แล้ว

ทางการเจนีวาต้องการป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวายซ้ำรอยเหมือนในปี 2003 เมื่อผู้ประท้วงต่อต้าน G8 สร้างความเสียหายมูลค่าหลายล้านดอลลาร์

ในครั้งนี้ ทางการเจนีวาอนุญาตให้มีการเดินขบวนเป็นวงกลมยาวทางด้านเหนือของเมือง ซึ่งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองและร้านค้าหรูหรา

ภายในวันเสาร์ ร้านค้าขนาดเล็ก, ซูเปอร์มาร์เก็ต และอาคารมหาวิทยาลัยบางแห่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเส้นทางการประท้วง ได้ปิดกั้นด้านหน้าอาคารด้วยแผ่นไม้

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการป้องกันไว้แล้ว ผู้ประท้วงบางส่วนก็ยังสร้างความเสียหายอย่างกว้างขวางในวันอาทิตย์

มีผู้รวมกลุ่มประท้วงประมาณ 20,000 คน ซึ่งตามรายงานของตำรวจ ส่วนใหญ่เป็นการประท้วงอย่างสันติ

ผู้ประท้วงโบกป้ายที่มีข้อความต่างๆ เช่น "ไม่เอา G7 และพันธมิตรจักรวรรดินิยมทั้งหมด!" และ "ยกเลิก G7"

พวกเขารวมตัวกันในสวนสาธารณะริมทะเลสาบเจนีวา จากนั้นเดินฝ่าเข้าไปในเมืองที่ถูกปิดกั้นซึ่งดูเหมือนกำลังเตรียมรับมือกับการรุกราน ขณะที่เฮลิคอปเตอร์บินวนอยู่เหนือศีรษะ

ภายใต้แสงแดดที่แผดเผา พวกเขาเริ่มตะโกนคำขวัญที่มีข้อความหลากหลาย ทั้งการสนับสนุนชาวปาเลสไตน์, การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ, สิทธิสตรี และการต่อต้านทุนนิยม

แต่ไม่นานหลังจากเริ่มการเดินขบวน กลุ่มผู้ประท้วงที่สวมชุดดำหลายกลุ่มได้พังแนวกั้นที่ปกป้องอาคารอพาร์ตเมนต์หรูหราตามเส้นทาง และจุดไฟเผารถยนต์

ผู้สื่อข่าวพบเห็นรถยนต์เทสลาคันหนึ่งถูกไฟไหม้ มีข้อความเขียนว่า "กินคนรวย" และอาคารหลายแห่งรอบสำนักงานใหญ่สหประชาชาติประจำยุโรปได้รับความเสียหาย

เกิดการปะทะกับตำรวจตามมา ขณะที่ผู้ประท้วงตะโกนว่า "โค่นล้มรัฐตำรวจ" พร้อมขว้างขวด, เศษปูนซีเมนต์ที่ขุดขึ้นมาจากทางเท้า และดอกไม้ไฟ

ตำรวจจึงจำเป็นต้องตอบโต้ด้วยแก๊สน้ำตาและปืนฉีดน้ำแรงดัน

หลายชั่วโมงต่อมาการปะทะยังคงดำเนินอยู่ ตำรวจสวิสระบุว่ามีผู้ประท้วงหัวรุนแรงที่เรียกตัวเองว่า "แบล็กบล็อก" ประมาณ 600 คนเข้าร่วม

เนื่องจากเงื่อนไขที่ทางการฝรั่งเศสกำหนด กลุ่มต่อต้าน G7 จึงยกเลิกแผนการเดินขบวนประท้วงในวันอาทิตย์ที่เมืองอานเนมาสส์ ชายแดนฝรั่งเศส และเลี่ยงมาจัดในเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งอยู่ไม่ห่างกัน

สวิตเซอร์แลนด์ระดมกำลังทหารมากถึง 4,000 นายเพื่อสนับสนุนกองกำลังตำรวจ ขณะที่ฝรั่งเศสประกาศการส่งกำลังตำรวจ, ทหารรักษาความสงบ, ทหารราบ, นักดับเพลิง และเจ้าหน้าที่รักษาชายแดนเกือบ 16,000 นายไปประจำการรอบเมืองเอเวียง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กต.กระทุ้งUN นายกฯโต้เขมร ไม่ให้ใครบังคับ

นายกฯ ชี้ปมเขมรลากเอ็มโอยู 43 อ้างยูเอ็นเจรจาไทย ลั่นไทยมีหลักการไม่ให้ใครบังคับได้ กต.ส่ง จ.ม.ถึง “เจนีวา” แจงรายงาน “ทอม แอนดรูว์ส” กระทบ "ความเป็นกลาง-เที่ยงธรรม" คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ “สีหศักดิ์” ซัด “กัมพูชา” ใช้ปมพาดพิงไทยโฆษณาชวนเชื่อทางการเมือง

นักวิชาการมธ. ชื่นชมบทบาท 'สีหศักดิ์' บนเวที UNHRC เปลี่ยน 'กัมพูชา' จากเหยื่อ สู่ผู้ไม่เคารพกติกา

รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช นายกสมาคมภูมิภาคศึกษา และอาจารย์ประจำสาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศ

เปิดถ้อยแถลง 'สีหศักดิ์' กลางวงประชุมรัฐภาคีอนุสัญญา ห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ครั้งที่ 22

กระทรวงการต่างประเทศ เผยแพร่คำแปลอย่างไม่เป็นทางการ ถ้อยแถลงโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ครั้งที่ 22