สหรัฐฯ จะไม่ยอมรับการเรียกเก็บค่าผ่านทางของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ

สหรัฐฯ จะไม่ยอมรับความพยายามใดๆ ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำสำคัญที่สหประชาชาติเตรียมอพยพลูกเรือหลายพันคนที่ติดค้างอยู่จากสงครามในตะวันออกกลาง

ประธานาธิบดีมาซูด ปีเซชเคียน ของอิหร่าน (ซ้าย) จับมือกับนายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ ของปากีสถาน ระหว่างพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการที่ทำเนียบรัฐบาลในกรุงอิสลามาบัด เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน (Photo by Pakistan's Prime Minister Office / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 24 มิถุนายน 2569 กล่าวว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้ลงนามในข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อยุติสงครามตะวันออกกลาง และสรุปการเจรจารอบแรกในสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระยะเวลา 60 วันเพื่อแก้ไขปัญหาที่ยังค้างคาอยู่ เช่น การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร และชะตากรรมของโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน

การปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านที่เริ่มต้นในช่วงต้นของความขัดแย้งได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้น แต่การจราจรทางเรือกลับมาไหลเวียนอีกครั้งนับตั้งแต่มีการลงนามข้อตกลงดังกล่าว

อิหร่านยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะยังคงควบคุมเส้นทางน้ำนี้ต่อไป รวมถึงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เมื่ออิหร่านและโอมานกล่าวในแถลงการณ์ร่วมว่าพวกเขาจะศึกษาการบริหารจัดการเส้นทางการค้าและค่าใช้จ่ายที่จะเรียกเก็บสำหรับบริการที่ให้ โดยยืนยันในอธิปไตยของตนเหนือช่องแคบ

แต่มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเริ่มต้นการเยือนภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้ย้ำจุดยืนของรัฐบาลวอชิงตันว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

"นี่คือเส้นทางน้ำระหว่างประเทศ ไม่มีประเทศใดได้รับอนุญาตให้เก็บค่าผ่านทางหรือค่าธรรมเนียมในเส้นทางน้ำระหว่างประเทศ" เขากล่าว พร้อมเสริมว่าทุกประเทศในภูมิภาคนี้จะเห็นด้วยกับเขา

ก่อนหน้านี้ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ หัวหน้าผู้เจรจาของอิหร่านยืนยันว่าช่องแคบฮอร์มุซจะไม่มีวันกลับคืนสู่สภาพก่อนสงคราม แม้ว่าทั้งสองฝ่ายตกลงกันที่จะสร้างเส้นทางการสื่อสารเพื่อเปิดเส้นทางไว้ก็ตาม

ขณะเดียวกัน ผู้อำนวยการองค์การทางทะเลระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ ระบุว่าจะเริ่มอพยพลูกเรือกว่า 11,000 คนที่ติดอยู่เนื่องจากการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ โดยร่วมมือกับอิหร่าน, โอมาน และสหรัฐอเมริกา รวมทั้งจัดหาหลักประกันความปลอดภัยที่จำเป็น

ตามข้อมูลจากแพลตฟอร์มติดตามทางทะเล 2 แห่ง การจราจรผ่านช่องแคบในวันจันทร์แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มสงคราม แต่ก็ยังเทียบได้แค่ 40% ของระดับปกติในยามสงบซึ่งอยู่ที่ประมาณ 120 ลำต่อวัน

ในวันอังคาร การเจรจาทางการทูตดำเนินไปอย่างเต็มที่ โดยประธานาธิบดีอิหร่านเดินทางไปยังปากีสถานซึ่งเป็นผู้ไกล่เกลี่ย ขณะที่รูบิโอเดินทางถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพื่อพบปะกับพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่อีกคู่กรณีอย่างเลบานอนและอิสราเอลเริ่มต้นการเจรจาโดยตรงมากขึ้นในกรุงวอชิงตัน

อิหร่านยังปฏิเสธคำกล่าวอ้างของเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ว่ารัฐบาลเตหะรานตกลงที่จะเชิญผู้ตรวจสอบจากสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) กลับมาอีกครั้ง หลังจากที่อิหร่านปิดกั้นไม่ให้พวกเขาเข้าถึงสถานปฏิบัติการนิวเคลียร์ที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของสหรัฐฯในสงคราม 12 วันเมื่อปีที่แล้ว

"เราไม่ได้มีการประชุมกับผู้อำนวยการใหญ่ของ IAEA และเราไม่มีแผนใดๆ สำหรับหน่วยงานดังกล่าวที่จะตรวจสอบโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านที่ได้รับความเสียหายจากการรุกรานทางทหารของสหรัฐฯ และไซออนิสต์" เอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่านกล่าว

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยืนยันว่าอิหร่านตกลงอย่างเต็มที่และสมบูรณ์แล้วที่จะให้มีการตรวจสอบนิวเคลียร์ในระดับสูงสุดต่อไปในอนาคต

ทั้งนี้ เมื่อสหรัฐฯ เข้าร่วมสงครามระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านช่วงกลางปี ​​2025 สหรัฐฯ ได้ทิ้งระเบิดโรงงานนิวเคลียร์ที่นาตันซ์และอิสฟาฮาน รวมถึงการใช้อาวุธทำลายบังเกอร์

แม้ทรัมป์อ้างว่าโรงงานเหล่านั้นถูกทำลายล้างหมดแล้ว แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลขอบเขตความเสียหายที่แน่ชัด

อาลี บาห์เรนี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ ออกมายืนยันอีกเสียงว่า ยังไม่มีการตัดสินใจที่จะยอมรับผู้ตรวจสอบจาก IAEA

นอกจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แล้ว รูบิโอวางแผนที่จะเยือนคูเวตและบาห์เรนด้วย เพื่อหารือเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซและข้อตกลงที่ทำกับอิหร่าน

ความคิดเห็นของรูบิโอซึ่งเป็นผู้สนับสนุนการใช้กำลังกับอิหร่านอย่างแข็งขัน จะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเขาแทบจะไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณชนเลย โดยแวนซ์เป็นผู้นำในการปกป้องข้อตกลงนี้

ในช่วงเวลาเดียวกัน ประธานาธิบดีมาซูด ปีเซชเคียน ของอิหร่าน ได้เดินทางเยือนปากีสถานซึ่งเป็นผู้ไกล่เกลี่ยสำคัญ พร้อมด้วยอับบาส อาราคชี รัฐมนตรีต่างประเทศ

นอกจากนี้ อาราคชีและกาลิบาฟยังได้หารือกับสุลต่านของโอมานซึ่งทรงแสดงความหวังว่าจะมีการแก้ไขปัญหาอย่างสันติและเด็ดขาด

ปากีสถานและกาตาร์ซึ่งเป็นผู้ไกล่เกลี่ย ระบุว่าทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันในแผนงานเพื่อบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายในกรอบเวลา 60 วัน

พวกเขายังตกลงที่จะจัดตั้งกลุ่มเจรจา 4 กลุ่ม เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นนิวเคลียร์, การคว่ำบาตร และเรื่องอื่นๆ

ในส่วนของเลบานอน การเจรจารอบที่ 5 ระหว่างเจ้าหน้าที่เลบานอนและอิสราเอลได้เริ่มต้นขึ้นที่กรุงวอชิงตันในวันอังคาร เพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและฮิซบุลเลาะห์ซึ่งเรียกร้องให้กำหนดตารางเวลาสำหรับการถอนกำลังทหารอิสราเอลออกจากเลบานอนอย่างสมบูรณ์

เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า เป้าหมายของการเจรจาในวอชิงตันคือ การยุติวงจรความรุนแรงอย่างถาวร

แม้ว่าการสู้รบในเลบานอนเริ่มลดลง แต่สื่อของรัฐรายงานว่า ทหารอิสราเอลสังหารประชาชน 2 รายทางตอนใต้เมื่อวันอังคาร โดยอิสราเอลอ้างว่ายิงใส่กลุ่มปฏิบัติการของฮิซบุลเลาะห์ที่แทรกซึมเข้ามาในเขตความมั่นคงที่อิสราเอลกำหนดไว้ฝ่ายเดียว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เลิกคว่ำบาตร! สหรัฐไฟเขียวให้อิหร่านส่งออกน้ำมัน

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาได้ระงับมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน หลังจากที่รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ กล่าวว่าอิหร่านจะอนุญาตให้ผู้ตรวจสอบด้านนิวเคลียร์ของสหประชาชาติกลับเข้าประเทศได้

ข่าวดี! 'ดร.กอบศักดิ์' เผย การเจรจา 'สหรัฐ-อิหร่าน' รอบแรก บรรลุผลน่าพอใจ 4 เรื่อง

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ข้อความว่า จบการเจรจาระดับสูงรอบแรก !!!

‘เบือร์เกนสต็อก รีสอร์ท’ จุดนัดพบสันติภาพที่กำลังสั่นคลอน

รีสอร์ทเบือร์เกนสต็อก ตั้งอยู่บนยอดเขาชื่อเดียวกัน ท่ามกลางทิวทัศน์เทือกเขาแอลป์อันงดงามเหนือทะเลสาบลูกาโนในสวิตเซอร์แลนด์ โดยปกติแล้วที่นี่เป็นสถานที่พักผ่อนของคนรวยและมีชื่อเสียง ทว่าตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา โรงแรมหรูแห่งนี้ได้กลายเป็นสถานที่เจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงสันติภาพขั้นสุดท้ายระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน