ยูเครนและรัสเซียประกาศว่าจะเปิดฉากโจมตีกันครั้งใหม่ หลังจากกองทัพมอสโกเปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟอย่างหนัก ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 ราย, อาคารอพาร์ตเมนต์ถูกทำลาย และทำให้ประชาชนหลายหมื่นคนต้องอพยพไปอยู่ในที่หลบภัย

ควันลอยขึ้นเหนือเมืองหลังจากการโจมตีทางอากาศของรัสเซียในกรุงเคียฟ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม (Photo by Roman PILIPEY / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2569 กล่าวว่า สนามรบระหว่างยูเครนและรัสเซียกลับมาระอุอีกครั้ง หลังจากกรุงเคียฟถูกขีปนาวุธโจมตีอย่างหนักจนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 ราย, อาคารอพาร์ตเมนต์ถูกทำลาย และทำให้ประชาชนหลายหมื่นคนต้องอพยพไปอยู่ในที่หลบภัย
ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนกล่าวว่ากองกำลังของเขาจะตอบโต้เอาคืนการโจมตีเมืองหลวงเมื่อคืนที่ผ่านมา
ขณะที่รัฐบาลมอสโกประกาศว่าจะเพิ่มแรงกดดันต่อเคียฟให้มากขึ้น โดยยังคงยืนกรานในท่าทีไม่ยอมประนีประนอม
สหภาพยุโรปกำลังพิจารณามาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่อรัสเซีย และเซเลนสกีขอใบอนุญาตจากสหรัฐฯ ในการผลิตขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ 'แพทริออต'
ทั้งนี้ รัสเซียได้ยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีเมืองต่างๆ ของยูเครนอย่างต่อเนื่องระหว่างการรุกราน ซึ่งกลายเป็นความขัดแย้งที่ร้ายแรงที่สุดในยุโรปนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง
ในพื้นที่ใจกลางและด้านตะวันออกของเคียฟ มีรายงานการระเบิดมากกว่า 10 ครั้ง และชาวเมืองวิ่งหาที่หลบภัยในสถานีรถไฟใต้ดิน
ขณะที่ควันพวยพุ่งปกคลุมท้องฟ้าของเคียฟ เช่นเดียวกับซากปรักหักพังของอาคารอพาร์ตเมนต์ที่ถูกทำลายจากการโจมตี
เสียงระเบิดเริ่มดังสนั่นตั้งแต่ช่วงดึกวันพุธ และต่อเนื่องไปจนถึงเช้าตรู่ของวันพฤหัสบดี ขณะที่ขีปนาวุธและโดรนของรัสเซียระดมยิงใส่พื้นที่อยู่อาศัยในใจกลางเมือง
นายกเทศมนตรีวิทาลี คลิทช์โก กล่าวว่า นี่คือการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดของศัตรูต่อเมืองหลวง
หน่วยบริการฉุกเฉินของรัฐรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 ราย และบาดเจ็บ 85 คน รวมถึงเด็ก 2 คน
สาขากาชาดของยูเครนระบุว่าคลังสินค้าสำคัญของพวกเขาถูกทำลายในการโจมตีครั้งนี้ และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมูลค่าประมาณ 2 ล้านดอลลาร์สูญหายไป
แอนิตตา ฮิปเปอร์ โฆษกของสหภาพยุโรปกล่าวว่า เศษซากจากการโจมตีสร้างความเสียหายให้กับอาคารที่เป็นที่พักของนักการทูตจำนวนหนึ่ง แต่พวกเขาปลอดภัยดี
รัฐบาลเคียฟเรียกร้องให้พันธมิตรส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศเพิ่มเติม
"การจัดหาอุปกรณ์ป้องกันภัยทางอากาศสำหรับยูเครนเป็นสิ่งสำคัญยิ่งและเร่งด่วนที่สุด"
"เรายังหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสหรัฐฯ จะตัดสินใจเรื่องใบอนุญาตสำหรับระบบสกัดกั้นขีปนาวุธแพทริออต" เซเลนสกีกล่าวในโพสต์บนเฟซบุ๊ก
ยูเครนกำลังพยายามผลิตกระสุนสำหรับระบบสกัดกั้นขีปนาวุธของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีเดียวที่ยูเครนสามารถป้องกันขีปนาวุธข้ามทวีปของรัสเซียได้ แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญด้านกลาโหมชี้ว่าต้องใช้เวลาในการจัดตั้งการผลิตภายในประเทศ
กองทัพอากาศยูเครนเผยว่า รัสเซียโจมตีด้วยโดรน 496 ลำและขีปนาวุธ 74 ลูก รวมถึงขีปนาวุธที่สกัดกั้นได้ยาก แต่พวกเขาก็สามารถยิงขีปนาวุธตกได้ 48 ลูก รวมทั้งโดรน 476 ลำ
ตามข้อมูลของหน่วยงานรถไฟใต้ดินกรุงเคียฟ มีประชาชนประมาณ 52,000 คน รวมทั้งเด็ก 4,500 คน มาหลบภัยในสถานีรถไฟใต้ดิน ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดในรอบหลายปี
คนอื่นๆ ต่างพากันหลบอยู่ในห้องใต้ดินหรือทางเดินตลอดทั้งคืน ขณะที่แรงระเบิดสั่นสะเทือนอาคารต่างๆ ทั่วเมือง
นักการทูตระดับสูงของสหภาพยุโรป กล่าวว่าจะเสนอมาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่อรัฐบาลมอสโกเกี่ยวกับการโจมตีครั้งนี้
แต่รัสเซียเองไม่มีท่าทีว่าจะถอยหลัง แม้จะผ่านมาแล้วกว่า 4 ปีของการรุกรานที่คร่าชีวิตผู้คนไปหลายแสนราย
การโจมตีเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่เซเลนสกีตัดทริปเยือนกรุงดับลินในวันพุธสั้นลง โดยอ้างรายงานข่าวกรองเกี่ยวกับการโจมตีของรัสเซียที่กำลังจะเกิดขึ้น
เซเลนสกีกล่าวว่าประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินได้เตรียมการโจมตีครั้งใหญ่ต่อยูเครนมาสักระยะแล้ว
ยูเครนได้เพิ่มการโจมตีด้วยโดรนระยะไกลต่อพื้นที่ภายในรัสเซียในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเป้าหมายทางทหาร
เจ้าหน้าที่รัสเซียรายงานว่ามีการโจมตีซ้ำหลายครั้งในพื้นที่ชายแดน ขณะที่รัฐบาลมอสโกระบุว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของตนได้สกัดกั้นโดรนจากยูเครนหลายร้อยลำในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
ขณะที่ความพยายามของสหรัฐฯ ในการไกล่เกลี่ยยุติความขัดแย้งยังไม่ประสบความสำเร็จ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สหรัฐฯ ต้องใช้เวลาหลายปีในการทดแทนอาวุธที่ใช้ในสงครามกับอิหร่าน
จากกรณีศึกษาพบว่า สหรัฐฯ จะต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามปีในการทดแทนระบบอาวุธที่ใช้โจมตีอิหร่านอย่างหนักหน่วง ซึ่งรวมทั้งขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์

