ประชาชนเกือบ 3,000 คนถูกอพยพทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ขณะที่นายกรัฐมนตรีส่งสัญญาณเตือนเกี่ยวกับการเกิดไฟป่าในช่วงต้นฤดู ท่ามกลางวิกฤตคลื่นความร้อนทำลายสถิติ

เฮลิคอปเตอร์ดับเพลิงกำลังปฏิบัติการอยู่เหนือแนวไฟป่าที่ลุกลามอย่างรุนแรงในเมืองปูโซลส์-มิเนอร์วัวส์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม (Photo by Idriss Bigou-Gilles / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2569 กล่าวว่า เกิดไฟป่ารุนแรงทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ส่งผลให้ประชาชนเกือบ 3,000 คนต้องเร่งอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง ท่ามกลางวิกฤตคลื่นความร้อนทำลายสถิติ
ไฟป่าก่อตัวขึ้นในพื้นที่เมืองแซงต์-มารี-ลา-แมร์ และลุกลามไปยังเมืองกาเนต์-ออง-รูสซิยง เมื่อวันพฤหัสบดี
มีรายงานว่าไฟเริ่มปะทุจากที่ตั้งแคมป์และได้ทำลายบ้านเคลื่อนที่หลายสิบหลัง ก่อนลุกลามไปยังบริเวณท่าจอดเรือซึ่งถูกควันดำหนาทึบปกคลุม
หน่วยงานดับเพลิงระบุว่า จากจำนวนผู้คนเกือบ 3,000 คนที่ถูกอพยพ ครึ่งหนึ่งมาจากที่ตั้งแคมป์สามแห่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสองนายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยระหว่างปฏิบัติงาน
ทางการระดมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 200 นายและเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิงอีก 4 ลำเพื่อใช้ในการหยุดยั้งเปลวไฟที่โหมกระหน่ำ ถึงกระนั้นก็มีการระดมเครือข่ายอาสาสมัครขนาดใหญ่และกำลังพลจากกองทัพด้วยเช่นกัน
ในเดือนมิถุนายน ฝรั่งเศสประสบกับคลื่นความร้อนที่ทำลายสถิติและกินเวลานาน 11 วัน โดยบันทึกอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียสได้ในหลายพื้นที่
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกระบุว่า นอกจากจะมีผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพของมนุษย์, ระบบนิเวศ, การเกษตร และโครงสร้างพื้นฐานแล้ว คลื่นความร้อนที่ผิดปกติยังทำให้ความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่ารุนแรงขึ้นอีกด้วย
นักการเมืองฝรั่งเศสบางส่วนได้ประณามสิ่งที่พวกเขาเรียกว่ามาตรการที่ไม่เพียงพอของทางการในการช่วยเหลือประชาชนให้รับมือกับอุณหภูมิที่สูงขึ้น ส่งผลให้พรรคกรีนยื่นญัตติไม่ไว้วางใจต่อรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีเซบาสเตียน เลอคอร์นู เมื่อวันพฤหัสบดี
เลอคอร์นูกล่าวว่า เหตุการณ์ทางสภาพอากาศมีส่วนทำให้เกิดไฟป่าค่อนข้างรุนแรง และเกิดขึ้นเร็วกว่าปกติ
"เราต้องยอมรับว่าไฟป่าเกิดขึ้นเร็วกว่าช่วงเวลาปกติประมาณ 15 วันถึง 3 สัปดาห์" เขากล่าวในที่ประชุมจัดการวิกฤตในเมืองมาร์เซย์ทางตอนใต้
เขาเสริมว่ามีการบันทึกไฟป่า 7,000 ครั้งนับตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล โดยมีพื้นที่ 8,700 เฮกตาร์ถูกทำลายไปแล้วจากเปลวไฟเหล่านั้น
นายกฯฝรั่งเศสทิ้งท้ายว่า ความรุนแรงและการเริ่มต้นอย่างรวดเร็วของไฟป่าจะทำให้ทั้งเจ้าหน้าที่และนักดับเพลิงต้องอาศัยความอดทนอย่างมาก
ทั้งนี้ ไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยบันทึกไว้เกิดปะทุขึ้นเมื่อวันพุธในเขต Aude กับ Herault และยังคงลุกลามอย่างต่อเนื่องโดยการหนุนของลมพัดโหมกระหน่ำ ส่งผลให้พื้นที่เสียหายไปแล้วประมาณ 900 เฮกตาร์
เจ้าหน้าที่กล่าวว่า สภาพอากาศยังคงไม่เอื้ออำนวยเพราะมีลมกระโชกแรงถึง 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและยังคงแรงขึ้นเรื่อยๆ
สำนักงานพยากรณ์อากาศ Meteo-France รายงานว่า อุณหภูมิจะสูงขึ้นอีกครั้งในสัปดาห์หน้า แต่คงจะไม่สูงเท่ากับในเดือนมิถุนายน.

