ซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่มุ่งหน้าสู่หมู่เกาะแปซิฟิกของสหรัฐฯ

ประชาชนในกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาเตรียมพร้อมรับมือซูเปอร์ไต้ฝุ่นลูกที่สองนับตั้งแต่เดือนเมษายนที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ดินแดนของสหรัฐฯ โดยมีความเร็วลมเทียบเท่าพายุเฮอริเคนระดับ 5

ภาพถ่ายดาวเทียมของพายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ (Bavi) ขณะกำลังก่อตัวและเข้าใกล้เกาะกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม (Photo by Handout / National Oceanic and Atmospheric Administration National Environmental Satellite, Data, and Information Service (NOAA/NESDIS) / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2569 กล่าวว่า พายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ (Bavi) กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วลมต่อเนื่อง 269 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมลมกระโชกแรง 324 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตามรายงานของศูนย์เตือนภัยพายุไต้ฝุ่นร่วม (JTWC) เมื่อเวลา 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

คาดว่าตาของพายุจะเคลื่อนผ่านเกาะโรตาซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ระหว่างเกาะกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา ในวันจันทร์ โดยความเร็วลมจะเพิ่มขึ้นเป็น 278 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตามการคาดการณ์ของหน่วยงาน

เกาะกวมเตรียมเข้าสู่ "ภาวะเตรียมพร้อมระดับ 2" ซึ่งหมายความว่าอาจเกิดพายุไต้ฝุ่นภายใน 24 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 22.00 น. โดยศูนย์พักพิงฉุกเฉินจะเปิดให้บริการในวันอาทิตย์ตั้งแต่เวลา 07.00 น.

ผู้อยู่อาศัยได้รับคำแนะนำให้เตรียมอาหารและน้ำให้เพียงพอสำหรับสมาชิกทุกคนในครอบครัวตลอด 7 วัน รวมถึงยา, เครื่องนอน และผลิตภัณฑ์สุขอนามัยส่วนบุคคล แต่จะไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าไปในศูนย์ฯ

แผนการเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีของสหรัฐอเมริกาในวันเสาร์ซึ่งตรงกับวันปลดปล่อยเกาะไซปันนั้น ถูกเปลี่ยนไปเป็นการเตรียมรับมือพายุ โดยทั้งเกาะกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาได้ประกาศภาวะฉุกเฉินทันที

ประชาชนประมาณ 200,000 คนบนเกาะต่างพากันไปต่อแถวที่ปั๊มน้ำมันในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา และแห่กันไปที่ร้านขายวัสดุก่อสร้างเพื่อซื้อไม้อัดมาปิดทับหน้าต่าง พร้อมทั้งกักตุนอาหาร, น้ำ และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ

ทั้งนี้ หมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาเป็นที่อยู่อาศัยของประชากรประมาณ 40,000 คน และเกาะกวมที่อยู่ใกล้เคียงซึ่งเป็นดินแดนของสหรัฐฯ อีกแห่งหนึ่ง มีประชากรประมาณ 170,000 คน โดยบริเวณนี้เคยเป็นสถานที่เกิดการสู้รบครั้งใหญ่ในสงครามโลกครั้งที่สอง

ก่อนหน้านี้ พายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นซินลากู (Sinlaku) เคยพัดถล่มบริเวณเดียวกันเมื่อกลางเดือนเมษายน ทำให้ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง, ต้นไม้ล้มระเนระนาด, รถยนต์พลิกคว่ำ และหลังคาเหล็กของอาคารถูกพัดปลิว

นอกจากนี้ เรือบรรทุกสินค้า 'MV Mariana' ประสบปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้องและจมลงท่ามกลางพายุดังกล่าว พบศพลูกเรือ 1 ราย และอีก 5 คนสูญหายโดยคาดว่าเสียชีวิตแล้ว

สภากาชาดอเมริกันเตือนว่ายังคงมีประชาชนบางส่วนอยู่ในที่พักพิงชั่วคราวหรือใต้หลังคาที่สร้างขึ้นใหม่หลังพายุซินลากู แม้ได้ส่งทีมช่วยเหลือและเสบียงไปเตรียมพร้อมก่อนที่พายุบาหวี่จะมาถึงแล้วก็ตาม

หน่วยบริการทางทะเลโคเปอร์นิคัสของสหภาพยุโรปกล่าวเมื่อวันพุธว่า มหาสมุทรทั่วโลกมีอุณหภูมิสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนมิถุนายน และอาจทำลายสถิติสูงสุดใหม่ในเดือนต่อๆ ไป

มหาสมุทรที่ร้อนขึ้นช่วยให้พายุหมุนเขตร้อนทวีความรุนแรงขึ้นและเพิ่มความชื้น ซึ่งอาจตกลงมาเป็นฝนถล่ม

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกเตือนเมื่อวันศุกร์ว่า เอลนีโญซึ่งโดยปกติจะเกิดขึ้นทุกๆ สองถึงเจ็ดปีและกินเวลา 9 ถึง 12 เดือน ได้เริ่มขึ้นแล้วในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนและมีแนวโน้มที่จะรุนแรง

ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติของสภาพภูมิอากาศนี้ทำให้อุณหภูมิพื้นผิวสูงขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกบริเวณเส้นศูนย์สูตร และส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั่วโลกในด้านลม, ความดัน และรูปแบบปริมาณน้ำฝน.

เพิ่มเพื่อน