ผู้พิพากษาสหรัฐฯ ยกเลิกคำสั่งห้ามออกวีซ่า 75 ประเทศของทรัมป์

ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้ยกเลิกคำสั่งห้ามออกวีซ่าสำหรับพลเมืองจาก 75 ประเทศที่ต้องการตั้งถิ่นฐานในอเมริกาอย่างถาวร ถือเป็นความพ่ายแพ้ของมาตรการปราบปรามการเข้าเมืองของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ (Photo by SAUL LOEB / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2569 กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสียหน้าอีกครั้ง เมื่อศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯพิพากษายกเลิกคำสั่งห้ามออกวีซ่าสำหรับพลเมืองจาก 75 ประเทศที่ต้องการตั้งถิ่นฐานในอเมริกาอย่างถาวร ตามนโยบายปราบปรามการเข้าเมืองที่เขากำหนดขึ้น

ในคำตัดสินที่ประกาศเมื่อวันศุกร์ในเขตทางใต้ของนิวยอร์ก ผู้พิพากษาจีนเน็ตต์ วาร์กัส ชี้ว่านโยบายของทรัมป์ขัดต่อกฎหมาย และมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศได้ใช้อำนาจเกินขอบเขตอำนาจตามกฎหมายในการออกคำสั่งนี้

นโยบายดังกล่าวซึ่งมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคม ได้ระงับการดำเนินการขอวีซ่าผู้อพยพสำหรับพลเมืองของ 75 ประเทศ รวมถึงอัฟกานิสถาน, บราซิล, อียิปต์, อิหร่าน, อิรัก, ไนจีเรีย, โซมาเลีย, ไทย และเยเมน

ในเวลานั้น กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่า การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าผู้อพยพจากประเทศที่มีความเสี่ยงสูงจะไม่ใช้ประโยชน์จากสวัสดิการในสหรัฐอเมริกาอย่างผิดกฎหมาย หรือกลายเป็นภาระของสังคม

แต่ผู้พิพากษาวาร์กัส ตัดสินว่า เจ้าหน้าที่กงสุลได้รับคำสั่งที่ผิดพลาดให้ปฏิเสธวีซ่าผู้อพยพโดยอาศัยเพียงประเทศต้นกำเนิดของผู้สมัคร แม้พวกเขาตรวจสอบแล้วว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ก็ตาม

คำตัดสินของศาลยังสั่งยกเลิกการปฏิเสธวีซ่าใดๆ ที่อ้างอิงจากนโยบายดังกล่าวเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกลางยังสามารถอุทธรณ์คำพิพากษาดังกล่าวได้

ทั้งนี้ ทรัมป์หาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยให้คำมั่นว่าจะขับไล่ผู้อพยพที่ไม่มีเอกสารหลายล้านคน และได้ดำเนินการหลายอย่างนับตั้งแต่กลับมาดำรงตำแหน่งในทำเนียบขาว โดยมีเป้าหมายเพื่อเร่งการเนรเทศและลดการข้ามพรมแดน.

เพิ่มเพื่อน