สิงคโปร์จ่อขึ้นเงินเดือนคณะรัฐมนตรี อัตราสูงสุดในโลกที่ตัวเองครองสถิติ

นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์จะเพิ่มเงินเดือนให้กับบรรดาผู้นำทางการเมือง ในอัตราเพิ่มขึ้นมากกว่า 60% จากเงินเดือนคณะรัฐมนตรีที่สูงที่สุดในโลกอยู่แล้ว

นายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง ของสิงคโปร์ (Photo by YASUYOSHI CHIBA / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันอังคารที่ 8 กันยายน 2569 ระบุว่า นายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง ของสิงคโปร์ แถลงต่อรัฐสภาประเด็นเพิ่มเงินเดือนให้กับบรรดาคณะรัฐมนตรี ในอัตราที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 60% จากฐานเงินเดือนที่สูงที่สุดในโลกอยู่แล้ว

ประเทศที่ร่ำรวยแห่งนี้ให้เหตุผลเรื่องเงินเดือนสูงสำหรับบรรดาผู้นำทางการเมือง โดยอ้างว่าเป็นการดึงดูดคนเก่งและรับประกันธรรมาภิบาลในการบริหารรัฐ

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้มีความละเอียดอ่อน เนื่องจากรายได้ของสมาชิกคณะรัฐมนตรีสูงกว่ามากเมื่อเทียบกับรายได้ของประชาชนทั่วไปส่วนใหญ่

ผู้นำสิงคโปร์กล่าวว่า การปรับขึ้นเงินเดือนครั้งนี้จะทำให้เงินเดือนประจำปีของเขาเพิ่มขึ้นจาก 2.2 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เป็น 3.6 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 93.6 ล้านบาท)

ขณะที่เงินเดือนประจำปีของรองนายกรัฐมนตรีจะเพิ่มขึ้นจาก 1.87 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์เป็น 3.06 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 79.5 ล้านบาท) ส่วนรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลจะได้รับเงินเดือนระหว่าง 1.80 ล้านถึง 2.88 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ขึ้นอยู่กับความอาวุโสและความสำคัญของตำแหน่ง

หว่องกล่าวว่า ตัวเขาตั้งใจจะบริจาคเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดให้กับองค์กรการกุศลที่เหมาะสม ในระหว่างดำรงตำแหน่ง

แม้กระทั่งก่อนการปรับขึ้นเงินเดือน เงินเดือนของนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ก็สูงกว่าเงินเดือนของผู้นำประเทศอื่นๆ อย่างมาก รวมถึงในสหรัฐอเมริกาและประเทศกลุ่ม G7

"เงินเดือนทางการเมืองเป็นประเด็นที่ยากและอ่อนไหว" หว่องกล่าว ซึ่งพรรคกิจประชาชน (People's Action Party) ที่ครองอำนาจมายาวนานของเขามีอิทธิพลเหนือรัฐสภาและคณะรัฐมนตรีทั้งหมด

"จำนวนเงินที่เกี่ยวข้องนั้นมากกว่ารายได้ของประชาชนส่วนใหญ่ ดังนั้นผมจึงเข้าใจว่าทำไมชาวสิงคโปร์จึงตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และทำไมหลายคนจึงรู้สึกไม่พอใจกับเรื่องนี้อย่างมาก"

"อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ท้ายที่สุดแล้วขึ้นอยู่กับว่าสิงคโปร์จะยังคงมีผู้นำทางการเมืองที่มีคุณภาพที่เราต้องการเพื่อนำพาประเทศไปข้างหน้าในอีกหลายทศวรรษข้างหน้าหรือไม่" หว่องกล่าว

"จุดเริ่มต้นของเราคือ การปกครองที่ดี ขึ้นอยู่กับผู้นำที่ดี" เขาทิ้งท้าย

ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ซึ่งปรับเงินเดือนรัฐมนตรีครั้งล่าสุดเมื่อ 15 ปีที่แล้ว มักได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีการทุจริตน้อยที่สุดในโลก

หว่องระบุว่า การขึ้นเงินเดือนได้รับการแนะนำโดยคณะกรรมการอิสระ และผู้ดำรงตำแหน่งปัจจุบันจะไม่ถูกปรับขึ้นตามเกณฑ์ใหม่ในทันที

พวกเขาจะได้รับการปรับขึ้นครั้งเดียวสูงสุดถึง 9% ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคมเป็นต้นไป ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ส่วนบุคคล รวมถึงผลการปฏิบัติงาน

"การเปลี่ยนแปลงใดๆ ในภายหลังจะขึ้นอยู่กับผลการปฏิบัติงานและความรับผิดชอบของแต่ละบุคคล" นายกฯสิงคโปร์กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' ถึงสิงคโปร์ 'ลอว์เรนซ์ หว่อง' เลี้ยงน้ำชาต้อนรับก่อนขึ้นเวที Forbes

ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางถึงสิงคโปร์ในช่วงบ่ายวันนี้ เพื่อเข้าร่วมการประชุม Forbes Global CEO Conference ครั้งที่ 24 ซึ่งเป็นเวทีที่รวบรวมผู้นำภาคธุรกิจ นักลงทุน และผู้บริหารระดับสูงจากทั่วโลก

'นักวิชาการ' ยกตัวอย่างมาตรการรัฐบาลสิงคโปร์ ช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤต

นายกมล กมลตระกูล นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อตวามผ่านเฟซบุ๊กว่า ตัวอย่าง รัฐบาลที่มีความรับผิดชอบต่อประชาชน เช่น สิงค์โปร์ รัฐบาลช่วยเหลือประชาชนในยามเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจจากสงครามในตะวันออกกลาง

'นายกฯสิงคโปร์' โทรยินดี 'อนุทิน' ย้ำสองประเทศเดินหน้าความร่วมมือ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ลอว์เรนซ์ หว่อง ได้โทรศัพท์มาแสดงความยินดี