กองทัพบกสวนกัมพูชา เลิกบิดเบือนกล่าวหาไทยละเมิดอธิปไตย กลบเกลื่อนความผิดตัวเอง

ทบ. โต้กัมพูชา ย้ำการปฏิบัติในเขตอธิปไตยไทยเป็นสิทธิโดยชอบธรรม ทั้งการบูรณะโบราณวัตถุ การเก็บกู้ทุ่นระเบิด การสถาปนาความมั่นคง ย้อนถามเหตุใดกัมพูชาไม่ยอมรับการกระทำของตนเอง เตือนหยุดกล่าวหาไทยเพื่อกลบเกลื่อนข้อเท็จจริง

24 ตุลาคม 2569 - จากกรณีกระทรวงวัฒนธรรมและศิลปกรรมกัมพูชาออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 กล่าวหาฝ่ายไทยละเมิดอธิปไตยจากการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย และปราสาทคนา รวมถึงกล่าวอ้างว่าฝ่ายไทยนำโบราณวัตถุออกจากปราสาทคนา พร้อมเรียกร้องให้ส่งคืนนั้น

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า กองทัพบกขอปฏิเสธข้อกล่าวหาของกัมพูชาอย่างสิ้นเชิง โดยยืนยันว่าพื้นที่ที่กัมพูชากล่าวอ้างว่าไทยละเมิดอธิปไตยนั้น เป็นพื้นที่ที่อยู่ภายใต้อธิปไตยของประเทศไทย รวมถึงปราสาทคนาซึ่งเป็นโบราณสถานในเขตแดนไทย การปฏิบัติของทหารไทยจึงเป็นการดำเนินการในดินแดนของตนเอง เพื่อปกป้องอธิปไตยและดูแลความปลอดภัยของประชาชนและกำลังพล มิใช่การรุกล้ำดินแดนกัมพูชาตามที่กล่าวอ้าง เช่นเดียวกับการเก็บกู้ทุ่นระเบิด การปรับปรุงเส้นทาง และการเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ ล้วนเป็นมาตรการด้านความปลอดภัยที่จำเป็น มิใช่การรุกรานหรือยั่วยุแต่อย่างใด

สำหรับข้อกล่าวหาเรื่องการนำโบราณวัตถุออกจากปราสาทคนา กองทัพบกยืนยันว่า ปราสาทคนาตั้งอยู่ในเขตอธิปไตยของไทย เป็นการเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุเพื่อนำไปศึกษาและบูรณะตามหลักการอนุรักษ์โบราณสถาน จึงมิใช่การลักลอบนำโบราณวัตถุออกไปตามที่กล่าวอ้าง

ในประเด็นโบราณสถาน ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและเคารพกฎหมายระหว่างประเทศมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ฝ่ายไทยมีข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับการใช้โบราณสถานเพื่อประโยชน์ทางทหารของกัมพูชา ทั้งพื้นที่บริเวณปราสาทตาควายซึ่งปรากฏภาพทหารและพวงทุ่นระเบิดชนิด PMN-2 และปราสาทพระวิหารซึ่งมีการใช้พื้นที่เป็นฐานยิงปืนใหญ่และที่ตั้งอาวุธสนับสนุนเพื่อโจมตีคุกคามฝ่ายไทย การนำโบราณสถานไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหารจึงเป็นเรื่องที่ฝ่ายกัมพูชาควรออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงตามหลักฐานที่ปรากฏอย่างตรงไปตรงมา แทนการปฏิเสธและกล่าวหาฝ่ายไทยเพียงด้านเดียว

ที่ผ่านมาฝ่ายกัมพูชามักปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ฝ่ายไทยมีหลักฐานสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นกรณีการรุกล้ำพื้นที่ในจังหวัดสระแก้ว การตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 รวมถึงการขาดความจริงใจในการแก้ไขปัญหาทุ่นระเบิด ซึ่งยังไม่ปรากฏความคืบหน้าในการดำเนินการที่ชัดเจน การใช้อาวุธโจมตีพื้นที่พลเรือนของไทยจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ และการใช้โบราณสถานเป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร แต่ฝ่ายกัมพูชากลับปฏิเสธและกล่าวหาฝ่ายไทยอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ชี้แจงข้อเท็จจริงตามหลักฐานที่ฝ่ายไทยนำเสนอ

พลตรี วินธัยฯ กล่าวย้ำว่า ถึงเวลาแล้วที่ฝ่ายกัมพูชาควรยอมรับความจริงตามหลักฐานเชิงประจักษ์ แทนการปฏิเสธและกล่าวหาฝ่ายไทยซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะการนำเสนอข้อมูลที่ขัดแย้งกับหลักฐานที่ตรวจสอบได้ ย่อมบั่นทอนความน่าเชื่อถือของกัมพูชา จึงขอให้ยุติการใช้สนามการสื่อสารเป็นเครื่องมือยั่วยุ บิดเบือนข้อเท็จจริง และขยายความขัดแย้ง ซึ่งมีแต่จะทำลายบรรยากาศความไว้วางใจและการแก้ไขปัญหาระหว่างสองประเทศด้วยสันติวิธี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทบ. ตอกกลับกัมพูชาละเมิดอนุสัญญากรุงเฮก แอบซุกอาวุธหนักในมรดกโลก บิดเบือนรายงานยูเนสโก

“ทบ. ไทย” โต้“ กัมพูชา”ละเมิดอนุสัญญากรุงเฮก วางกำลังทหาร-อาวุธหนัก ในปราสาทพระวิหาร ใช้ มรดกโลกเป็น “โล่มนุษย์-เกราะกำบัง” เสียเอง บิดเบือนรายงานยูเนสโก

ทบ. โต้กัมพูชาบิดเบือนข้อมูลเวทียูเอ็น ปมบ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว

ทบ. โต้กัมพูชาใช้เวทีโลกกล่าวหาไทยด้วยข้อมูลบิดเบือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า บั่นทอนบรรยากาศการแก้ไขปัญหา พร้อมย้ำไทยยึดหลักมนุษยธรรมและเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ

กลาโหมบูรณาการทุกเหล่าทัพ-รวมพลังช่วยประชาชนฝ่าวิกฤตอุทกภัยทั่วกรุงเทพฯ

จากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร กระทรวงกลาโหมบูรณาการกำลังจากทุกเหล่าทัพ ทั้งกองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ระดมกำลังพล ยานพาหนะ เครื่องมือ และยุทโธปกรณ์ เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึงและทันท่วงที

'อนุทิน' ขึ้นเวทียูเอ็น ปลุกปฏิรูปสหประชาชาติ หนุนสร้างสันติภาพ

นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงประชุม UNGA ย้ำจุดยืน 'ปฏิรูปสหประชาชาติ' เพิ่มเสียงที่เท่าเทียมของนานาชาติ สร้างสันติภาพและความมั่งคั่งร่วมกัน