ผลาญแล้ว 38,000 ล้าน สำนักงบประมาณสหรัฐเปิดตัวเลขสงครามกับอิหร่าน

สำนักงานงบประมาณรัฐสภาสหรัฐเผย สงครามกับอิหร่านทำให้กองทัพสหรัฐฯ เสียค่าใช้จ่ายไปแล้ว 38,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.26 ล้านล้านบาท)

ฟิลลิป สวาเกล ผู้อำนวยการสำนักงานงบประมาณรัฐสภาสหรัฐอเมริกา (Photo by Anna Moneymaker / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / Getty Images via AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน 2569 ระบุว่า สงครามกับอิหร่านทำให้กองทัพสหรัฐฯ เสียค่าใช้จ่ายไปแล้ว 38,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.26 ล้านล้านบาท) ณ วันที่ 1 สิงหาคม ตามการเปิดเผยของสำนักงานงบประมาณรัฐสภา (CBO) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ไม่ขึ้นกับพรรคการเมืองใดๆ

รายงานระบุว่า "ณ วันที่ 1 สิงหาคม 2026 ความขัดแย้งทางอาวุธกับอิหร่านทำให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปประมาณ 38,000 ล้านดอลลาร์ และอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกหลายพันล้านดอลลาร์ในแต่ละเดือนที่ความขัดแย้งยืดเยื้อ"

รายงานเสริมว่า ค่าใช้จ่ายต่อเดือนอาจอยู่ระหว่าง 2,000-3,000 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและหากความขัดแย้งยังคงดำเนินต่อไป

ตัวเลขโดยรวมสะท้อนถึงค่าใช้จ่ายในการทดแทนกระสุนและอุปกรณ์ที่สูญเสียไปในการสู้รบ และค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นสำหรับกองทัพ รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ด้วย

ค่าใช้จ่ายในการทดแทนกระสุนที่ใช้ไปจนถึงวันที่ 1 สิงหาคมนั้นประมาณการไว้ที่ 21,700 ล้านดอลลาร์ โดยสำนักงานงบประมาณรัฐสภาตั้งข้อสังเกตว่าการทดแทนดังกล่าวเป็นส่วนประกอบที่ใหญ่ที่สุดของค่าใช้จ่ายที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ต้องแบกรับในความขัดแย้งนี้

ในขณะเดียวกัน "ต้นทุนค่าเสียโอกาสหลัก" สำหรับกระทรวงกลาโหมคือการลดลงของระบบสกัดกั้นขีปนาวุธ จนทำให้สหรัฐฯ มีสินค้าคงคลังลดลงไปอีกหลายปี

สำนักงานงบประมาณรัฐสภาเตือนว่า การเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายที่รายงานเกี่ยวกับการจัดซื้อขีปนาวุธสกัดกั้นกับจำนวนทั้งหมดที่กระทรวงกลาโหมซื้อไปนั้น ชี้ให้เห็นว่าสหรัฐฯ น่าจะใช้ไปแล้วระหว่างครึ่งหนึ่งถึงสองในสามของจำนวนขีปนาวุธทั้งหมดที่มีอยู่ นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2025

การวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นตามคำขอของเบรนแดน บอยล์ สมาชิกพรรคเดโมแครตอาวุโสในคณะกรรมการงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยสมาชิกพรรคเดโมแครตคนอื่นๆ

ทั้งนี้ ในเดือนกรกฎาคม พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เคยประเมินไว้ว่าสงครามกับอิหร่านมีค่าใช้จ่ายราว 37,500 ล้านดอลลาร์

สำนักงานฯประเมินว่าผลกระทบหลักต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากความขัดแย้งกับอิหร่านคือ แรงกดดันด้านเงินเฟ้อเนื่องจากการหยุดชะงักของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ

อิหร่านตอบโต้ในสงครามโดยการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำที่สำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมัน ทำให้ต้นทุนพุ่งสูงขึ้น

ขณะนี้ CBO ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อในไตรมาสแรกของปีหน้าจะสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ 0.5 จุดเปอร์เซ็นต์ โดยอ้างอิงจากดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล

นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งไม่รวมกลุ่มสินค้าอาหารและพลังงานที่มีความผันผวนสูง น่าจะสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์

รายงานยังระบุว่า อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรของรัฐบาลปรับตัวสูงขึ้นด้วย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กองทัพสหรัฐฯ ระบุว่าสงครามกับอิหร่านส่งผลให้เกิดการขาดแคลนยุทโธปกรณ์

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ผู้ตรวจการทั่วไปของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ กำลังเผชิญกับปัญหาขาดแคลนกระสุนปืน อันเป็นผลมาจากสงครามที่มีค่าใช้จ่ายสูงในอิหร่าน