ตึกถล่มในจีน ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งเป็น 53 ราย

ทางการจีนเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิต 53 รายจากเหตุอาคารสูง 6 ชั้นแห่งหนึ่งพังถล่มลงมาในเมืองฉางชา พร้อมประกาศสิ้นสุดภารกิจกู้ภัย

ภาพถ่ายในวันที่ 5 พฤษภาคม หลังจากเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยกำลังอุ้มผู้รอดชีวิตคนสุดท้าย ออกจากอาคารสูง 6 ชั้นที่พังถล่มในเมืองฉางชา มณฑลหูหนาน ทางตอนกลางของจีน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 53 ราย ตามข้อมูลของทางการจีนที่ระบุเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พร้อมการประกาศสิ้นสุดภารกิจที่ดำเนินมากว่า 6 วัน อย่างเป็นทางการ (Photo by CNS / AFP)

เอเอฟพีรายงานความคืบหน้าเหตุอาคารถล่มในเมืองฉางชาของมณฑลหูหนาน เมื่อวันศุกร์ที่ 6 พฤษภาคม 2565 กล่าวว่า อาคารพาณิชย์สูง 6 ชั้นแห่งหนึ่งในเมืองฉางซา พังถล่มลงมาเมื่อวันที่ 29 เมษายน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องพยายามค้นหาผู้รอดชีวิตจากซากปรักหักพังเป็นเวลากว่า 6 วัน จนช่วยเหลือไว้ได้ 10 คน ก่อนสรุปยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมดที่ 53 ราย

สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีรายงานโดยอ้างอิงคำพูดของเจ้าหน้าที่ทางการ กล่าวว่า “งานค้นหาและกู้ภัยในพื้นที่อาคารถล่มของฉางชา สามารถค้นพบผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคารที่เกิดเหตุทั้งหมดแล้ว โดยมีผู้รอดชีวิต 10 คน และเสียชีวิต 53 คน ภารกิจเป็นอันเสร็จสิ้นสมบูรณ์”

อ้างอิงข้อมูลรายงานจากสำนักข่าวซินหัว กล่าวว่า ผู้ประสบเหตุที่รอดชีวิตคนที่ 10 ถูกช่วยเหลือออกมาได้ช่วงเที่ยงคืนของวันพฤหัสบดี หลังถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังมาเกือบ 6 วัน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยใช้วิธีค้นหาผู้รอดชีวิตจากสุนัขดมกลิ่น, อุปกรณ์ตรวจจับความร้อน และโดรน ตลอดจนการใช้เสียงตะโกนและฟังเสียงเคาะของผู้ประสบเหตุ

หวู กุ้ยอิง เจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งฉางชา นำเจ้าหน้าที่ทางการของเมืองคนอื่นๆ แถลงขอโทษสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และทำการโค้งคำนับเพื่อรำลึกถึงเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย ระหว่างการบรรยายสรุปในวันศุกร์ และให้คำมั่นว่า จะร่วมมืออย่างเต็มที่กับหน่วยงานระดับสูงในการตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อคนในสังคมทั้งหมด

อาคารหลังนี้เป็นที่ตั้งของร้านอาหาร, เกสท์เฮาส์ และโรงภาพยนตร์ ได้พังถล่มลงมาในเวลาประมาณเที่ยงวันของวันที่ 29 เมษายน ตามเวลาท้องถิ่น (11.00 น. ตามเวลาประเทศไทย)

อาคารถล่มไม่ใช่เรื่องแปลกในประเทศจีน เนื่องจากมักจะก่อสร้างโดยไม่ได้มาตรฐานและมีการทุจริตในกลุ่มเจ้าหน้าที่ทางการที่มีหน้าที่รับผิดชอบตรวจสอบ จากเหตุการณ์นี้ เจ้าหน้าที่ทางการฉางซา ระบุว่า มีบุคคล 11 คน รวมทั้งเจ้าของอาคารและเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความปลอดภัย ถูกควบคุมตัวในข้อกล่าวหา “ก่อสร้างที่อยู่อาศัยโดยผิดกฎหมาย และปลอมแปลงผลตรวจสอบความปลอดภัยของอาคาร”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กองทัพบก ชี้คำพูด 'หวัง อี้' บอกกัมพูชาไม่อยากรบแล้ว ต้องใช้ข้อมูลการข่าวทหารเท่านั้น

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงข่าวผลการประชุมหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบกพล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ได้กําชับติดตามสถานการณ์ชายแดนและเฝ้าระวัง ปฏิบัติภารกิจที่ดําเนินการอยู่ให้ต่อเนื่องไป เช่น ปรับปรุงที่มั่น ลาดตระเวน เก็บข้อมูลด้านการข่าวที่คิดว่ามีประโยชน์ในการดูแลรักษาพื้นที่ และได้เน้นย้ําในเรื่องความปลอดภัยของกําลังพล ให้ทุก ๆ หน่วยได้ให้ความสําคัญ

'เอ็ดดี้' อ่านเกมอำนาจ 'จีน' กำลังลากเส้นระเบียบใหม่ บนแผ่นดินใหญ่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อัษฎางค์ ชี้การเยือนไทยของหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน อาจดูเหมือนเป็นเพียงการเยือนทางการทูตตามปกติระหว่างไทยกับจีน แต่ถ้ามองให้ลึกกว่านั้น การเดินทางครั้งนี้ไม่ควรถูกอ่านแบบแยกส่วน

จีนส่ง 'หวัง อี้' เยือนไทย ไม่ใช่แค่ธรรมเนียมปฏิบัติ แต่เป็นการตอกเสาเข็มยุทธศาสตร์

นักวิเคราะห์และสื่อต่างประเทศมองการที่จีนส่ง “หวัง อี้” รัฐมนตรีต่างประเทศจีน มาเยือนไทย” อย่างไรบ้าง

อดีตทูตนริศโรจน์ ชม 'อนุทิน' ต้อนรับ 'หวัง อี้' การทูตชั้นเซียน ตัดไม้ข่มนามกัมพูชา

นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า นายกรัฐมนตรีขับรถไฟฟ้า BYD (Build Your Dream) ที่ นรม.เพิ่งซื้อมาใช้ส่วนตัว พาหวังอี้ไปกินข้าวด้วยตนเอง ทั้งๆที่ในทางพิธีการ (Protocol) หวังอี้มีขบวนรถรับรองอย่างดีที่ทางสำนักนายกรัฐมนตรีจัดเตรียมให้แล้ว