ปากีสถานเผชิญคลื่นโรคระบาด หลังน้ำท่วมใหญ่คลี่คลาย

สหประชาชาติแสดงความกังวลอย่างหนักต่อหายนะระลอกใหม่ด้านโรคระบาดที่ปากีสถานต้องเผชิญ หลังอุทกภัยใหญ่คลี่คลาย

ผู้พลัดถิ่นจากอุทกภัย กำลังดื่มน้ำจากแอ่งน้ำนอกค่ายพักชั่วคราวในอำเภอจัมโชโร จังหวัดสินธุ ประเทศปากีสถาน (Photo by Rizwan TABASSUM / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม 2565 กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมหนักกว่า 4 เดือนในปากีสถาน เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่สิ่งที่ชาวปากีสถานต้องเผชิญต่อจากนี้ จะเป็นมหันตภัยที่หนักหนาไม่ต่างกัน

องค์การสหประชาชาติแสดงความกังวลต่อสถานการณ์สาธารณสุขในปากีสถาน หลังพบการระบาดจากหลายโรคที่ตามมาหลังจากหลุดภาวะน้ำท่วม

สภาวะน้ำนิ่งน้ำขังเป็นเวลานานกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ซึ่งเป็นพาหะของเชื้อมาลาเรียและไข้เลือดออก รวมถึงอหิวาตกโรคที่เกิดจาการบริโภคน้ำไม่สะอาด

สหประชาชาติได้ออกมาเตือนถึงภัยพิบัติระลอกใหม่ในปากีสถานขณะนี้ โดยชี้ว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการเสียชีวิตจากโรคที่มากับน้ำและภาวะทุพโภชนาการ ซึ่งยอดสูญเสียอาจแซงหน้ายอดผู้เสียชีวิต 1,700 ราย จากการจมน้ำและไฟดูดในช่วงเผชิญอุทกภัย

ขณะที่ประชากรยุงเริ่มเพิ่มขึ้นทวีคูณในทุกๆวัน แต่ยังมีประชาชนชาวปากีสถานกว่า 20 ล้านคนที่ยังรอความช่วยเหลือทั้งด้านอาหาร, ที่อยู่อาศัย และสาธารณสุข

เชอร์รี่ เรห์มาน รัฐมนตรีกระทรวงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กล่าวในสัปดาห์นี้ว่า ผู้คนกว่า 20 ล้านคนยังต้องอยู่อย่างไม่รู้อนาคต บนความปลอดภัยที่ไม่มีการการันตีใดๆ และพวกเขาเหล่านั้นกว่า 8 ล้านคน ต้องการบริการทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน

เริ่มมีการระบาดของโรคที่เกิดจากยุงบ้างแล้ว ขณะที่การเสียชีวิตเริ่มต้นจากโรคทั่วไปอย่างหวัด โดยเฉพาะในเด็ก ขณะที่สตรีมีครรภ์ต้องทนทุกข์จากการบริโภคน้ำและอาหารที่ไม่สะอาดเพียงพอ

ส่วนโรคที่กำลังจ่อคิวระบาดอยู่ตอนนี้คือ มาลาเรีย ซึ่งผู้ติดเชื้อจะมีอาการคล้ายเป็นหวัด และยากจะประเมินด้วยการตรวจเบื้องต้นได้ อีกทั้งการสาธารณสุขที่ยังกลับมาไม่ปกติและไม่ทั่วถึง จะทำให้การระบาดของโรคนี้สร้างความเสียหายในวงกว้างได้มากพอๆกับอุทกภัย

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นอันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่ประเทศปากีสถาน ซึ่งมีประชากรมากเป็นอันดับ 5 ของโลกและมีสัดส่วนรับผิดชอบต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแค่เพียง 0.8% จากสัดส่วนของทุกพื้นที่บนโลกนี้ แต่กลับต้องมาเผชิญความเสี่ยงต่อสภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดจากภาวะโลกร้อนอย่างเลี่ยงไม่ได้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'หมอธีระ' ชง 4 ทัศนคติที่ควรปฏิบัติในยุคโควิด19ยังระบาด

'หมอธีระ' สรุป 4 ทัศนคติดที่ควรปฏิบัติในยุคโควิด19 ย้ำอย่าประมาทตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ชี้ยังเป็นโรคระบาดและไม่กระจอก ไม่ใช่หวัดธรรมดา และหวัดตามฤดูกาล เพราะยังป่วยและตายได้

ผลักดันการแก้ปัญหาป่าไม้อย่างยั่งยืนเร่งคืนพื้นที่ป่า ต่อต้านการค้าไม้ผิดกฎหมาย

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และภาวะโลกร้อน (Global Warming) เป็นปัญหาใหญ่ที่ทุกเขตเศรษฐกิจได้รับผลกระทบ จึงมีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องร่วมกันหาทางรับมือ ซึ่ง “ป่าไม้”