จีนสอบสวนม็อบประท้วงคุมโควิด

เจ้าหน้าที่จีนเริ่มสอบสวนประชาชนบางคนที่เข้าร่วมประท้วงมาตรการควบคุมโควิด-19 ที่เข้มงวดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่มหาวิทยาลัยหลายแห่งส่งนักศึกษากลับบ้านหลังเกิดการชุมนุมต่อต้านนโยบายโควิดเป็นศูนย์ในสถานศึกษา

          รอยเตอร์และเอพีรายงานเมื่อวันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน 2565 ว่า จากที่ชาวจีนออกมาชุมนุมประท้วงมาตรการควบคุมโควิด-19 ที่เข้มงวดในหลายเมืองใหญ่ทั่วประเทศ และเรียกร้องให้ประธานาธิบดีสี จิ้งผิง ลาออกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในเมืองอุรุมชี เมืองเอกของเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์มีผู้เสียชีวิต 10 ราย ซึ่งตั้งข้อสงสัยว่าอุปสรรคในการเข้าช่วยผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้และผู้พักอาศัยไม่สามารถหนีออกมาทัน เนื่องจากการล็อกดาวน์เมืองแห่งนี้

          ชาวจีนรายหนึ่งที่เข้าร่วมการชุมนุมเผยว่า ได้รับโทรศัพท์สายหนึ่งที่ระบุว่าเป็นตำรวจในกรุงปักกิ่ง บอกให้เขาเข้ามาที่สถานีตำรวจในวันอังคาร เพื่อส่งบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับกิจกรรมที่ทำเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

          ด้านนักศึกษามหาวิทยาลัยในกรุงปักกิ่งรายหนึ่งเผยว่า ได้รับการติดต่อจากมหาวิทยาลัยของเขา ถามว่าเขาและเพื่อนๆ ไปในพื้นที่ที่มีการชุมนุมหรือไม่ และขอให้เขาส่งมอบข้อมูลบัญชีแอปพลิเคชันแชตให้กับทางมหาวิทยาลัย เขาและเพื่อนๆ ต่างลบประวัติการแชตของพวกเขาในโทรศัพท์มือถือ

          นักศึกษาที่เข้าร่วมจุดเทียนไว้อาลัยผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้อพาร์ตเมนต์ที่เมืองอุรุมชี ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในนครเฉิงตู เมืองเอกมณฑลเสฉวน เผยว่า นักศึกษาจากหลายมหาวิทยาลัยในมณฑลเสฉวนที่เข้าร่วมพิธีดังกล่าว โดยอาจารย์ของพวกเขาสอบถามว่ากลุ่มใดเป็นแกนนำในการจัดพิธี

          หลังนักศึกษาในมหาวิทยาลัยหลายแห่งของจีนรวมตัวกันจุดเทียนไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ที่เมืองอุรุมชี และชุมนุมต่อต้านนโยบายควบคุมโควิดเป็นศูนย์ของรัฐบาล ทำให้มหาวิทยาลัยเริ่มส่งนักศึกษากลับบ้าน โดยอ้างว่าเพื่อป้องกันไม่ให้นักศึกษาติดเชื้อโควิด-19

          มหาวิทยาลัยชิงหัวในกรุงปักกิ่งที่ประธานาธิบดีสีเป็นศิษย์เก่าที่นี่ ซึ่งนักศึกษารวมตัวกันประท้วงนโยบายโควิดเป็นศูนย์เมื่อวันอาทิตย์ และมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่งในกรุงปักกิ่งและในมณฑลกวางตุ้งทางใต้ของประเทศเผยว่า ทางมหาวิทยาลัยส่งนักศึกษากลับบ้านเกิดเพื่อปกป้องพวกเขาจากการติดเชื้อโควิด-19 แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงน่าจะต้องการลดการเคลื่อนไหวที่อาจเกิดขึ้นอีกของนักศึกษาหลังกระแสการชุมนุมประท้วงที่ลามทั่วประเทศเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

          บางมหาวิทยาลัยจัดรถบัสไปส่งนักศึกษาถึงสถานีรถไฟ และแถลงว่าชั้นเรียนและการสอบปลายภาคจะดำเนินการทางออนไลน์

          ในฮ่องกง นักศึกษาจากจีนราว 50 คนชุมนุมกันที่มหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกงเมื่อวันจันทร์ เพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับผู้ชุมนุมต่อต้านมาตรการควบคุมโควิด-19 ในจีน พวกเขาจุดเทียนและตะโกนว่า “ไม่เอาตรวจพีซีอาร์ ต้องการเสรีภาพ” และ “คัดค้านเผด็จการ, ไม่ต้องการเป็นทาส”.

 

 

 

             

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กองทัพบก ชี้คำพูด 'หวัง อี้' บอกกัมพูชาไม่อยากรบแล้ว ต้องใช้ข้อมูลการข่าวทหารเท่านั้น

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงข่าวผลการประชุมหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบกพล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ได้กําชับติดตามสถานการณ์ชายแดนและเฝ้าระวัง ปฏิบัติภารกิจที่ดําเนินการอยู่ให้ต่อเนื่องไป เช่น ปรับปรุงที่มั่น ลาดตระเวน เก็บข้อมูลด้านการข่าวที่คิดว่ามีประโยชน์ในการดูแลรักษาพื้นที่ และได้เน้นย้ําในเรื่องความปลอดภัยของกําลังพล ให้ทุก ๆ หน่วยได้ให้ความสําคัญ

'เอ็ดดี้' อ่านเกมอำนาจ 'จีน' กำลังลากเส้นระเบียบใหม่ บนแผ่นดินใหญ่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อัษฎางค์ ชี้การเยือนไทยของหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน อาจดูเหมือนเป็นเพียงการเยือนทางการทูตตามปกติระหว่างไทยกับจีน แต่ถ้ามองให้ลึกกว่านั้น การเดินทางครั้งนี้ไม่ควรถูกอ่านแบบแยกส่วน

จีนส่ง 'หวัง อี้' เยือนไทย ไม่ใช่แค่ธรรมเนียมปฏิบัติ แต่เป็นการตอกเสาเข็มยุทธศาสตร์

นักวิเคราะห์และสื่อต่างประเทศมองการที่จีนส่ง “หวัง อี้” รัฐมนตรีต่างประเทศจีน มาเยือนไทย” อย่างไรบ้าง

อดีตทูตนริศโรจน์ ชม 'อนุทิน' ต้อนรับ 'หวัง อี้' การทูตชั้นเซียน ตัดไม้ข่มนามกัมพูชา

นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า นายกรัฐมนตรีขับรถไฟฟ้า BYD (Build Your Dream) ที่ นรม.เพิ่งซื้อมาใช้ส่วนตัว พาหวังอี้ไปกินข้าวด้วยตนเอง ทั้งๆที่ในทางพิธีการ (Protocol) หวังอี้มีขบวนรถรับรองอย่างดีที่ทางสำนักนายกรัฐมนตรีจัดเตรียมให้แล้ว

ไทย-จีน ยกระดับหุ้นส่วนเศรษฐกิจใหม่ มุ่งเป้าเทคโนโลยีสีเขียวและดิจิทัล

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลภายหลังหารืออย่างไม่เป็นทางการกับ นา