WHO ประกาศโควิด 'โอไมครอน' เป็น 'สายพันธุ์น่ากังวล'

องค์การอนามัยโลกประกาศว่า ไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์สายพันธุ์ B.1.1.529 ที่เพิ่งค้นพบในแอฟริกาใต้ เป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล และตั้งชื่อเรียกว่า "โอไมครอน" ขณะสหรัฐ, แคนาดาและหลายชาติอาหรับแห่จำกัดการเดินทางจากแอฟริกาใต้ด้วย

รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2564 กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ออกแถลงการณ์จากนครเจนีวาเมื่อวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น ประกาศจัดจำแนกไวรัสโควิดสายพันธุ์ที่เพิ่งพบใหม่นี้เข้าอยู่ในกลุ่ม "สายพันธุ์ที่น่ากังวล" (วีโอซี) โดยอยู่ในกลุ่มเดียวกับไวรัสโควิดสายพันธุ์เดลตาที่แพร่ระบาดมากที่สุดในโลกขณะนี้ และสายพันธุ์ที่อ่อนกว่า ได้แก่ แอลฟา, บีตา และแกมมา

ดับเบิลยูเอชโอกล่าวว่า คงต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์การศึกษาโอไมครอนจึงจะเสร็จสมบูรณ์ เพื่อดูว่าไวรัสนี้มีการเปลี่ยนแปลงการส่งผ่านเชื้อ, ความรุนแรงหรือมีนัยต่อวัคซีนป้องกันโควิด, การทดสอบ และการรักษา หรือไม่

คำแถลงกล่าวว่า การติดเชื้อโอไมครอนที่ได้รับการยืนยันครั้งแรกมาจากตัวอย่างที่เก็บเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน และไม่กี่สัปดาห์มานี้ การติดเชื้อในแอฟริกาใต้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกันกับการตรวจพบไวรัสสายพันธุ์นี้ โดยดูเหมือนว่าพบผู้ติดเชื้อโอไมครอนเพิ่มขึ้นในเกือบทุกจังหวัดของสาธารณรัฐแอฟริกาใต้

ดับเบิลยูเอชโอชี้ว่า สายพันธุ์นี้มีการกลายพันธุ์หลายตำแหน่งมาก และมีบางลักษณะที่น่ากังวล รวมถึงเชื้อนี้อาจแพร่กระจายได้เร็วขึ้น หลักฐานเบื้องต้นบ่งชี้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นของการติดเชื้อซ้ำด้วยสายพันธุ์นี้ เปรียบเทียบกับวีโอซีสายพันธุ์อื่นๆ แต่การตรวจหาเชื้อแบบ PCR ที่ใช้กับการตรวจไวรัสโควิดหรือ SARS-CoV-2 ในขณะนี้ยังใช้ตรวจสายพันธุ์นี้ได้

นับแต่นักวิทยาศาสตร์แอฟริกาใต้ประกาศข่าวการตรวจพบเชื้อสายพันธุ์ใหม่เมื่อวันพฤหัสบดี หลายประเทศรีบประกาศใช้มาตรการจำกัดการเดินทางและห้ามเที่ยวบินจากแอฟริกาใต้และประเทศเพื่อนบ้านของแอฟริกาใต้ ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกและราคาน้ำมันดิ่งลงด้วยความวิตกถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกที่กำลังฟื้นตัว

นักระบาดวิทยาเตือนว่า การจำกัดการเดินทางอาจช้าไปแล้วที่จะหยุดยั้งไม่ให้โอไมครอนแพร่เชื้อทั่วโลก นอกจากในสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ถึงขณะนี้พบผู้ติดเชื้อโอไมครอนในอิสราเอล ซึ่งเป็นผู้ที่เดินทางมาจากประเทศมาลาวี และพบในนักเดินทางที่เข้าบอตสวานา, ฮ่องกง และเบลเยียม ด้วย

เมื่อวันศุกร์ อังกฤษ, หลายประเทศในสหภาพยุโรป อาทิ เยอรมนี, เช็ก, อิตาลี และเนเธอร์แลนด์ รวมถึงอีกหลายประเทศ เช่น ไซปรัส, สิงคโปร์, มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ประกาศใช้มาตรการจำกัดการเดินทางหรืองดเที่ยวบินจากแอฟริกาใต้และเพื่อนบ้าน 5-7 ประเทศ

รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศกักตัว 10 วันผู้ที่เดินทางเข้ามาจากประเทศแอฟริกาใต้และประเทศในภูมิภาคนั้น ได้แก่ บอตสวานา, เอสวาตินี (สวาซิแลนด์), เลโซโท, นามิเบีย, แซมเบีย, โมซัมบิก, มาลาวี และซิมบับเว

ต่อมา สหรัฐอเมริกาประกาศว่าจะเริ่มจำกัดการเดินทางจากแอฟริกาใต้และเพื่อนบ้านตั้งแต่วันจันทร์นี้ ส่วนแคนาดาปิดพรมแดนห้ามผู้เดินทางจากประเทศเหล่านี้เข้า นอกจากนี้ ทางการบราซิลและกัวเตมาลาในลาตินอเมริกา และซาอุดีอาระเบีย, จอร์แดน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จากภูมิภาคตะวันออกกลาง ต่างก็ประกาศมาตรการจำกัดการเดินทางจากแอฟริกาใต้ในรูปแบบต่างๆ กัน ส่วนออสเตรเลียห้ามเที่ยวบินจาก 9 ประเทศในแอฟริกาใต้ เริ่มตั้งแต่วันเสาร์.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลจับมือ WHO ผลักดัน 'กระเป๋าสุขภาพดิจิทัล'

รัฐบาลจับมือ WHO ผลักดัน 'Digital Health Wallet' ยกระดับประชาชนเป็นเจ้าของข้อมูลสุขภาพของตนเอง เชื่อมข้อมูลรักษาพยาบาลไร้รอยต่อ รองรับอนาคตสาธารณสุขดิจิทัลระดับโลก

ไขข้อข้องใจ! 'อีโบลา' เข้าข่าย 'โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์' หรือไม่

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี โพสต์ข้อความเรื่อง "อีโบลา (Ebola) ถือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STD) หรือไม่?" โดยระบุว่า

WHO เรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านของคองโก ต่อต้านการระบาดของไวรัสอีโบลาทันที

องค์การอนามัยโลก (WHO) เรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโค ดำเนินการ “ทันที” เพื่อต่อต้านการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลา

'หมอยง' แจงชัด! 'โควิด' สายพันธุ์ระบาดสิงคโปร์ มีผลต่อไทยแค่ไหน

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย