สแกมเมอร์จีนใช้ AI ปลอมเป็นเพื่อน หลอกเงินนับล้าน

สแกมเมอร์ในจีนใช้เทคโนโลยี AI ปลอมตัวเป็นเพื่อนนักธุรกิจของชายคนหนึ่งและหลอกยืมเงิน สูญหลายล้านหยวน

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Photo by Richard A. Brooks / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 24 พฤษภาคม 2566 กล่าวว่า สแกมเมอร์ หรือมิจฉาชีพบนโลกออนไลน์ ในประเทศจีน ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) ในการหลอกลวงเหยื่อ จนสูญเงินนับล้านหยวน

สื่อของรัฐในเมืองฝูโจว มณฑลฝูเจี้ยน เผยแพร่ข้อมูลว่า เหยื่อผู้เสียหายรายนี้ ใช้นามว่านายกั๋ว ได้รับวิดีโอคอลเมื่อเดือนที่แล้วจากบุคคลที่ปรากฏภาพและเสียงของเพื่อนสนิท แต่แท้จริงแล้วผู้โทรมาเป็นมิจฉาชีพ ซึ่งใช้เทคโนโลยี AI อัจฉริยะเพื่อเปลี่ยนหน้าและเสียงให้เหมือนกับบุคคลที่เหยื่อรู้จัก เพื่อหลอกล่อขอยืมเงิน

จากนั้นนายกั๋ว ซึ่งหลงเชื่อตามภาพและเสียงในวีดีโอคอล ได้โอนเงินให้เพื่อนตัวปลอมเป็นจำนวน 4.3 ล้านหยวน (ประมาณ 21 ล้านบาท) หลังจากที่มิจฉาชีพอ้างว่าเพื่อนอีกคนต้องการเงินจากบัญชีธนาคารของบริษัทเพื่อจ่ายค้ำประกันการประมูล

มิจฉาชีพทำทีขอหมายเลขบัญชีธนาคารส่วนบุคคลของนายกั๋ว เพื่อหลอกว่าจะโอนเงินคืนให้ จากนั้นก็อ้างว่าได้โอนเงินคืนให้ทั้งหมดแล้ว พร้อมโชว์หลักฐานการโอนผ่านหน้าจอเพื่อยืนยัน

เมื่อมีการแจ้งเตือนจากธนาคารว่ามีเงินเข้าออกจากบัญชีตนเอง นายกั๋วจึงไม่ได้ตรวจสอบอย่างละเอียดและเชื่อใจการกระทำของเพื่อนปลอม

"ในตอนนั้น ผมได้เห็นหน้าและได้ยินเสียงของบุคคลที่วิดีโอคอลหาผมว่าเป็นเพื่อนที่ทำธุรกิจด้วยกันจริง ดังนั้นผมจึงไว้ใจและไม่ได้ตรวจสอบ" สื่ออ้างคำให้การของนายกั๋ว

นายกั๋วมารู้ตัวในภายหลังเมื่อได้สอบถามเพื่อนตัวจริงและพบว่า เพื่อนคนดังกล่าวไม่ได้ติดต่อไปขอยืมเงินแต่อย่างใด โดยคาดว่าเขาน่าจะถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวก่อนหน้านี้ เพื่อนำไปหลอกลวงคนใกล้ชิด

นายกั๋วแจ้งตำรวจทันที เพื่อให้ยับยั้งการโอนเงินของธนาคาร ซึ่งโชคดีที่เขาสามารถกู้คืนเงินมาได้ 3.4 ล้านหยวน โดยธนาคารพยายามตามเงินอีก 9 แสนหยวนคืนมาให้ได้ แต่ก็ไม่สามารถระบุตัวผู้กระทำผิดได้ในตอนนี้

หลุมพรางที่อาจเกิดขึ้นจากเทคโนโลยี AI ที่แปลกใหม่ได้รับความสนใจมากขึ้นตั้งแต่บริษัทโอเพ่นเอไอ (OpenAI) ของสหรัฐอเมริกาเปิดตัวแชทจีพีที (ChatGPT) ซึ่งเป็นแชทบอทที่เลียนแบบคำพูดของมนุษย์

จีนได้ประกาศแผนการอันทะเยอทะยานที่จะเป็นผู้นำด้าน AI ระดับโลกภายในปี 2573 และบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่ง เช่น อาลีบาบา, เจดีดอทคอม, เน็ทอีส และไบท์แดนซ์ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของติ๊กต็อก (TikTok) ได้เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่คล้ายคลึงกัน

ถึงแม้ ChatGPT จะไม่สามารถใช้งานได้ในจีน แต่ซอฟต์แวร์ของอเมริกาตัวนี้ก็กำลังได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานชาวจีนที่ใช้เครือข่ายส่วนตัวเสมือนเพื่อเข้าถึงแชทบอทดังกล่าว และนำมาใช้งานด้านการเขียนเรียงความและทำข้อสอบ รวมทั้งการใช้เพื่อจุดประสงค์ด้านอาชญากรรม

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจีนจึงออกร่างกฎหมายที่เสนอเมื่อเดือนที่แล้วโดยหน่วยงานควบคุมอินเทอร์เน็ท กำหนดให้ผลิตภัณฑ์ AI ใหม่ทั้งหมดต้องผ่าน "การประเมินความปลอดภัย" ก่อนเผยแพร่สู่สาธารณะ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โชว์ปราบ 'พนันบอลโลก' ปิดกั้นเว็บพนันได้ถึง 1.38 หมื่น

รัฐบาล เดินหน้าปราบ 'พนันออนไลน์บอลโลก' เผย 18 วัน ปิดกั้นแล้วกว่า 1.3 หมื่นรายการ เตือนร้านค้า-ร้านอาหาร ถ่ายทอดสดโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุก 4 ปี ปรับ 8 แสนบาท

'ตำรวจไซเบอร์' ปูพรมด้ามขวาน ล้างสแกมเมอร์-ผู้มีอิทธิพล

ตำรวจไซเบอร์ กวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยีพื้นที่ภาคใต้ สแกมเมอร์ ความเสียหาย 173 ล้านบาท พนันออนไลน์กว่า 700 ล้านบาท กวาดล้างผู้มีอิทธิพล อาวุธปืน

'นพ.อลงกต' หนุนเดินหน้า TH-AI Passport ชี้งบ 1.6 พันล้านคุ้มค่า ลงทุนพัฒนาคน-ลดเหลื่อมล้ำการศึกษา ยันรัฐจ่ายตามใช้จริง เตรียมเชิญทุกฝ่ายแจง TOR สัปดาห์หน้า

นพ.อลงกต กล่าวว่า ประชาชนตั้งคำถามว่าทำไมรัฐบาลจึงจำกัดสิทธิ์โครงการนี้ไว้เพียง 5 ล้านสิทธิ์ ซึ่งได้ชี้แจงไปว่าเป็นลักษณะโครงการนำร่อง หากเปรียบเทียบงบประมาณ 1,600 ล้านบาท กับการก่อสร้างถนนหนึ่งเส้น ถือว่าโครงการนี้ใช้งบประมาณน้อยมาก แต่ผลลัพธ์คือการลงทุนเพื่อพัฒนาคนและกระจายโอกาสทางการศึกษาให้เด็กต่างจังหวัดมีศักยภาพเท่าเทียมกับเด็กในกรุงเทพมหานคร

รมช.ดีอี ลุยสร้างเครือข่ายต้าน “เฟกนิวส์” ภาคอีสาน ยกระดับสร้างภูมิคุ้มกัน รู้เท่าทันภัย “สแกมเมอร์”

วันที่ 12 มิถุนายน 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงาน การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างการรับรู้ให้รู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti Fake News Center: AFNC) จังหวัดอุบลราชธานี

กอ.รมน. เตือน! หยุดแชร์ภาพ AI ปลอม 'ในหลวง–พระราชินี'

กอ.รมน. เตือนหยุดแชร์ภาพ AI ปลอม 'ในหลวง–พระราชินี' และพระบรมวงศานุวงศ์ วอนปชช.ใช้วิจารณญาณ ตรวจสอบแหล่งที่มาทุกครั้ง ป้องเฟกนิวส์ไม่ให้สังคมสับสน