
นายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน ประกาศว่าออสเตรเลียจะกลับมาเปิดพรมแดนอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน เป็นครั้งแรกในรอบ 18 เดือนนับแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 ที่พลเมืองจะสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้หากฉีดวัคซีนแล้ว
เอเอฟพีรายงานว่า ออสเตรเลียเริ่มใช้มาตรการปิดพรมแดนเมื่อวันที่ 20 มีนาคมปีที่แล้ว โดยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีมาตรการควบคุมพรมแดนที่เข้มงวดที่สุดในโลก โดยห้ามแม้แต่พลเมืองของตนไม่ให้ออกนอกประเทศ เพื่อควบคุมการระบาดไวรัสโคโรนา นโยบายนี้ได้รับคำชมว่าช่วยหยุดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ แต่ก็ทำให้หลายครอบครัวต้องพลัดพรากจากกัน
ในคำแถลงเมื่อวันศุกร์ที่ 1 ตุลาคม นายกรัฐมนตรีมอร์ริสันกล่าวว่า ชาวออสเตรเลียที่ฉีดวัคซีนแล้วจะสามารถเดินทางกลับเข้าประเทศและเดินทางไปต่างประเทศได้ "ภายในอีกไม่กี่สัปดาห์" เมื่อเป้าหมายการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทำได้ครบ 80% ของประชากร
ประเมินกันว่า มีราว 30,000 คนที่เป็นพลเมืองออสเตรเลียที่ตกค้างอยู่ในต่างแดนและชาวต่างชาติที่ติดอยู่ในออสเตรเลียโดยไม่สามารถกลับไปพบหน้าญาติมิตรได้ ข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า มีคำร้องมากกว่า 100,000 คำร้องเพื่อขอเข้าหรือเดินทางออกนอกประเทศ แต่ถูกปฏิเสธ ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้
มอร์ริสันกล่าวด้วยว่า ชาวออสเตรเลียหรือผู้ที่มีถิ่นพำนักถาวรที่ฉีดวัคซีนแล้ว เมื่อเดินทางกลับประเทศจะสามารถกักตัวอยู่ที่บ้านได้เป็นเวลา 7 วัน โดยไม่ต้องถูกบังคับให้ต้องกักตัวอยู่ในโรงแรม 14 วันที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเองเช่นในปัจจุบัน แต่ผู้เดินทางเข้ามาที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน ยังคงต้องกักตัวในโรงแรม 14 วันตามเดิม
วันเวลาที่แน่นอนว่าจะเปิดพรมแดนได้เมื่อใดนั้นขึ้นอยู่กับว่ารัฐต่างๆ บรรลุเป้าหมายในการฉีดวัคซีนได้ 80% เมื่อใด และการอนุมัติจากการเมืองแต่ละท้องถิ่น
รัฐนิวเซาท์เวลส์ที่มีประชากรมากที่สุดของออสเตรเลีย ขณะนี้ประชากรอายุมากกว่า 16 ปี ฉีดวัคซีน ครบแล้ว 64% บ่งชี้ว่ารัฐนี้น่าจะฉีดวัคซีนได้ตามเป้าหมาย 70-80% ภายในเดือนนี้ แต่รัฐส่วนใหญ่ของออสเตรเลีย โดยเฉพาะรัฐเวสต์ออสเตรเลียและรัฐควีนส์แลนด์ ที่ไม่พบการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในชุมชนเป็นวงกว้าง ยังคงใช้ยุทธศาสตร์ "โควิดเป็นศูนย์" และปิดพรมแดนจากพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เท้ง' แนะสร้าง 'รั้วเทคโนโลยี' ขึงชายแดน สกัดขนยานรก
'เท้ง' ผุดไอเดีย 'รั้วเทคโนโลยี' สกัดยาเสพติด ชี้ช่องโหว่ชายแดน ทำไทยกลายเป็นทางผ่านยาเสพติดโลก แนะตัดวงจรดุลพินิจเจ้าหน้าที่ สั่งห้ามแชร์ข่าวแค่แก้ปลายเหตุ ย้ำต้องแก้ 'ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ'
ป.ป.ส. ตรวจค้นอีก 2 จุด ยึดเฮโรอีนเกือบ 10 กก. ปลายทางออสเตรเลีย-ไต้หวัน
ป.ป.ส. ขยายผลเครือข่ายค้าเฮโรอีนข้ามชาติ พบหลักฐาน-แผนประทุษกรรมคดีเชื่อมโยง “คดีแอร์สาวการบินไทย” ที่ถูกจับที่สนามบินเมลเบิร์น ออสเตรเลีย พร้อมประสาน ”ดีเอสไอ“ รับสอบสวนเป็นคดีพิเศษ เหตุ ขบวนการเครือข่ายขนาดใหญ่ ย้ำ ขอทุ่มแรงกายล่าตัวผู้บงการทั้งในและต่างประเทศ เชื่อ ขบวนการคนรับพัสดุปลายทางของ น.ส.มีนา มีคน
ป.ป.ส.เปิดชื่อ 'เดียร์' คนรับแป้งปลายทางที่ออสเตรเลีย!
'ผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด' เผยรู้ชื่อปลายทางพัสดุเฮโรอีนแอร์สาวแล้ว ชื่อเดียร์ยังไม่ฟันธงคนไทยหรือต่างชาติ เร่งสืบสวน 2 เครือข่ายยาเสพติดในภาคอีสาน ยังไม่ฟันธงต้นตอยาเสพติด
โฆษก ป.ป.ส.แจงยิบคดีแอร์ขนแป้งเข้าแดนจิงโจ้
'เลขา ป.ป.ส.' เตรียมประชุม 'ตำรวจออสเตรเลีย' ขยายผลคดีแอร์ขนเฮโรอีน 'โฆษก' แจงหนุ่มไรเดอร์ที่เข้าพบตำรวจไม่ใช่คนส่งลังพัสดุ ยังไม่สรุปบัญชี Account อวตาร 'Rose-แป้งที่แปลว่าแป้ง'

