เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 48 คน จากเหตุระเบิดโจฮันเนสเบิร์ก ยังไม่ทราบสาเหตุ

มีรายงานผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในใจกลางเมืองโจฮันเนสเบิร์ก ภายหลังเกิดการระเบิดที่ไม่ทราบสาเหตุบนถนนสายพลุกพล่านในชั่วโมงเร่งด่วน

ถนนที่เสียหายใจกลางกรุงโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม หลังเกิดการระเบิดที่หาสาเหตุไม่ได้ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 48 คน (Photo by Luca Sola / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 21 กรกฏาคม 2566 กล่าวว่า ถนนสายหนึ่งในกรุงโจฮันเนสเบิร์กของประเทศแอฟริกาใต้เกิดระเบิดโดยไม่ทราบสาเหตุ แรงระเบิดทำให้ถนนเป็นรูและเกิดรอยแยกบนพื้นถนน ทำให้ผู้สัญจรได้รับบาดเจ็บและรถที่แล่นไปมาได้รับความเสียหาย

โรเบิร์ต มูเลาซี โฆษกสำนักงานบริหารจัดการเหตุฉุกเฉิน กล่าวว่า พบศพชายคนหนึ่งจากจุดที่เกิดการระเบิด และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 48 คน

พยานผู้เห็นเหตุการณ์ให้ข้อมูลว่าได้กลิ่นสารเคมีและไอระเหยที่เล็ดลอดออกมาหลังจากการระเบิดอย่างรุนแรง ซึ่งทำให้ยานพาหนะต่างๆ รวมทั้งรถมินิบัสพลิกคว่ำ

หน่วยงานเทศมนตรีเข้าทำการตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว แต่ยังไม่ได้เปิดเผยสาเหตุของการระเบิด

การระเบิดเกิดขึ้นในช่วงเช้าซึ่งเป็นชั่วโมงเร่งด่วนบนถนน 4 เลนที่ใช้เป็นเส้นทางสัญจรของรถมินิบัส ในบริเวณที่ล้อมรอบด้วยอาคารสูงซึ่งเป็นที่ตั้งของอพาร์ตเมนต์และร้านค้าริมถนน

ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นผู้คนที่หวาดกลัวกำลังวิ่งหนีหาที่กำบัง หลังเสียงระเบิด โดยปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวยังคงถูกตำรวจปิดกั้นไว้เพื่อสืบสวนต่อไป

ในตอนแรก หน่วยบริการฉุกเฉินกล่าวโทษท่อก๊าซใต้ดินว่าเป็นต้นเหตุของการระเบิด แต่บริษัทก๊าซเอกชนซึ่งรับผิดชอบท่อก๊าซใต้ดินของกรุงโจฮันเนสเบิร์กกล่าวว่า "ไม่น่าเป็นไปได้" ในกรณีนี้ เนื่องจากไม่พบการรั่วไหลใดๆและผู้ใช้บริการทั่วเมืองยังคงได้รับก๊าซผ่านท่อตามปกติ

อย่างไรก็ตาม มีรายงานเพิ่มเติมหลังการตรวจสอบเบื้องต้น โดยระบุว่า "ฝาปิดท่อระบายอากาศ 1 หรือ 2 ชิ้น ถูกระเบิดออก และสารคล้ายแก๊สสีขาวถูกพบเห็นว่าลอยออกมาจากช่องเหล่านั้น"

นายกเทศมนตรีของโจฮันเนสเบิร์กกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า กลุ่มคนเร่ร่อนซึ่งมักนอนตามทางเท้าในบริเวณถนนเส้นดังกล่าว ถูกย้ายไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวแล้วเพื่อความปลอดภัย หากเกิดกรณีระเบิดขึ้นมาอีกครั้ง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'หมอมนูญ' ชี้ไม่ต้องกังวลสายพันธุ์ย่อย BA.2

'หมอมนูญ' ชี้เรื่องการกลายพันธุ์ไวรัสเป็นเรื่องปกติ คนไทยไม่ต้องวิตกกังวลเรื่องสายพันธุ์ย่อย BA.2 มากเกินไป ชี้หากไม่มีชนิดหนักกว่าโอมิครอนก็จะเปลี่ยนเป็นโรคประจำถิ่นไป