'หมอมนูญ' ชี้ไม่ต้องกังวลสายพันธุ์ย่อย BA.2

'หมอมนูญ' ชี้เรื่องการกลายพันธุ์ไวรัสเป็นเรื่องปกติ คนไทยไม่ต้องวิตกกังวลเรื่องสายพันธุ์ย่อย BA.2 มากเกินไป ชี้หากไม่มีชนิดหนักกว่าโอมิครอนก็จะเปลี่ยนเป็นโรคประจำถิ่นไป

27 ม.ค.2565 – นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ หัวหน้าห้องไอซียูเฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ ผู้ป่วยหนัก และโรคผู้สูงอายุ ประจำโรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เชื้อไวรัสโควิด-19 มีการกลายพันธุ์ตลอดเวลา ประเทศแอฟริกาใต้รายงานสายพันธุ์โอมิครอน BA.1 ครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว หลังจากนั้นไม่นานมากกว่า 40 ประเทศพบโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 มากกว่า 8,000 คน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ไทยก็พบโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 เช่นกัน

มีรายงานว่าสายพันธุ์ย่อย BA.2 นี้ มีการกลายพันธุ์เพิ่มขึ้นมากกว่าสายพันธุ์ BA.1 อีก 20 ตำแหน่ง แพร่กระจายได้เร็วกว่าสายพันธุ์ BA.1 (ดูรูป) แต่ไม่ได้รุนแรงมากขึ้น ไม่ทำให้คนเข้านอนในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น (ดูรูป) ไม่น่าจะหลบหลีกภูมิคุ้มกัน ถ้าเคยติดเชื้อสายพันธุ์ BA.1 ยังมีภูมิคุ้มกันเพียงพอทำให้ไม่ติดเชื้อสายพันธุ์ BA.2 อีก ขณะนี้สายพันธ์ BA.2 ยังไม่ถูกจัดเป็นสายพันธ์ที่น่ากังวล

คนไทยไม่ต้องวิตกกังวลกับโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 มากเกินไป ในอดีตที่มีการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลตา ก็มีสายพันธุ์ย่อยเดลตาพลัส แต่พอสายพันธุ์โอมิครอนมา สายพันธุ์เดลตา และเดลตาพลัสก็ถูกแทนที่ด้วยสายพันธุ์โอมิครอน

ถ้าจะมีการระบาดรอบต่อไป ต้องมีการกลายพันธุ์มากกว่าเดิมจนเกิดสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่ระบาดง่ายกว่าโอมิครอน และหลบหลีกภูมิคุ้มกันจากการติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน เชื่อว่าคงเป็นไปได้ยาก ถ้าไม่มีสายพันธุ์ใหม่ที่ไม่เคยพบมาก่อนหลังจากโอมิครอน โรคโควิด-19 ก็จะเปลี่ยนเป็นโรคประจำถิ่นหรือโรคตามฤดูกาลเหมือนไข้หวัดใหญ่ในที่สุด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘หมอมนูญ’ เผยผลติดตามสถานการณ์ 5 โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ

ข้อมูลของโรงพยาบาลวิชัยยุทธที่ติดตามโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่เกิดจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ไวรัสไข้หวัดใหญ่  ไรโนไวรัส (Rhinovirus) อาร์เอสวี (RSV) และ ฮิวแมนเมตะนิวโมไวรัส Human metapneumovirus (hMPV)