ไฟป่าเผาวอดที่ฮาวาย ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งเป็น 93 ราย

พลเมืองฮาวายแสดงความโกรธเกรี้ยวอย่างรุนแรงต่อมาตรการรับมือภัยพิบัติที่บกพร่องของทางการ จากเหตุไฟป่าที่ลุกลามเผาวอดเกือบทั้งเมือง และคร่าชีวิตผู้คนอย่างน้อย 93 ราย

บ้านเรือนและอาคารถูกเผา หลังไฟป่าลุกลามเมืองลาไฮนา ทางตะวันตกของเกาะเมาอิ รัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม (Photo by Yuki IWAMURA / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 สิงหาคม 2566 กล่าวว่า เหตุไฟป่าโหมกระหน่ำเผาเมืองจนวอดในฮาวาย ล่าสุดความเสียหายขยายตัวไปยังอาคารมากกว่า 2,200 แห่งที่พังทลายลงเนื่องจากไฟลุกลามไปทั่วลาไฮนา

ตามการประมาณการของทางการ ความเสียหายจากเหตุครั้งนี้อาจสูงถึง 5,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 192,000 ล้านบาท) และทำให้ผู้คนไร้ที่อยู่อาศัยหลายพันคน

ทางการฮาวายได้เริ่มการสอบสวนความบกพร่องของมาตรการจัดการภัยพิบัติที่ถูกพลเมืองส่วนใหญ่ตำหนิด้วยความโกรธว่าไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าทั้งก่อนเกิดเหตุและระหว่างเกิดเหตุ รวมถึงการเข้าถึงความช่วยเหลือหลังจบเหตุ

ลาไฮนา ซึ่งมีประชากรมากกว่า 12,000 คนและเคยเป็นบ้านของราชวงศ์กษัตริย์ฮาวายในสมัยก่อน ถูกไฟป่ากลืนกินจนบ้านเรือนไหม้ดำเป็นซากปรักหักพัง ไม่เว้นแม้แต่อาคารโรงแรมและร้านอาหารที่เคยมีชีวิตชีวาก่อนหน้านั้นไม่กี่ชั่วโมง

เทศมณฑลเมาอิกล่าวในแถลงการณ์ล่าสุดว่า จำนวนผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้วเพิ่มขึ้นเป็น 93 ราย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก

ทำให้ไฟป่าครั้งนี้ มียอดผู้เสียชีวิตแซงหน้าเหตุไฟป่าในแคลิฟอร์เนียเมื่อปี 2561 ซึ่งเผาผลาญเมืองเล็กๆ อย่างพาราไดซ์ และคร่าชีวิตผู้คนไป 86 ราย

อีกทั้งยังเป็นไฟป่าที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดของสหรัฐฯ ในรอบกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ปี 2461 ที่มีผู้เสียชีวิต 453 รายในมินนิโซตาและวิสคอนซิน ตามการระบุของกลุ่มวิจัยที่ไม่แสวงหาผลกำไร National Fire Protection Association

ปัจจุบัน ทางการประสบปัญหากับการระบุตัวตนบรรดาผู้เสียชีวิต เนื่องจากพวกเขาถูกไฟคลอกอย่างรุนแรงจนแทบจะหาดีเอ็นเอจากชิ้นส่วนศพได้ยาก

หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยเชิงตำหนิต่อฝ่ายปกครองของฮาวาย ที่ขาดการรับมือภัยพิบัติที่ดี โดยเฉพาะการแจ้งเตือนภัยและการประเมินการลุกลามของไฟป่าต่ำเกินไป จนทำให้ความเสียหายขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

ผู้ว่าการรัฐฮาวายออกมาตอบโต้และปกป้องประเด็นดังกล่าวทันที โดยกล่าวว่าสถานการณ์ภัยพิบัติครั้งนี้ซับซ้อนมาก เนื่องจากเกิดไฟไหม้หลายครั้งและมีแรงลมช่วยหนุน ต่อให้รู้ล่วงหน้า ก็ทำอะไรได้ไม่มาก

อย่างไรก็ตาม อัยการสูงสุดของฮาวายเปิดเผยว่า ในสัปดาห์นี้จะมีการตรวจสอบประเด็นดังกล่าวว่าเป็นความบกพร่องในการตัดสินใจหรือดำเนินนโยบายผิดพลาดหรือไม่ ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ, ระหว่างเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุไฟป่าบนเกาะเมาอิและฮาวาย

มีรายงานว่า เมาอิประสบปัญหาไฟฟ้าดับหลายครั้งในช่วงวิกฤต ทำให้พลเมืองจำนวนมากไม่ได้รับการแจ้งเตือนฉุกเฉินทางโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นสิ่งที่อาจเรียกได้ว่าบกพร่อง รวมทั้งการไม่มีเสียงไซเรนฉุกเฉิน 

ไฟป่าในฮาวายเกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วในพื้นที่อื่นๆ ของทวีปอเมริกาเหนือในฤดูร้อนนี้ โดยไฟป่ารุนแรงยังคงลุกไหม้ทั่วแคนาดา และคลื่นความร้อนครั้งใหญ่ยังคงพัดปกคลุมภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ

ทวีปยุโรปและบางส่วนของเอเชียต้องทนกับอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน โดยเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่และน้ำท่วมได้คร่าชีวิตผู้คนไปมากมายในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งนักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าภาวะโลกร้อนที่เกิดจากฝีมือมนุษย์กำลังทำให้ภัยธรรมชาติทวีความรุนแรงขึ้น และเป็นอันตรายถึงชีวิตมากขึ้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทย–ลาว เดินหน้าความร่วมมือแก้ไฟป่า–หมอกควัน–PM2.5 ข้ามแดน ยกระดับระบบบัญชาการ แลกเปลี่ยนข้อมูล Hotspot และเทคโนโลยี รับมือมลพิษทางอากาศร่วมกัน

วันนี้ (10 กันยายน 2569) เวลา 09.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และ ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ให้การต้อนรับ รศ.ดร.ลินคำ ดวงสะหวัน

“รมว.สุชาติ” ร่วมหารือ รมว.กสิกรรมและสิ่งแวดล้อม สปป.ลาว เดินหน้าความร่วมมือแก้ปัญหา “ไฟป่า–หมอกควัน–PM2.5” ข้ามแดน เน้นแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ และเทคโนโลยี ยกระดับการรับมือร่วมกัน

วันนี้ (9 กันยายน 2569) เวลา 09.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ควันไฟป่าอินโดนีเซียยังวิกฤต กระแสลมพัดข้ามพรมแดนปกคลุมเบตงอีกระลอก

สถานการณ์ไฟป่าในประเทศอินโดนีเซีย ยังคงลุกลามต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสัปดาห์ โดยเฉพาะในพื้นที่เกาะบอร์เนียวและเกาะสุมาตรา ก่อให้เกิดหมอกควันและมลพิษทางอากาศในวงกว้าง กระแสลมได้พัดพาหมอกควันข้ามพรมแดนสู่ประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ส่งผลให้คุณภาพอากาศในหลายพื้นที่ย่ำแย่ลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพระบบทางเดินหายใจ ขณะที่บางพื้นที่ของอินโดนีเซียจำเป็นต้องสั่งปิดสถานศึกษาชั่วคราว

ศบภ.ทภ.4 ร่วมบูรณาการควบคุมไฟ 'พรุควนเคร็ง' คุมเข้มไฟใต้ดินและควันพิษ

จากสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุดภาพรวมสถานการณ์มีแนวโน้ม

ไฟป่าพรุควนเคร็งไหม้พร้อมกัน 3 จุด เสียหาย 200 ไร่ สกัดลามสวนปาล์ม

สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ ป่าพรุควนเคร็ง บริเวณหมู่ 1 หมู่ 6 และหมู่ 9 ต.ควนเคร็ง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช หลังเกิดเหตุไฟไหม้ป่าเสม็ดขาวอย่างรุนแรง

'ไทย-เมียนมา' จับมือใช้ดาวเทียมรับมือไฟป่า-น้ำท่วม-ภัยพิบัติ

รัฐบาลเดินหน้าความร่วมมือไทย–เมียนมา ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมรับมือไฟป่า น้ำท่วม และดูแลทรัพยากรธรรมชาติชายแดน ยกระดับการจัดการภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน