รอยเตอร์รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า นางอองซาน ซูจี ถูกนำตัวขึ้นศาลอีกครั้งเมื่อวันศุกร์ โดยคราวนี้นางสวมเสื้อสีขาวและนุ่งลองยีหรือโสร่งสีน้ำตาล ซึ่งเป็นชุดของนักโทษหญิง
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม 2564 ว่า นางอองซาน ซูจี วัย 76 ปี ถูกนำตัวขึ้นศาลในกรุงเนปยีดออีกครั้งในวันเดียวกันนี้ การพิจารณาของนางและอดีตเจ้าหน้าที่รัฐบาลพลเรือนไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าทำข่าว และทนายความของนางซูจีก็ถูกห้ามให้ข่าวต่อสื่อและสาธารณะ แต่แหล่งข่าวรายหนึ่งที่รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการพิจารณาคดีในครั้งนี้เปิดเผยว่า นางซูจีขึ้นศาลโดยสวมเสื้อสีขาวและนุ่งลองยีสีน้ำตาล ซึ่งเหมือนกับชุดของนักโทษ
นางซูจีเพิ่งถูกศาลพิพากษาจำคุก 4 ปีในเดือนนี้ ฐานยุยงให้ต่อต้านรัฐและฝ่าฝืนกฎหมายควบคุมโรคระบาด ต่อมาผู้นำเมียนมาอภัยโทษลดโทษให้นางเหลือจำคุก 2 ปี โดยให้คุมขังไว้ในสถานที่ที่นางถูกควบคุมตัวอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งไม่เปิดเผยว่าเป็นที่ใด
จากคำกล่าวของแหล่งข่าวรายนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่นางซูจีสวมชุดนักโทษขึ้นศาล รอยเตอร์กล่าวว่า ไม่ชัดเจนว่าเป็นการส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงกว้างๆ ถึงวิธีที่เมียนมาปฏิบัติต่อนางซูจีและอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ ที่ถูกพิจารณาคดีหรือไม่
แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า การขึ้นศาลวันเดียวกันนี้ มโย อ่อง อดีตนายกเทศมนตรีเนปยีดอ ก็ถูกนำตัวขึ้นศาลและสวมชุดนักโทษเช่นกัน
นางซูจีถูกตั้งข้อหาดำเนินคดีเกือบ 12 คดี ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดรวมกันมากกว่า 100 ปี คำพิพากษาจำคุกเดือนนี้เป็นคดีแรกที่มีคำตัดสินโทษ โดยที่นางซูจีปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สลด! รถตู้พุ่งชนสาวเมียนมาข้ามทางม้าลาย ดับ 1 เจ็บ 1
ร.ต.ท.ธนวัฒน์ เจริญสุข รองสว.(สอบสวน) สภ.บางพลี รับแจ้งเหตุ รถตู้ชนคนข้ามถนน มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ หน้าบริษัทแสตนดาร์ดแคน จำกัด ถนนเทพารักษ์ กม.14
ไทยยินดีเมียนมาย้าย ‘ซูจี’ กลับกักตัวบ้านพัก
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย รัฐบาลไทยยินดีรัฐบาลเมียนมาย้าย นาง ออง ซาน ซู จี กลับมากักตัว
6 แรงงานเมียนมา รุมกระทืบคนไทย แค่ต่อว่าเคาะห้องผิด
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ รับแจ้งว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายกัน หอพักแห่งหนึ่งภายในซอยเทพารักษ์ 90 ตำบลเทพารักษ์
'เอ็ดดี้' อ่านเกมอำนาจ 'จีน' กำลังลากเส้นระเบียบใหม่ บนแผ่นดินใหญ่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อัษฎางค์ ชี้การเยือนไทยของหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน อาจดูเหมือนเป็นเพียงการเยือนทางการทูตตามปกติระหว่างไทยกับจีน แต่ถ้ามองให้ลึกกว่านั้น การเดินทางครั้งนี้ไม่ควรถูกอ่านแบบแยกส่วน

