ผู้นำกัมพูชากล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า รัฐบาลของเขาจะไม่สร้างเขื่อนในแม่น้ำโขง หลังล้มเลิกโครงการถ่านหินมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ในเขตอนุรักษ์ที่ได้รับการคุ้มครอง

พื้นที่ระบบนิเวศในแม่น้ำโขงของกัมพูชา (Photo by Sarah LAI / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 พฤศจิกายน 2566 กล่าวว่า กัมพูชาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากการอนุญาตให้บริษัทต่างๆ เข้าใช้พื้นที่ป่าหลายแสนเฮกตาร์ รวมถึงในพื้นที่คุ้มครอง สำหรับกิจการทุกสิ่งตั้งแต่สวนยางพาราและอ้อย ไปจนถึงเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ
นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา กล่าวว่า การสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงสายหลักจะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อสิ่งแวดล้อมและนิเวศวิทยาในแม่น้ำและทะเลสาบโตนเลสาบ ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นแหล่งปลาที่สำคัญสำหรับชาวกัมพูชา ดังนั้นจะไม่มีการดำเนินการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขง
"รัฐบาลจะไม่สร้างเขื่อนใดๆ ตามแนวแม่น้ำโขง เพราะมันส่งผลกระทบอย่างมาก" เขากล่าวระหว่างพิธีวางศิลาฤกษ์เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำในจังหวัดชายฝั่งทะเลของเกาะกง
นอกจากนี้ ทายาทฮุนเซนยังได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการยกเลิกโรงงานถ่านหินขนาด 700 เมกะวัตต์มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ในอุทยานโบตัมสาครที่ได้รับการคุ้มครองในเกาะกง
ทั้งนี้ โรงงานโบตัมสาครซึ่งมี 2 ยูนิตมีกำหนดจะเริ่มดำเนินการประมาณปี 2568 การล้มโครงการของนายกฯกัมพูชาจึงทำให้เจ้าหน้าที่พิจารณาเปลี่ยนโครงการจากเดิมเป็นการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) แทน
ฮุน มาเน็ต ย้ำว่ากัมพูชาจะไม่พัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ เพราะต้องการแสดงความรับผิดชอบของประเทศต่อสภาพแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศโลกที่ใช้ร่วมกัน
เขากล่าวว่า ขอส่งความเคลื่อนไหวนี้เป็นข้อความถึงประเทศต่างๆ ในเวทีเจรจาเรื่องสภาพภูมิอากาศของ COP28 ในดูไบ
เพื่อให้ประเทศกลายเป็นจุดหมายปลายทางด้านพลังงานสะอาดสำหรับการท่องเที่ยวและการลงทุน รัฐบาลกัมพูชาจึงตั้งเป้านำพลังงานทดแทนมาใช้ให้ได้มากถึง 70% ภายในปี 2573 จากปัจจุบันที่คิดเป็น 60% ของแหล่งพลังงานทั้งประเทศ
เมื่อเดือนธันวาคม 2564 กัมพูชาได้เผยแพร่แผนงานเพื่อให้บรรลุการปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 พร้อมให้คำมั่นสัญญาที่จะส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนอันมีส่วนสำคัญในการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ รวมถึงการลงทุนในการนำเข้า, การจัดเก็บ และโครงสร้างพื้นฐานของก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)
การไฟฟ้าของประเทศระบุว่า ในปี 2565 การผลิตไฟฟ้าด้วยถ่านหินมีสัดส่วนเพียง 35.5% ขณะที่การผลิตไฟฟ้าด้วยพลังน้ำมีสัดส่วนมากถึง 54%.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ไซมิส แอสเสท’ ลุยพลังงานสะอาดมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero
‘ไซมิส แอสเสท’ ลุยพลังงานสะอาด ขยายการลงทุนผ่านการติดตั้ง Solar System มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zeroช่วยลดค่าไฟฟ้า-ลดคาร์บอน ตอกย้ำแผนเติบโตยั่งยืน
JR โชว์แบ็คล็อคแน่น 6,266ล้านพร้อมรุกธุรกิจพลังงานสีเขียว
JR เปิดกลยุทธ์การเติบโตในปี 69 ตั้งเป้ารายได้เพิ่มขึ้น 10-15% จากปีก่อน ฟุ้งแบ็คล็อคแน่น 6,266 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าลุยธุรกิจเทรดดิ้ง Oil & Gas พร้อมรุก Green Energy สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
เอกชนโอด!สงครามดันเม็ดพลาสติกพุ่ง 50-70%
‘เอกชน’โอดสงคราม กระทบอุตฯปิโตรเคมีดันต้นทุนเม็ดพลาสติกพุ่ง 50-70% ห่วงหากยืดเยื้อ 'เอสเอ็มอี' อ่วมหนักต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งวัตถุดิบและการขนส่ง ด้าน ส.อ.ท.แนะ เร่งกระจายแหล่งนำเข้าวัตถุดิบ- หนุนใช้พลังงานสะอาด-ลดการพึ่งพาวัตถุดิบต่างประเทศ

