จับกุมกลุ่มอันธพาลหลายสิบรายในเอกวาดอร์ หลังพยายามบุกยึดโรงพยาบาล

ตำรวจเอกวาดอร์จับกุมผู้ต้องสงสัย 68 คนเมื่อวันอาทิตย์ หลังจากพยายามยึดโรงพยาบาลแห่งหนึ่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ

กลุ่มอันธพาลที่ถูกตำรวจจับกุมหลังพยายามบุกยึดโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดกัวยาส ประเทศเอกวาดอร์ เมื่อวันที่ 21 มกราคม (Photo by Handout / Ecuadorian Police / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันจันทร์ที่ 22 มกราคม 2567 กล่าวว่า เกิดเหตุกลุ่มอันธพาลบุกโรงพยาบาลแห่งหนึ่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเอกวาดอร์ เดือดร้อนถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องนำกำลังเข้าปราบปราม

มีรายงานว่าตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 68 คน ที่พยายามก่อการร้ายด้วยการบุกยึดโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองยากัวชีของจังหวัดกัวยาส พร้อมค้นพบอาวุธปืนและยาเสพติดจำนวนมาก

เชื่อกันว่ากลุ่มผู้ถูกควบคุมตัวกำลังพยายามช่วยเหลือเพื่อนคนหนึ่งที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยอาการบาดเจ็บหลายชั่วโมงก่อนหน้านั้น

ตำรวจยังได้ขยายผลด้วยการบุกค้นศูนย์ฟื้นฟูแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นทั้งที่ตั้งของแก๊งอาชญากรและซ่องโสเภณีที่ซึ่งสมาชิกแก๊งที่ถูกกล่าวหาหลายคนซ่อนตัวอยู่

เมื่อเร็วๆ นี้ ทางการเอกวาดอร์ได้ปิดศูนย์ดังกล่าวหลายร้อยแห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงพยาบาลลับที่ดำเนินการโดยแก๊งอาชญากร

เอกวาดอร์กำลังเผชิญกับการปะทะกันรุนแรงระหว่างแก๊งค้ายาเสพติดและกองกำลังความมั่นคง และการบุกโรงพยาบาลอาจเป็นเหตุที่เกี่ยวข้องกับการปะทะดังกล่าว

ความเหิมเกริมของแก๊งอาชญากรรมทำให้รัฐบาลเอกวาดอร์ตกลงความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเปรู, โคลอมเบีย และโบลิเวีย ในการเปิดตัวเครือข่ายความมั่นคงใหม่ โดยบรรลุข้อตกลงดังกล่าวในการประชุมฉุกเฉินที่จัดขึ้นเพื่อคืนความสงบสุขให้กับดินแดนแถบนี้

เอกวาดอร์เคยถูกมองว่าเป็นปราการแห่งสันติภาพในละตินอเมริกา แต่กลับตกอยู่ในวิกฤติหลังกลุ่มค้ายาข้ามชาติทำการขยายธุรกิจผ่านทางท่าเรือของประเทศมายาวนานหลายปี ในการขนส่งยาเสพติดไปยังสหรัฐอเมริกาและยุโรป

เมื่อเร็วๆ นี้ อดอลโฟ มาเซียส หัวหน้าแก๊งยาเสพติดที่รู้จักกันในชื่อ "ฟิโต" ได้หลบหนีออกจากเรือนจำ ทำให้ประธานาธิบดีเอกวาดอร์ประกาศภาวะฉุกเฉินให้ประเทศอยู่ในสภาวะทำสงครามกับแก๊งอาชญากรรม

ขณะที่แก๊งอาชญกรรมตอบโต้การดำเนินการของรัฐอย่างรวดเร็ว โดยขู่ว่าจะฆ่าพลเรือนและเจ้าหน้าที่กองกำลังความมั่นคง หลังทำการจับตัวตำรวจและเจ้าหน้าที่เรือนจำหลายสิบคนเป็นตัวประกัน

ประเมินว่ามีกลุ่มอาชญากรประมาณ 20 กลุ่มในประเทศที่มีประชากร 17 ล้านคน และคาดว่าสมาชิกในกลุ่มดังกล่าวจะมีเกิน 20,000 คน

ทั้งนี้ ความรุนแรงที่ขยายตัวในแถบแอนเดียนทำให้รัฐมนตรีของประเทศต่างๆ ต้องสร้าง "เครือข่ายความมั่นคงแห่งแอนดีส" ขึ้นใหม่ เพื่อต่อต้านกลุ่มอาชญากร ตามคำประกาศอย่างเป็นทางการที่ลงนามในการประชุมฉุกเฉินที่กรุงลิมาเมื่อวันอาทิตย์

โดยเครือข่ายจะรับประกันความร่วมมือตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันเพื่อให้และรับข้อมูล หรือขอข้อมูลจากประเทศพันธมิตรเกี่ยวกับกิจกรรมของกลุ่มอาชญากรที่อาจดำเนินปฏิบัติการข้ามชาติ

ล่าสุด เปรูและโคลอมเบียได้ควบคุมชายแดนอย่างเข้มงวดแล้ว เนื่องจากเกรงว่าจะมีอาชญากรหลบหนีข้ามชายแดนจากการปราบปรามในเอกวาดอร์ และยังได้ร่วมจับกุมเรือกึ่งดำน้ำสองลำที่บรรทุกยาเสพติดหลายตันในน่านน้ำแปซิฟิก

ความร่วมมือยังขยายไปถึงรัฐบาลวอชิงตันที่ประกาศจะส่งคณะผู้แทนเดินทางเยือนเอกวาดอร์เพื่อพิจารณาทางเลือกในการเร่งความร่วมมือด้านความมั่นคงทวิภาคี และหารือแนวทางความร่วมมือเพื่อเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่เกิดจากองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'10 คำถามดีเบต' เมื่อโลกเปลี่ยนสนามอำนาจ แต่ผู้นำไทยยังพูดนโยบายแบบศตวรรษที่แล้ว

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า เมื่อโลกเปลี่ยนสนามอำนาจ แต่ผู้นำไทยยังพูดนโยบายแบบศตวรรษที่แล้ว 10 คำถามดีเบต: ประเทศไทยในยุค The Age of Variable Geometry

รวบ 'แจ๊ค หยาง' หนุ่มจีนหนีคดีฉ้อโกง สแกมเมอร์ระดับสั่งการ ตั้งฐานอยู่ฟิลิปปินส์

พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 ,พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส. บก.ตม.3 , พ.ต.ท.ปิติพัฒน์ ศรีธนาอภินันท์ รอง ผกก.สส.บก.ตม.3, พ.ต.ท.จตุรโชค เพชรคง สว.กก.สส.บก.ตม.3 นำร่วมกันจับกุม

นายกฯ หารือเอกอัครราชทูตอิเหนาร่วมมือปราบสแกมเมอร์

นายกฯ หารือเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียฯ ขอบคุณรัฐบาลไทยให้ความช่วยเหลือเหยื่อสแกมเมอร์ชาวอินโดนีเซียกลับประเทศ พร้อมเดินหน้าร่วมมือปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและต่อต้านลักลอบค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย

'ประเสริฐ' แจง 'MOUดีอี-บ.สิงคโปร์' หน่วยงานกลั่นกรองตามขั้นตอน ย้ำไม่รู้จัก 'เบน สมิธ'

'ประเสริฐ' แจงตรวจสอบ ‘MOU ดีอี-บ.สิงคโปร์ Prime Opportunity Fund’ แล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลั่นกรองตามขั้นตอนโดยละเอียด ทั้งกระทรวงดีอี-กระทรวงการต่างประเทศ-กฤษฎีกา-อัยการสูงสุด’ มั่นใจไร้สิทธิพิเศษและไม่เปิดช่องเอื้อประโยชน์ใคร ชี้เนื้อหาระบุ ‘ทุกอย่างต้องเป็นไปภายใต้กฎหมายไทย-สิ่งใดไม่มีกฎหมายรองรับจะกระทำไม่ได้ ย้ำไม่รู้จัก ‘เบน สมิท’ เป็นการส่วนตัว ร่วมเฟลมถ่ายรูปเพราะได้รับเชิญเป็นสักขีพยานเท่านั้น

นายกฯ นำแถลงผลปฏิบัติการยุทธการตัดหมอกเวียงแหง

'นายกฯ อนุทิน' นำแถลงผลปฏิบัติการ'ยุทธการตัดหมอกเวียงแหง' และ 'ยุทธการสกัดยานรก' ย้ำไม่ปกป้องคนผิด ไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งหรือสถานะใดก็ตาม พร้อมเดินหน้าล้างบางสิ่งผิดกฎหมายทุกรูปแบบให้สิ้นซาก