บราซิลเริ่มแคมเปญฉีดวัคซีนไข้เลือดออก ก่อนฤดูระบาด

บราซิลเปิดตัวแคมเปญสร้างภูมิคุ้มกันโรคไข้เลือดออกเมื่อวันศุกร์ กลายเป็นประเทศแรกในโลกที่ให้วัคซีนผ่านระบบสาธารณสุข เพื่อรับมือกับจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี

แผนกไข้เลือดออกในโรงพยาบาลของบราซิล (Photo by VANDERLEI ALMEIDA / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 กล่าวว่า บราซิลเปิดตัวแคมเปญสร้างภูมิคุ้มกันโรคไข้เลือดออกซึ่งถือเป็นโรคระบาดตามฤดูกาลที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในแต่ละปี

หน่วยงานด้านสุขภาพได้ลงทะเบียนผู้ป่วยจากโรคที่มียุงเป็นพาหะมากกว่า 395,000 รายในช่วง 5 สัปดาห์แรกของปีนี้ ซึ่งเป็นจำนวนมากกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 4 เท่า

ปัจจุบันมีชาวบราซิลเสียชีวิตจากไข้เลือดออกแล้วอย่างน้อย 53 ราย โดยเจ้าหน้าที่ยังคงวิเคราะห์ว่าโรคนี้เป็นต้นเหตุของการเสียชีวิตที่ยังไม่ได้รับการยืนยันอีก 281 รายหรือไม่

ในขณะที่เทศกาลคาร์นิวัลซึ่งเป็นงานเฉลิมฉลองอันโด่งดังของประเทศกำลังจะเกิดขึ้น ความกังวลว่าจะมีการระบาดเพิ่มมากขึ้นในบรรดาผู้คนที่มารวมตัวกันหลายล้านคนจากทั่วทุกมุมโลก ทำให้รัฐมนตรีสาธารณสุขของบราซิลพยายามขับเคลื่อนการฉีดวัคซีนอย่างเป็นทางการในเมืองหลวงบราซิเลียให้ได้มากที่สุด

"แม้ไม่มีโรคระบาดในปัจจุบัน เราก็คงรณรงค์ให้ฉีดวัคซีนนี้อยู่ดี เพราะไข้เลือดออกเป็นปัญหาสุขภาพที่มีมายาวนานในประเทศของเรา" รัฐมนตรีฯกล่าว

การให้บริการวัคซีนไข้เลือดออกทำให้บราซิลกลายเป็นประเทศแรกในโลกที่กำหนดให้วัคซีนดังกล่าวเป็นวัคซีนพื้นฐานผ่านระบบสาธารณสุข โดยวัคซีนหลักที่ใช้มีชื่อเรียกว่า 'คิวเดนกา' ซึ่งผลิตโดยบริษัทยาทาเคดะของญี่ปุ่น

แต่อุปทานที่ยังมีไม่เพียงพอในระยะเริ่มต้นของการรณรงค์ฉีดวัคซีนดังกล่าว ทำให้รัฐบาลต้องจำกัดการฉีดให้แก่เด็กอายุ 10-11 ปีเท่านั้น โดยหน่วยงานสาธารณสุขหวังว่าวัคซีนไข้เลือดออกจะเข้าถึงประชากรบราซิลราว 3.2 ล้านคน (จากทั้งหมด 203 ล้านคน) ได้ภายในสิ้นปีนี้

ขณะที่รัฐบาลก็กำลังศึกษาทางเลือกในการผลิตวัคซีนภายในประเทศเช่นกัน

องค์การอนามัยโลกระบุว่า มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกทั่วโลกประมาณ 100-400 ล้านคนต่อปี แม้ว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรงหรือไม่แสดงอาการก็ตาม

ก่อนหน้านี้ เซาเปาโลและรีโอเดจาเนโรซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดของบราซิล ต่างใช้มาตรการฉุกเฉินเพื่อควบคุมโรคไข้เลือดออกก่อนเทศกาลคาร์นิวัล แต่การรณรงค์ให้มีการฉีดวัคซีนป้องกันไว้แต่เนิ่นๆ จะช่วยให้สถานการณ์การระบาดตามฤดูกาลลดลง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลจับมือ WHO ผลักดัน 'กระเป๋าสุขภาพดิจิทัล'

รัฐบาลจับมือ WHO ผลักดัน 'Digital Health Wallet' ยกระดับประชาชนเป็นเจ้าของข้อมูลสุขภาพของตนเอง เชื่อมข้อมูลรักษาพยาบาลไร้รอยต่อ รองรับอนาคตสาธารณสุขดิจิทัลระดับโลก

ไขข้อข้องใจ! 'อีโบลา' เข้าข่าย 'โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์' หรือไม่

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี โพสต์ข้อความเรื่อง "อีโบลา (Ebola) ถือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STD) หรือไม่?" โดยระบุว่า

WHO เรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านของคองโก ต่อต้านการระบาดของไวรัสอีโบลาทันที

องค์การอนามัยโลก (WHO) เรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโค ดำเนินการ “ทันที” เพื่อต่อต้านการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลา

'หมอยง' แจงชัด! 'โควิด' สายพันธุ์ระบาดสิงคโปร์ มีผลต่อไทยแค่ไหน

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย