
20 ก.ย.2569-เพจสมาคมระบาดวิทยา ประเทศไทย – Epiat โพสต์ข้อความเรื่อง “ไข้หวัดนก H9N2 พบผู้ติดเชื้อในจีน 3 ราย เราควรกังวลแค่ไหน?” เนื้อหาระบุว่า ช่วงนี้มีการแชร์ข่าวไข้หวัดนก H9N2 พร้อมเชื่อมโยงกับคำเตือนเรื่องการระบาดใหญ่และการเสียชีวิตจำนวนมาก จนอาจทำให้หลายคนกังวล ผมจึงอยากชวนทุกท่านมาดู ข้อเท็จจริงจากรายงานต้นฉบับขององค์การอนามัยโลก (WHO) ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงเป็นอย่างไร และเราควรเฝ้าระวังเรื่องใดบ้างครับ
WHO รายงานอะไร? องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยแพร่รายงานสถานการณ์และประเมินความเสี่ยงโรคไข้หวัดใหญ่จากสัตว์สู่คน เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นรายงานติดตามสถานการณ์ตามปกติ ไม่ใช่ประกาศเตือนการระบาดใหญ่หรือการยกระดับความเสี่ยง
รายงานระบุว่า จีนรายงานผู้ติดเชื้อไข้หวัดนก A(H9N2) จำนวน 3 ราย ระหว่างวันที่ 13 สิงหาคม – 1 กันยายน 2569 ผู้ป่วยทั้งหมดเป็นเด็กจากมณฑลอานฮุย กรุงปักกิ่ง และเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ตรวจพบผ่านระบบเฝ้าระวังโรคทางเดินหายใจ และหายป่วยแล้วทุกราย โดยมีประวัติสัมผัสสัตว์ปีกหรือตลาดค้าสัตว์ปีก ไม่พบผู้ป่วยเพิ่มเติมในกลุ่มผู้สัมผัส และยังไม่พบการแพร่เชื้อระหว่างคนสู่คนอย่างต่อเนื่อง
WHO ยืนยันว่าการประเมินความเสี่ยงด้านสาธารณสุขโดยรวมยังไม่เปลี่ยนแปลง และประเมินความเสี่ยงทั่วโลกจาก H9N2 อยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม เชื้อยังคงหมุนเวียนในสัตว์ปีกหลายประเทศ จึงอาจพบผู้ติดเชื้อในมนุษย์เป็นครั้งคราว และยังจำเป็นต้องเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของเชื้ออย่างต่อเนื่อง กล่าวโดยสรุป นี่คือรายงานการเฝ้าระวังตามปกติที่ย้ำให้ติดตามความเสี่ยง ไม่ใช่สัญญาณยืนยันว่ากำลังเกิดการระบาดใหญ่
แล้วเราวางใจได้เลยหรือไม่? คำตอบคือ ยังต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องครับ ไวรัสไข้หวัดใหญ่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และตราบใดที่เชื้อยังหมุนเวียนอยู่ในสัตว์ปีก ก็ยังมีโอกาสพบการติดเชื้อในมนุษย์เป็นครั้งคราว
ในมุมของนักระบาดวิทยา สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงจำนวนผู้ป่วยที่พบ แต่ต้องติดตามว่า เชื้อมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เริ่มแพร่จากคนสู่คนได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ และความรุนแรงของโรคเปลี่ยนไปอย่างไร เพราะหัวใจของการเฝ้าระวัง คือการตรวจพบสัญญาณความเสี่ยงให้เร็ว เพื่อให้เราตอบโต้ได้ทัน ก่อนที่เหตุการณ์เล็ก ๆ จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ครับ
แล้วข่าวที่ว่าไข้หวัดนกอาจทำให้ประชากรโลกเสียชีวิตถึง 50% ล่ะ? ข้อความที่ถูกนำมาแชร์เป็นคำให้สัมภาษณ์เมื่อหลายปีก่อน เกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการระบาดใหญ่ในอนาคต ไม่ใช่ผลการประเมินสถานการณ์ H9N2 ครั้งนี้ของ WHO
ที่สำคัญ ต้องแยกให้ออกระหว่าง อัตราการเสียชีวิตในกลุ่มผู้ติดเชื้อ กับ สัดส่วนประชากรโลกที่จะเสียชีวิต ซึ่งเป็นคนละความหมายกันโดยสิ้นเชิง
การนำข่าวเก่า ตัวเลขจากเชื้อต่างชนิด และข้อมูลต่างบริบทมาเชื่อมโยงกัน อาจเปลี่ยนข่าวเฝ้าระวังตามปกติให้กลายเป็นข่าวชวนตื่นตระหนกได้ ก่อนแชร์ข่าวสุขภาพ อย่าดูเพียงว่าข่าวน่ากลัวแค่ไหน แต่ควรดูด้วยว่า ข้อมูลมาจากไหน กล่าวถึงเชื้ออะไร และเป็นสถานการณ์เมื่อใด ครับ เราไม่ควรประมาทโรคระบาด แต่ก็ไม่ควรให้ความกลัวนำหน้าข้อเท็จจริง
ประชาชนควรปฏิบัติอย่างไร?
หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตายผิดปกติ หากพบให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ หากมีไข้ ไอ หรืออาการทางเดินหายใจ หลังสัมผัสสัตว์ปีกป่วยหรือตาย หรือตลาดค้าสัตว์ปีกที่มีความเสี่ยง ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสสัตว์ เพื่อให้ได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างเหมาะสม สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ หากพบผู้ป่วยสงสัยไข้หวัดนก ขอให้ซักประวัติการสัมผัสสัตว์อย่างละเอียด ดำเนินการตามแนวทางเฝ้าระวังและสอบสวนโรค พร้อมประสานรายงานกรมควบคุมโรคโดยเร็ว
ประชาชนสามารถแจ้งเหตุหรือขอคำแนะนำได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 การเตรียมพร้อมที่ดีที่สุดคือการรู้เท่าทันความเสี่ยง ตรวจจับให้เร็ว และตอบโต้ให้ทัน ก่อนที่เหตุการณ์เล็ก ๆ จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ครับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'หมอยง' ยกข้อมูลชี้ชัด ความรุนแรงโควิด-19 ปัจจุบัน ไม่ต่างกับไข้หวัดใหญ่
หมอยงชี้นับตั้งแต่มีการระบาดใหญ่ของโลกโควิด 19 เข้าสู่ปีที่ 6 ในปีแรกที่โรคระบาดทุกคนไม่มีภูมิต้านทาน ไม่เคยติดเชื้อ ไม่เคยได้รับวัคซีน ทุกคนมีสิทธิ์ติดโรคได้เท่ากัน
'หมอมนูญ' ยกเคสผู้ป่วยชายวัย85 ติดเชื้อโควิด-19 อาการน้อยเหมือนไข้หวัด เตือนระวังแม้ไม่น่ากลัวเหมือนก่อน
'หมอ' เตือนช่วงนี้คนไทยจำนวนมากกลับมาติดเชื้อโควิด-19 กันใหม่อีก แต่ความรุนแรงของไวรัสในปัจจุบันลดน้อยลงมาก ไม่น่ากลัวเหมือนแต่ก่อน
รัฐบาลจับมือ WHO ผลักดัน 'กระเป๋าสุขภาพดิจิทัล'
รัฐบาลจับมือ WHO ผลักดัน 'Digital Health Wallet' ยกระดับประชาชนเป็นเจ้าของข้อมูลสุขภาพของตนเอง เชื่อมข้อมูลรักษาพยาบาลไร้รอยต่อ รองรับอนาคตสาธารณสุขดิจิทัลระดับโลก
ไทยเปิดสรรหาตัวแทนชิงเก้าอี้ ผอ.ใหญ่ WHO
รัฐบาลเดินหน้ายกระดับบทบาทไทยบนเวทีโลก เปิดรับสมัครบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็นผู้แทนประเทศไ
ไขข้อข้องใจ! 'อีโบลา' เข้าข่าย 'โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์' หรือไม่
ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี โพสต์ข้อความเรื่อง "อีโบลา (Ebola) ถือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STD) หรือไม่?" โดยระบุว่า

