รัฐมนตรีต่างประเทศจีนเดินทางเยือนออสเตรเลีย หวังฟื้นบรรยากาศความสัมพันธ์จากความตึงเครียดเกี่ยวกับนักโทษชื่อดัง, การค้า และการแทรกแซงในฮ่องกง

นายกรัฐมนตรีแอนโธนี อัลบานีส ของออสเตรเลีย (ซ้าย) ให้การต้อนรับหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ก่อนการหารือในกรุงแคนเบอร์รา เมื่อวันที่ 20 มีนาคม (Photo by David GRAY / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 20 มีนาคม 2567 กล่าวว่า หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนเดินทางเยือนกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลียเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2560 ถือเป็นการยุติความอึมครึมทางการทูตระหว่างมหาอำนาจ 2 รายที่ทะเลาะกันทุกเรื่อง ตั้งแต่ต้นกำเนิดของโควิด-19 ไปจนถึงการประจำการทางทหาร
จีนและออสเตรเลียมีความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดมายาวนาน แต่ความพยายามในการแก้ไขความสัมพันธ์เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ทำลายกำแพงความขัดแย้งทางการทูต กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความไว้วางใจซึ่งกันและกันในความสัมพันธ์อย่างช้าๆ
"การเยือนของหวัง อี้ ถือเป็นโมเมนตัมที่ดีที่ทำให้เห็นว่าเราก้าวหน้าไปได้มากเพียงใดในช่วงระยะเวลาสั้นๆ" เพนนี หว่อง รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลียกล่าวแถลง หลังได้หารือกับหวัง อี้
ขณะที่หวัง อี้ กล่าวว่า "สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการยืนหยัดในการแสวงหาจุดยืนร่วมกันในขณะที่สงวนความแตกต่างไปด้วย"
แม้จะยกย่องเสถียรภาพที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ระหว่างรัฐบาลปักกิ่งและแคนเบอร์รา หว่องก็ยังกล่าวเป็นนัยถึงจุดขัดแย้งที่ดำเนินอยู่หลายประการ
"เราได้หารือเกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาโทษของดร.หยาง จุน ซึ่งน่าตกใจมากกับโทษประหารชีวิตที่เขาได้รับ" หว่องกล่าว
หยาง จุน เป็นนักวิชาการชาวจีน-ออสเตรเลียที่ถูกพิพากษาตัดสินประหารชีวิตโดยรอลงอาญาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากศาลปักกิ่งตัดสินว่าเขามีความผิดฐานจารกรรม ซึ่งเจ้าตัวปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างฉุนเฉียว
หว่องกล่าวเสริมว่า ออสเตรเลียยังกังวลเกี่ยวกับประเด็นสิทธิมนุษยชน ทั้งในซินเจียง, ทิเบต และฮ่องกง
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สภาบริหารของฮ่องกงเพิ่งอนุมัติกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ซึ่งมีบทลงโทษที่รุนแรงสำหรับอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการทรยศและการกบฏ
สหรัฐฯ, สหภาพยุโรป, สหราชอาณาจักร และสหประชาชาติออกแถลงการณ์วิพากษ์วิจารณ์ทางการฮ่องกงเกี่ยวกับกฎหมายดังกล่าว โดยระบุว่าพวกเขากังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในเขตการปกครองพิเศษแห่งนี้
ท่ามกลางการถกเถียงกันเรื่องการค้าและความมั่นคง นักการทูตระดับสูงทั้งสองคนยังได้ใช้เวลาไตร่ตรองเรื่องแพนด้ายักษ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการทูตที่จีนมักนิยมใช้สานสัมพันธ์กับมหามิตร
หว่องกล่าวว่า หวัง หวัง และฟู่ หนี ซึ่งเป็นแพนด้า 2 ตัวที่ถูกส่งมายังออสเตรเลียตั้งแต่ปี 2552 มีแนวโน้มที่จะได้อยู่ในออสเตรเลียต่อไป
ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ตึงเครียดของออสเตรเลียกับจีนเริ่มแตกหักในปี 2561 เมื่อออสเตรเลียแบนบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่อย่างหัวเว่ย ออกจากเครือข่าย 5G ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย
จากนั้นในปี 2563 ออสเตรเลียเรียกร้องให้มีการสอบสวนระหว่างประเทศเกี่ยวกับต้นกำเนิดของโควิด-19 ซึ่งเป็นการกระทำที่จีนมองว่ามีแรงจูงใจทางการเมือง
เพื่อเป็นการตอบโต้ รัฐบาลปักกิ่งจึงบังคับใช้ข้อจำกัดทางการค้ากับสินค้าส่งออกส่วนใหญ่ของออสเตรเลีย ซึ่งรวมถึงข้าวบาร์เลย์, เนื้อวัว และไวน์ ขณะเดียวกันก็ระงับการนำเข้าถ่านหินจากออสเตรเลียเช่นกัน
ความขัดแย้งดังกล่าวส่วนใหญ่ค่อยๆ คลี่คลายลงเมื่อความสัมพันธ์ได้รับการแก้ไขแล้ว แม้ว่าข้อจำกัดในการส่งออกไวน์ของออสเตรเลียจะยังคงมีอยู่ก็ตาม
ก่อนที่จะมีการกำหนดข้อจำกัดทางการค้า จีนเป็นจุดหมายปลายทางที่ใหญ่ที่สุดสำหรับไวน์บรรจุขวดของออสเตรเลีย โดยคิดเป็น 33% ของรายได้ทั้งหมดจากการส่งออกในปี 2563 ตามข้อมูลของรัฐบาลออสเตรเลีย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’ ย้ำชาติต้องมาก่อนเสมอ ไทยต้องบริหารสมดุลอำนาจ
นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก Nantiwat Samart เรื่อง ชาติต้องมาก่อนเสมอ
จีนส่ง 'หวัง อี้' เยือนไทย ไม่ใช่แค่ธรรมเนียมปฏิบัติ แต่เป็นการตอกเสาเข็มยุทธศาสตร์
นักวิเคราะห์และสื่อต่างประเทศมองการที่จีนส่ง “หวัง อี้” รัฐมนตรีต่างประเทศจีน มาเยือนไทย” อย่างไรบ้าง
อดีตทูตนริศโรจน์ ชม 'อนุทิน' ต้อนรับ 'หวัง อี้' การทูตชั้นเซียน ตัดไม้ข่มนามกัมพูชา
นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า นายกรัฐมนตรีขับรถไฟฟ้า BYD (Build Your Dream) ที่ นรม.เพิ่งซื้อมาใช้ส่วนตัว พาหวังอี้ไปกินข้าวด้วยตนเอง ทั้งๆที่ในทางพิธีการ (Protocol) หวังอี้มีขบวนรถรับรองอย่างดีที่ทางสำนักนายกรัฐมนตรีจัดเตรียมให้แล้ว
จีนปูด ‘เขมร’ ไม่อยากรบ ‘หนู-กห.’ ชิ่งคุยเปิดด่าน!
“อนุทิน” ยันไม่มีการหารือ “หวัง อี้” เรื่องเลิกเอ็มโอยู 2544 บอกเป็นเรื่องไทย-กัมพูชา จีนเผยเขมรไม่อยากสู้รบแล้ว นายกฯ รับความสัมพันธ์รื้อฟื้นได้ แต่ไม่ใช่ชั่วข้ามคืน “รมว.กห.”

