รัฐบาลทหารเมียนมาปฏิเสธโจมตีโรงพยาบาลยะไข่เพื่อสังหารพลเรือน

คณะรัฐบาลทหารเมียนมาปฏิเสธว่าไม่ได้สังหารพลเรือนในการโจมตีทางอากาศใส่โรงพยาบาลในรัฐยะไข่ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 30 ราย

ผู้คนต่างร้องไห้เมื่อมองดูศพที่ถูกนำมาวางเรียงในสุสานก่อนการฝัง หลังการโจมตีทางอากาศของกองทัพเมียนมา ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองมรัคอู รัฐยะไข่ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม (Photo by AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม 2568 กล่าวว่า เกิดเหตุโจมตีทางอากาศใส่โรงพยาบาลทั่วไปในเมืองมรัคอู รัฐยะไข่ เมื่อคืนวันพุธ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 30 รายและมีรายงานว่าเป็นปฏิบัติการของรัฐบาล

ท้งนี้ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสองคนแจ้งว่า เครื่องบินรบได้ทิ้งระเบิดในพื้นที่เมืองทางตะวันตกซึ่งติดกับบังกลาเทศ เป็นเหตุให้อาคารโรงพยาบาลเสียหายและก่ออันตรายต่อผู้คน

ล่าสุด คณะรัฐบาลทหารเมียนมาออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้โจมตีทางอากาศใส่โรงพยาบาลและทำให้พลเรือนเสียชีวิตตามรายงานดังกล่าว

บทความในหนังสือพิมพ์ Global New Light of Myanmar ระบุว่า "ผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บไม่ใช่พลเรือน แต่เป็นผู้ก่อการร้ายและผู้สนับสนุน"

หน่วยงานสังเกตการณ์ความขัดแย้งกล่าวว่า คณะรัฐบาลทหารได้เพิ่มการโจมตีทางอากาศทุกปีนับตั้งแต่เริ่มสงครามกลางเมืองของประเทศ หลังจากยึดอำนาจในการรัฐประหารปี 2021 ซึ่งยุติระบอบประชาธิปไตยที่ยาวนานกว่าทศวรรษ

สหประชาชาติเรียกร้องให้มีการสอบสวนหลังได้รับรายงานดังกล่าว โดยระบุว่าการโจมตีครั้งนี้อาจเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม

องค์การอนามัยโลกระบุว่า บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยเสียชีวิต, โครงสร้างพื้นฐานของโรงพยาบาลได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยห้องผ่าตัดและหอผู้ป่วยหลักถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง

รัฐยะไข่เกือบทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพอาระกัน (AA) ซึ่งเป็นกองกำลังแบ่งแยกดินแดนของชนกลุ่มน้อยที่เคลื่อนไหวมานานก่อนกองทัพโค่นล้มรัฐบาลพลเรือนของอองซานซูจี ผู้นำประชาธิปไตย

กองกำลังแบ่งแยกดินแดนระบุในแถลงการณ์ว่า มีผู้เสียชีวิต 33 ราย และบาดเจ็บ 76 คน จากการโจมตีของรัฐบาลทหาร

หนังสือพิมพ์ Global New Light of Myanmar รายงานเพิ่มเติมว่า คณะรัฐบาลทหารได้ดำเนินการตามมาตรการรักษาความปลอดภัยที่จำเป็นและเริ่มปฏิบัติการโต้กลับการก่อการร้ายเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ต่ออาคารที่กลุ่มเหล่านั้นใช้เป็นฐาน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลจับมือ WHO ผลักดัน 'กระเป๋าสุขภาพดิจิทัล'

รัฐบาลจับมือ WHO ผลักดัน 'Digital Health Wallet' ยกระดับประชาชนเป็นเจ้าของข้อมูลสุขภาพของตนเอง เชื่อมข้อมูลรักษาพยาบาลไร้รอยต่อ รองรับอนาคตสาธารณสุขดิจิทัลระดับโลก

ไขข้อข้องใจ! 'อีโบลา' เข้าข่าย 'โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์' หรือไม่

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี โพสต์ข้อความเรื่อง "อีโบลา (Ebola) ถือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STD) หรือไม่?" โดยระบุว่า

WHO เรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านของคองโก ต่อต้านการระบาดของไวรัสอีโบลาทันที

องค์การอนามัยโลก (WHO) เรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโค ดำเนินการ “ทันที” เพื่อต่อต้านการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลา