กองทัพรัสเซียโจมตีหลายเมืองทั่วยูเครนต่อเนื่องในวันอังคาร คาร์คิฟโดนหนักสุด มิสไซล์ถล่มใจกลางเมืองมีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 18 คน รัฐบาลอินเดียเผยนักศึกษาสังเวยด้วย กลาโหมรัสเซียเตือนเล็งเป้าทำลายอาคารฝ่ายความมั่นคงยูเครนในกรุงเคียฟ แนะประชาชนอพยพให้ห่าง

เอเอฟพีรายงานสถานการณ์ในยูเครนเมื่อวันอังคารที่ 1 มีนาคม 2565 ซึ่งเป็นวันที่ 6 ของการเคลื่อนทัพรัสเซียเข้ารุกรานยูเครน ว่ากองทัพรัสเซียเปิดฉากโจมตีเมืองคาร์คิฟ เมืองใหญ่อันดับสองของยูเครนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือติดชายแดนรัสเซีย อย่างต่อเนื่อง ภายหลังการเจรจาสันติภาพเบื้องต้นระหว่างยูเครนกับรัสเซียที่เบลารุสไม่ได้ผลลัพธ์อันใดเมื่อวันจันทร์
หน่วยบริการฉุกเฉินในเมืองคาร์คิฟเปิดเผยว่า จัตุรัสใจกลางเมืองและอาคารที่ทำการของรัฐบาลท้องถิ่นตกเป็นเป้าหมายการยิงมิสไซล์และปืนใหญ่โจมตีเมื่อวันอังคาร มีคนสังเวยชีวิตอย่างน้อย 10 คน และบาดเจ็บมากกว่า 20 คน และมี 10 คนได้รับการช่วยชีวิตออกมาจากซากอาคารที่พังถล่ม
นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้เสียชีวิตอีก 8 คน บาดเจ็บ 6 คน เมื่อรัสเซียโจมตีทางอากาศถล่มอาคารที่พักอาศัยหลังหนึ่งทางตะวันออกของเมือง
โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวถึงการโจมตีเมืองคาร์คิฟ ที่มีประชากร 1.4 ล้านคนว่าเป็น "อาชญากรรมสงคราม" เขายังประณามเมื่อวันอังคารว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็น การก่อการร้ายโดยรัฐของรัสเซีย
ผู้นำยูเครนเรียกร้องอีกครั้งถึงสหภาพยุโรป ในวิดีโอคำปราศรัยต่อรัฐสภายุโรปเมื่อวันอังคารว่า พิสูจน์ว่าพวกคุณอยู่ข้างเรา พิสูจน์ว่าพวกคุณไม่ทอดทิ้งเรา และพวกคุณเป็นชาวยุโรปที่แท้จริง
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในเมืองมาริอูโปลที่อยู่ติดทะเลอาซอฟกล่าวเช่นกันว่า เมืองนี้โดนโจมตีและทำให้ไฟฟ้าดับ ส่วนเมืองเคอร์ซอนที่อยู่ติดทะเลดำ นายกเทศมนตรีอีกอร์ โคลีคาเยฟ โพสต์เฟซบุ๊กว่า กองทัพรัสเซียตั้งจุดตรวจทั่วทางเข้าของเมือง แต่เมืองนี้ยังเป็นของยูเครนและยังสามารถต้านทานได้ นอกจากนี้ยังมีรายงานเสียงระเบิดดังทั้งภายในและรอบเมืองโบรวารี ชานกรุงเคียฟ

กระทรวงกลาโหมรัสเซียออกคำเตือนต่อประชาชนในกรุงเคียฟเมื่อวันอังคารด้วยว่า รัสเซียจะโจมตีเป้าหมายที่เป็นอาคารหน่วยข่าวกรองและความมั่นคงของยูเครนกลางเมืองหลวง โดยใช้อาวุธที่มีความแม่นยำสูง และขอให้ผู้ที่อยู่ใกล้เคียงอพยพออกไป
รัฐบาลยูเครนกล่าวว่า นับตั้งแต่ประธานาธิบดีปูตินส่งทหารรุกรานยูเครนเมื่อวันพฤหัสบดี ถึงขณะนี้มีพลเรือนสังเวยชีวิตแล้วมากกว่า 350 คน รวมถึงเด็ก 16 คน สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติกล่าวเมื่อวันอังคารว่า มีผู้อพยพลี้ภัยออกจากยูเครนแล้วมากกว่า 660,000 คน โดยเกือบ 400,000 คนอยู่ในโปแลนด์
ศาลอาญาระหว่างประเทศเปิดการสอบสวนอาชญากรรมสงครามกับรัสเซียแล้ว ขณะที่โจเซ็ป บอร์เรลล์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรปกล่าวว่า การโจมตีของรัสเซียล่าสุดนี้ "ละเมิดกฎแห่งสงคราม"
เมื่อวันจันทร์ ปูตินได้โทรศัพท์สนทนากับประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสอีกครั้ง โดยผู้นำรัสเซียประกาศเงื่อนไขของเขาหากต้องการให้สงครามนี้ยุติลง ซึ่งรวมถึงให้โลกตะวันตกยอมรับอำนาจอธิปไตยของรัสเซียเหนือไครเมีย และทำให้ยูเครนปลอดการทหาร
ต่อมาในวันอังคาร รัฐมนตรีกลาโหม เซอร์เกย์ ชอยกู กล่าวว่า รัสเซียจะยังคงบุกต่อไป "จนกว่าจะบรรลุเป้าหมายที่วางไว้" เขากล่าวถึงการทำให้ยูเครนปลอดทหารและปลอดนาซี และปกป้องรัสเซียจากภัยคุกคามทางทหารที่เกิดจากประเทศตะวันตก
โลกตะวันตกเพิ่มการคว่ำบาตรเพื่อโดดเดี่ยวรัสเซียยิ่งขึ้นเรื่อยๆ โดยประเทศและองค์กรต่างๆ ทั้งรัฐและเอกชนทยอยกันประกาศมาตรการลงโทษรัสเซียทั้งทางการทูต, เศรษฐกิจ, วัฒนธรรม หรือแม้แต่กีฬา เมื่อวันอังคาร แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ แนะให้ถอดรัสเซียพ้นคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ
ดมิตรี เมดเวเดฟ อดีตประธานาธิบดีรัสเซียที่ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาความมั่นคงของรัสเซียในปัจจุบัน ตอกกลับมาตรการคว่ำบาตรของโลกตะวันตกว่า "อย่าลืมว่าในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ สงครามทางเศรษฐกิจมักกลายเป็นสงครามจริง"
อีกด้านหนึ่ง กระทรวงการต่างประเทศของอินเดียแถลงที่กรุงนิวเดลีวันเดียวกันว่า มีนักศึกษาชายชาวอินเดียคนหนึ่งเสียชีวิตเพราะปืนใหญ่ที่ถล่มเมืองคาร์คิฟเมื่อวันอังคาร รัฐมนตรีต่างประเทศอินเดียย้ำต่อเอกอัครราชทูตของทั้งยูเครนและรัสเซียให้เปิดช่องทางปลอดภัยสำหรับชาวอินเดียออกจากเมืองนี้และเมืองอื่นๆ ในพื้นที่ขัดแย้ง
ก่อนรัสเซียรุกราน มีชาวอินเดียอยู่ในยูเครนประมาณ 20,000 คน ราว 8,000 คนสามารถออกจากยูเครนได้ โดย 1,400 คนกลับถึงอินเดียแล้ว สื่ออินเดียรายงานคำบอกเล่าของนักศึกษาบางคนที่กลับมาถึงบ้านว่า นักศึกษาอินเดียบางส่วนถูกขัดขวางไม่ให้ข้ามพรมแดนเข้าประเทศเพื่อนบ้านของยูเครนหากไม่ยอมจ่ายเงินให้พวกเจ้าหน้าที่ควบคุมจุดผ่านแดน
ขณะเดียวกัน รอยเตอร์รายงานว่า หน่วยงานด้านการโยกย้ายถิ่นฐานของยูเอ็นเปิดเผยว่า มีชาวต่างชาติตกค้างอยู่ในยูเครนประมาณ 470,000 คน รวมถึงนักศึกษาและแรงงานต่างด้าว และเรียกร้องประเทศเพื่อนบ้านทั้งหลายของยูเครนให้ที่พักพิงแก่ผู้ที่อพยพหนีภัย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัสเซียถล่มยูเครน ด้วยโดรนเกือบ 1,000 ลำภายใน 24 ชั่วโมง
นับเป็นการโจมตีตอนกลางวันครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่เริ่มสงคราม รัสเซียถล่มยูเครนด้วยโดรนเกือบ 1,000 ลำภายใน 24 ชั่วโมง ตามรายงานของเคียฟเมื่อวันอังคาร มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 คน
พน.ทาบซื้อนํ้ามัน‘รัสเซีย’
“พิพัฒน์” ชี้หลัง 16 มี.ค. รู้ผลดีเซลขยับราคาอย่างไร เผยพลังงานพยายามเจรจาซื้อน้ำมันเพิ่มเติมจากรัสเซีย ยันไม่มีขาดตลาดแน่นอน “อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน” บอกโรงกลั่นไทยรับน้ำมันแดนหมีขาวได้
ลุ้น! ปรับราคา 'ดีเซล' หลัง 16 มี.ค. เร่งเจรจาซื้อน้ำมันรัสเซีย
'พิพัฒน์' ให้รอลุ้นหลัง 16 มี.ค. ดีเซลขยับราคาอย่างไร ส่วนเบนซินปรับตามสถานการณ์น้ำมันดิบ ย้ำสบายใจได้ไม่ขาดตลาดแน่ ก.พลังงาน เร่งเจรจาซื้อน้ำมันเพิ่มจากรัสเซีย
รัสเซีย พร้อมจัดส่งน้ำมันและก๊าซให้กับประเทศในยุโรป
รัสเซียแสดงความพร้อมที่จะจัดหาน้ำมันและก๊าซให้กับประเทศในยุโรป ท่ามกลางราคาน้ำมันและก๊าซที่พุ่งสูงขึ้นหลังสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลและอิหร่าน
ล่าระทึก 'ดีเจรัสเซีย' เอเย่นต์ยานรกรายใหญ่ สั่งซื้อผ่าน AI ขุดดินรับของ
ปฏิบัติการสกัดระทึกย่านชุมชน ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.วินิจ บุญชิต สว.ส.ทท.5 กก.2 บก.ทท.3 ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีชายชาวต่างชาติพักอาศัยในซอยบ่อขยะ ต.เกาะพะงัน ลักลอบขายยาเสพติดหลายชนิดให้กับนักท่องเที่ยว
สเปน คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัยว่าเป็นกองเรือเงาของรัสเซีย ไปยังท่าเรือโมร็อกโก
ทางการสเปนระบุว่า กำลังคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเชื่อว่าเป็นของกองเรือเงาของรัสเซีย ที่ประสบปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้อง

