เมียนมาปล่อยตัว 'ไป่ ทาคน' นักแสดง-นายแบบคนดัง

ทีมทนายความของ "ไป่ ทาคน" เปิดเผยกับเอเอฟพีว่า นักแสดงและนายแบบหนุ่มชาวเมียนมารายนี้ได้รับการอภัยโทษและถูกปล่อยตัวจากเรือนจำแล้ว หลังจากถูกตัดสินจำคุก 3 ปี ฐานเข้าร่วมการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยภายหลังการรัฐประหารเมื่อปีกลาย

แฟ้มภาพ เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2564 ไป่ ทาคน (กลาง) เข้าร่วมการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐประหารที่ย่างกุ้ง (Photo by AFP)

เอเอฟพีรายงานอ้างคำกล่าวของทนายความเมื่อวันพุธที่ 2 มีนาคม 2565 ว่านักแสดงหนุ่มชาวเมียนมาวัย 25 ปี ที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั้งในเมียนมาและในไทย ได้รับการอภัยโทษและปล่อยตัวจากเรือนจำในวันเดียวกันนี้ และเขาเดินทางกลับถึงบ้านแล้ว

ไป่ ทาคน เข้าร่วมขบวนการประท้วงต่อต้านรัฐประหารเมื่อปีที่แล้ว ทั้งการร่วมเป็นแกนนำชุมนุมประท้วงหลายครั้ง และการแสดงออกผ่านโซเชียลมีเดีย เขาถูกทางการเมียนมาบุกเข้าจับกุมที่บ้านของมารดาในนครย่างกุ้งเมื่อเช้ามืดวันหนึ่งในเดือนเมษายน ต่อมาในเดือนธันวาคม เขาถูกตัดสินจำคุก 3 ปีพร้อมการใช้แรงงานหนัก ในความผิดฐานเผยแพร่การต่อต้านกองทัพ

รัฐบาลเมียนมายืนยันข่าวการปล่อยตัวเขา โดยคำแถลงเปิดเผยว่า ยังมีนักแสดงคนอื่นๆ ได้รับการปล่อยตัวด้วย ได้แก่ ลู มิน, ปยี ติ อู และไอน์ดรา จ่อ ซิน "เพื่อให้พวกเขาได้มีส่วนร่วมในการสร้างชาติด้วยศิลปะของพวกเขาต่อไป" คำแถลงไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หนุ่มเมียนมาหึงโหด! ทุบขวดเบียร์กระหน่ำแทงแฟนเก่า ก่อนแทงคอตัวเอง

ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งเหตุมีคนถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ ที่หน้าห้องเช่าไม่มีชื่อ ภายในซอยสนามกอล์ฟกรีนวัลเล่ย์ ตำบลบางโฉลง

'ดร.อานนท์' เปิดความจริง 'รพ.อุ้มผาง' ที่เห็นกับตาตัวเอง

ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "ผมเข้าใจว่าพี่น้องชาวไทยหลายคนรู้สึกไม่ดีที่โรงพยาบาลอุ้มผาง รักษาพี่น้องชาวพม่าเยอะมาก

กระตุกไทย 'เมียนมา' อยู่ในเรดาห์มหาอำนาจ เร่งสร้างบทบาทลดความขัดแย้ง

“ปณิธาน” ชี้ เมียนมาคือพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ ไทยควรเป็นตัวกลางหยุดยิง นักวิจัยย้ำเร่งสร้างบทบาทเชิงรุกเหตุอยู่ในเรดาห์มหาอำนาจ อาจกลายเป็นพันธมิตรสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศและของภูมิภาคในระยะยาว

ฉากทัศน์และความเป็นไปได้หากศาลโลกตัดสิน ‘เมียนมา’ คดี ‘โรฮิงญา’

นักวิชาการธรรมศาสตร์มอง คดีโรฮิงญาในศาลโลกมีน้ำหนักพอเอาผิดรัฐบาลทหารเมียนมาได้ แต่การบังคับใช้คำตัดสินยังติดข้อจำกัด ชี้แรงกดดันอาจตกอยู่ที่อาเซียนและไทย ขณะการค้า-การลงทุนเสี่ยงกระทบ หากถูกคว่ำบาตรจากนานาชาติ