
เดือนเมษายนนี้เป็นเดือนแห่งความร้อนระอุ อุณหภูมิสูงขึ้นทั่วประเทศไทย ทำลายสถิติของอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วประเทศ สะท้อนภาพชัดของสภาพอากาศสุดขั้ว ที่น่าวิตกค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) ช่วงเดือนเมษายน บางพื้นที่อาจมีดัชนีความร้อน (อุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกจริง) สูงถึง 60 องศาเซลเซียส ซึ่งอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายมาก เกินกว่าร่างกายจะทนได้ เสี่ยงต่อโรคฮีทสโตรก เสี่ยงสูบกลางแดดถึงขั้นเสียชีวิตโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สุงอายุและผู้ที่ต้องทำงานตากแดดอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน ท่ามกลางสัญญาณเตือนจากนักวิทยาศาสตร์แนวโน้มจะรุนแรงและเกิดบ่อยขึ้นจากภาวะโลกร้อน
ขณะที่ช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้กรมอุตุนิยมวิทยาออกโรงเตือนอากาศจะร้อนยิ่งกว่าเดิม พื้นที่กรุงเทพฯ ทะลุ 41 องศาฯ เนื่องจากความกดอากาศต่ำจากความร้อนยังคงครอบคลุมประเทศไทยตอนบน ส่วนภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง อุณหภูมิสูงสุดแตะ 42 องศาฯ ภาคตะวันออก 40 องศาฯ ทั่วไทยร้อนถึงร้อนจัด หลายพื้นที่สภาวะอากาศแปรปรวนเสี่ยงอันตรายพายุฤดูร้อน เพราะสภาพอากาศร้อนจัดเป็นปัจจัยหนุน

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต เตือนแม้ว่าไทยยังไม่ได้เข้าสู่ปรากฎการณ์เอลนีโญ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีผลกระทบตั้งแต่ในช่วงกลางปี 2569 นี้ต่อเนื่องไปถึงต้นปีหน้า สงกรานต์ปี 2569 ร้อนสุดๆ แทบทุกจังหวัด สภาพอากาศจะร้อนจัดในช่วงวันที่ 14-16 เมษายน โดยเฉพาะ จ. กาญจนบุรี นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท และสุพรรณบุรี ผลพวงของกิจกรรมมวลมนุษยชาติบนโลกจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทำให้โลกเข้าไปสู่สมดุลใหม่ โดยพลังงานที่ส่งมาจากดวงอาทิตย์ถูกดูดซับไว้ในมหาสมุทร และบนแผ่นดินกว่า 91 และ 5 % ตามลำดับ ดังนั้น ทั้งอุณหภุมิน้ำทะเล และบนบกจึงสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต อนาคตยิ่งได้รับผลกระทบรุนแรง มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เชิงประจักษ์ จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมรับมือทุกภาคส่วน
รศ.ดร.เสรี กล่าวว่า ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลให้โลกไม่สมดุล เมื่อก่อนพลังงานที่ส่งมาจากดวงอาทิตย์สะท้อนกลับไปยังชั้นบรรยากาศโลก แต่ปัจจุบันพลังงงานถูกดูดซับไว้ในน้ำ 91% และบนแผ่นดินกว่า 5 % ทำให้โลกร้อนไปหมด หากคนรุ่นปัจจุบันไม่ทำอะไรเลยจะเกิดสภาพอากาศสุดขั้วมากขึ้นอย่างแน่นอน ภัยพิบัติที่เกิดความต่อเนื่อง เรากำลังจะก้าวสู่ยุค Climate Reality ที่วิกฤตสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบชัดเจนและรุนแรงผ่านภัยธรรมชาติสุดขั้ว ซึ่งมหาอุทกภัยหาดใหญ่ ปี 68 เป็นเหตุการณ์ที่ชัดเจนสุด
ขณะนี้เรากำลังเปลี่ยนผ่านสู่เอลนีโญ ช่วงครึ่งหลังของปีนี้ยาวจนถึงเดือนเมษายนปีหน้า จะเป็นช่วงที่เอลนีโญเข้ามาแช่อยู่ในไทยเต็มที่ ทำให้อากาศจะร้อนกว่านี้ และอาจทำสถิติร้อนที่สุดได้ ส่วนคาดการณ์อุณหภูมิสูงสุดในเดือนเมษายนนี้ ประเมินว่า ไม่น่าจะเกิน 43 องศาฯ อยู่ที่ประมาณ 41-42 องศาฯ อดีตประเทศไทยเคยร้อนถึง 44.6 องศาฯ มาแล้วในช่วงซูเปอร์เอลนีโญ
นักวิชาการด้านภัยพิบัติ กล่าวว่า ในอดีตตั้งแต่มีการจดบันทึกไทยเกิดปรากฎการณ์ซุปเปอร์เอลนีโญ 3 ครั้ง ได้แก่ ช่วงปี พ.ศ. 2525-2526, 2540-2541 และ ปี 2558-2559 โดยครั้งล่าสุดส่งผลให้อุณหภูมิในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นกว่า 2.3 องศาฯ ปีนั้นจ.ลำปางอุณหภูมิทะลุ 46 องศาฯ และปีที่เป็นสตรองเอลนีโญเกิดความเสียหายรุนแรง โดยเฉพาะด้านการเกษตรลบ 6.4% ของ GDP ภาคเกษตร หนักมากทั้งผลผลิตข้าว ปี 2567 ร้อน แล้ง น้ำไม่พอ ผลผลิตเกษตรกรรมกระทบหนัก ผลผลิตทุเรียนติดลบ 52% อิทธิพลของภาวะโลกร้อนมีมาก ความรุนแรงในอนาคตข้างหน้าซุปเปอร์เอลนีโญอาจจะเกิดน้อยลง แต่ไม่ได้หมายความว่า ความเสียหายจะน้อยลง
“ ซุปเปอร์เอลนีโญครั้งสุดท้ายปี 2559 อิทธิพลส่งผลให้อุณหภูมิเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันสภาวะโลกร้อนผสมเอลนีโญจะส่งผลให้ร้อนพุ่งสูงขึ้นอีก งานวิจัยยังแสดงแนวโน้วอุณหภูมิสูงสุดที่จะทำลายสถิติในเดือนเมษายนจะถี่ขึ้นในอนาคต เดือนเมษายนเราต้องเจอร้อนๆๆ ถี่ขึ้น สรุปจากงานวิจัยระดับความรุนแรงของเอลนีโญไม่จำเป็นต้องเป็นซุปเปอร์เอลนีโญ เราก็เหนื่อยแล้ว “

ในรายงานของคณะทำงาน IPCC บ่งชี้ชัดเจนสภาพอากาศแปรปรวนเป็นผลสืบเนื่องจากโลกร้อนอย่างแน่นอน หนีไม่พ้นภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเฉพาะประเทศไทย มีความเสี่ยงสภาพอากาศสุดขั้ว จากแล้งไปท่วม จากท่วมไปแล้ง การเปลี่ยนแปลงฉพาะความถี่เกิดขึ้นมากกว่า 200% ขณะที่ความรุนแรงเพิ่มขึ้น 20% เป็นแนวโน้มในอนาคต ส่วนคลื่นความร้อน (Heat Wave ) อนาคตบ่งชี้อายุยืน เดินทางไกล ไปอย่างช้าๆ พฤติกรรมเหมือนน้ำท่วม ฝนตกแช่ จากข้อมูลพื้นที่อุณหภูมิสูงเกิน 35 องศาฯ จำนวนวันยาวนานกว่า 20 วัน ในหลายพื้นที่ อนาคตจะร้อนนาน 3 เดือน 4 เดือน อนาคตกรุงเทพฯ จะเป็นอย่างนี้ เราจะอยู่กันอย่างไร ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อประเทศไทย หลายหน่วยงานและทุกภาคส่วนต้องช่วยกันเตรียมรับมือในระดับพื้นที่ให้มากที่สุด
“ ความแปรปรวนสภาพภูมิอากาศอดีตถึงปัจจุบัน ทั้งแล้งและท่วมเพิ่มขึ้น เผชิญมาแต่อดีต แต่โลกร้อนเร่งให้เกิดบ่อยขึ้น สภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดในไทย มีข้อมูลบ่งชี้เห็นเอลนีโญอาจเกิดน้ำท่วมได้ ลานีญาก็แล้งได้เหมือนกัน แต่แน่นอนปีที่หนัก เช่น 2548 แล้งหนักเพราะเอลนีโญ ท่วมหนักเป็นปีลานีญา อย่างไรก็ตาม ปีนี้ฝนไม่ดีฝนที่ไม่ดีอาจนำไปสู่แล้งที่หนักขึ้น พื้นที่เพาะปลูกหากลง 60 ล้านไร่ อาจจะเสียหายหนัก ประเด็นสำคัญถ้าดัชนีเอลนีโญปลายปีนี้บ่งชี้ สตรองเอลนีโญ ภาคเกษตรกรรมเหนื่อยแน่นอน “ รศ.ดร.เสรี กล่าว
อากาศร้อน แล้งยังส่งผลกระทบต่อมลพิษผอ.ศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ ระบุสภาพอากาศที่แห้งและร้อนจัดจะเอื้อต่อการเกิดไฟป่าและทำให้ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือรุนแรงมากขึ้นเนื่องจากสภาพอากาศที่นิ่งและการระ บายอากาศไม่ดี
นอกจากนี้หากมองอนาคตน่ากังวลนักวิชาการภัยพิบัติย้ำไทยจะเผชิญสภาพอากาศร้อนและจะเป็นอันตรายต่อร่างกายมากที่สุด เช่นเดียวกับกัมพูชาและพม่า ถึงเวลาแล้วที่เป็นวาระแห่งชาติ ฝากภาคนโยบายหาแนวทาง ปัญหาจะอยู่ที่ปลายปีนี้และปีหน้า 2570 จะเป็นซุปเปอร์เอลนีโญหรือสตรอง เอลนีโญต้องวิเคราะห์ผลกระทบและความเสี่ยงฝนทิ้งช่วง ความเสี่ยงขาดแคลนน้ำที่อาจจะเกิดกับประเทศไทย

เช่นเดียวกับ สนธิ คชวัฒน์ เตือนประชาชนคนไทยต้องเตรียมรับมือจากสภาวะปรากฏการณ์เอลนีโญในปี 2569 รวมทั้งมีแนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปีที่ คาดว่าจะเข้าสู่สภาวะ “ซูเปอร์เอลนี โญ” จะทำให้เกิดสภาวะร้อนจัด แห้งแล้งรุนแรง และฝนทิ้งช่วงยาวนานกว่าปกติ จะมีผลกระทบอุณหภูมิพุ่งสูงและดัชนีความร้อนระดับอันตราย อากาศร้อนจัดทำลายสถิติของอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วประเทศโดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนเดือนมีนาคม–พฤษภาคม จะมีอุณ หภูมิสูงกว่าค่าปกติประมาณ 1.5 องศาฯ อาจพุ่งสูงถึง 42– 43 องศาฯ ในหลายพื้นที่ .ดัชนีความร้อนช่วงเดือนเมษายนอยู่ในระดับที่เป็นอันตราย เสี่ยงต่อโรคฮีทสโตรก รวมถึงภาวะฝนทิ้งช่วงและภัยแล้งรุนแรง จะมีฝนน้อยกว่าปกติโดยปริมาณฝนมีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจนลดลงประมาณถึง 40%ตั้งแต่เดือนพ.ค.–มิ.ย. เป็นต้นไป โดยเฉพาะภาคใต้และภาคตะวันออกที่เสี่ยงจะเจอฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยมากที่สุด
นอกจากนี้ มีความเสี่ยงขาดแคลนน้ำโดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทานจะได้รับผลกระทบหนักที่สุดในจังหวัดจันทบุรี ประ จวบคีรีขันธ์และชุมพรซึ่งอาจจะขาด แคลนน้ำเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภค แม้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำปัจจุบันจะยังเพียงพอ ประมาณร้อยละ 50 เมื่อสิ้นสุดฤดูแล้ง หากฝนทิ้งช่วงยาวนานจะส่งผลต่อปริมาณน้ำสะสมสำหรับปี 2570 อีกทั้งต้นทุนพลังงานสูงขึ้น โดยอากาศที่ร้อนจัดทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้น และรัฐอาจต้องบริหารจัดการน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าทดแทนพลังงานรูปแบบอื่นส่งผลต่อต้นทุนค่าครองชีพ การจัดการน้ำรัฐบาลควรเตรียมการบริหารจัดการน้ำอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงนอกเขตชลประทาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ถอดรหัส ‘เอลนีโญ’ กับศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม ชวนเยาวชนรับบท Climate Detective ในงานนวัตกรรมวิทย์พลิกโลก 69
ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม ซึ่งบริหารงานโดย บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group ชวนเยาวชนและนักท่องเที่ยวสวมบทบาท “Climate Explorer and Detective”
เมืองน่านล้างบ้านได้! 'ดร.เสรี ศุภราทิตย์' อัปเดตสถานการณ์ฝนถึงสิ้นเดือนนี้ ไม่มีน้ำล้นตลิ่ง
ดร.เสรี ศุภราทิตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เมืองน่านล้างบ้านได้ "ไม่มีน้ำล้นตลิ่ง" ผลการ Update สถานการณ์ ณ. ปัจจุบันถึงปลายเดือนนี้ไม่มีสถานการณ์รุนแรง ล้างบ้าน ทำความสะอาดได้น่ะครับ ส่วนช่วงวันที่ 24-25 และ 29-30 สค. อาจจะมีฝนตกเพิ่ม
'ทรงศักดิ์' ยัน มีงบฯรับมือ 'เอลนีโญ' ทั้งป้องกัน - เยียวยา ถ้าไม่พอมีงบฯกลาง
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวถึงการเตรียมรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญ
CKP รับต้นทุนเชื้อเพลิงสูงกดกำไรลดเหลือ 326ล้านบาท
CKP รับต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่งกดรายได้โรงไฟฟ้าNN2-BICลดลง ส่งผลกำไรจากการดำเนินงานครึ่งปีแรกแค่ 326 ล้านบาท พร้องเร่งพัฒนาระบบคาดการณ์น้ำ รับมือแนวโน้มเอลนีโญ

