กระตุกไทย 'เมียนมา' อยู่ในเรดาห์มหาอำนาจ เร่งสร้างบทบาทลดความขัดแย้ง

“ปณิธาน” ชี้ เมียนมาคือพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ ไทยควรเป็นตัวกลางหยุดยิง นักวิจัยย้ำเร่งสร้างบทบาทเชิงรุกเหตุอยู่ในเรดาห์มหาอำนาจ อาจกลายเป็นพันธมิตรสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศและของภูมิภาคในระยะยาว

1 ก.พ.2569 – ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการเมืองระหว่างประเทศ กล่าวในงาน Decoding Myanmar’s 2026 Economy ซึ่งจัดโดยศูนย์วิจัยเศรษฐกิจเพื่อการลงทุน (Business Research Center) บริษัท เอเชีย อินไซต์ เทคโนโลยี   ว่า การเลือกตั้งในเมียนมาครั้งนี้ไม่ใช่การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองแบบเดิม แต่เป็นกระบวนการ “ขึ้นรูปประเทศใหม่” ทั้งระบบ ท่ามกลางแรงกดดันจากโครงสร้างอำนาจภายในและบริบทภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ โดยมีการวางระบบไว้ล่วงหน้าแล้ว

ดร.ปณิธาน ระบุว่า สำหรับประเทศไทย เมียนมาไม่ใช่เพียงประเทศเพื่อนบ้าน แต่เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และแรงงาน ไทยจึงควรตั้งคำถามอย่างจริงจังว่าจะมีบทบาทช่วยลดความขัดแย้งระยะยาวโดยไม่ทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้นได้อย่างไร หากไทยและอาเซียนยังมองเมียนมาผ่านกรอบเดิม อาจพลาดโอกาสสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของภูมิภาคในรอบหลายทศวรรษ

“รัฐบาลไทยควรมีบทบาทเชิงรุกในการช่วยผลักดันสันติภาพและการเปิดประเทศของเมียนมา แต่ต้องเป็นบทบาทที่แตกต่างจากอดีตอย่างชัดเจน เนื่องจากโครงสร้างอำนาจในเมียนมาเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และมหาอำนาจอย่างจีน อินเดีย สหรัฐฯ ญี่ปุ่น รวมถึงพันธมิตรอย่างสิงคโปร์ ได้ขยับเข้ามามีบทบาทอย่างจริงจังแล้ว ไทยจึงไม่อาจเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์หรือคนกลางเชิงสัญลักษณ์อีกต่อไป แต่ต้องเป็น “ผู้กำหนดยุทธศาสตร์” อย่างแท้จริง” ดร.ปณิธาน ระบุ

ดร.ปณิธาน เห็นว่า ไทยควรทำหน้าที่เป็นตัวกลาง (Broker) ในการผลักดันให้เกิดการเจรจาหยุดยิง (Ceasefire) โดยไม่เลือกข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่สนับสนุนให้เกิด “พื้นที่การเมืองใหม่” ที่การพูดคุยมีความหมายจริง ลดการเผชิญหน้า และสร้างเงื่อนไขให้เกิดการหยุดยิงชั่วคราวในบางพื้นที่ มาตรการเชิงสัญลักษณ์ที่ไทยสามารถผลักดันได้ทันที คือการเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษการเมืองหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นสัญญาณสำคัญของความชอบธรรม และเป็นจุดเริ่มต้นของการปลดล็อกทางการเมืองในลำดับถัดไป

 ดร.ปณิธานตั้งข้อสังเกตว่า ยังไม่ชัดเจนว่ารัฐบาลไทยชุดใหม่จะมีบุคลากรที่สามารถตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ได้มากเพียงพอหรือไม่ เพราะการขยับเข้าไปในเมียนมาไม่ใช่เพียงเรื่องการเมือง แต่ต้องใช้พลังทางเศรษฐกิจ การทูต และความมั่นคงควบคู่กัน หากจะเดินหน้าอย่างจริงจัง ไทยจำเป็นต้องทำงานร่วมกับจีน อินเดีย ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ ในระดับที่เข้มข้นกว่ากรณีประเทศเพื่อนบ้านอื่น เนื่องจากเมียนมาเป็นพื้นที่ที่มีเดิมพันสูงทั้งด้านทรัพยากร เส้นทางคมนาคม และความมั่นคงชายแดน

“หากทำได้สำเร็จ นี่จะเป็นบริบทใหม่ของการต่างประเทศไทยอย่างแท้จริง ชายแดนยาวกว่า 2,400 กิโลเมตรที่เคยเป็นภาระ อาจกลายเป็นพื้นที่ที่ลดความเสี่ยงและเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจในระยะยาว แต่ทั้งหมดต้องอาศัยผู้นำและยุทธศาสตร์ใหม่ ไม่ใช่การแก้ปัญหาระยะสั้น” ดร.ปณิธาน กล่าว

ด้านนางสาวธัญณิชา เหลิมทอง หัวหน้าศูนย์วิจัยเศรษฐกิจเพื่อการลงทุน บริษัทเอเชีย อินไซต์ กล่าวว่า จากการศึกษา Decoding Myanmar’s 2026 Economy และการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้มีส่วนได้เสียในเมียนมา โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีความขัดแย้งกับรัฐบาล พบว่าความขัดแย้งที่ยืดเยื้อทำให้ผู้คนจำนวนมากเกิดภาวะ “ความอ่อนล้าจากความขัดแย้ง” (Conflict Fatigue) โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้คือการรักษาชีวิตและลดการสูญเสีย

เธอระบุว่า สัญญาณดังกล่าวถือเป็นปัจจัยบวกในมุมของนักลงทุน เพราะสะท้อนว่าการเปิดเจรจาเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ แม้ต้องใช้เวลา เนื่องจากทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าความมั่นคงต้องมาก่อนการพัฒนา พร้อมย้ำว่าเมียนมาและไทยไม่สามารถแยกจากกันได้ ทั้งสองประเทศควรใช้ศักยภาพร่วมกันเป็น “สะพานเศรษฐกิจ” เชื่อมภูมิภาค เนื่องจากเมียนมาเป็นจุดยุทธศาสตร์ระหว่างจีน อินเดีย และอาเซียน

“เมียนมาอยู่ในเรดาร์ของมหาอำนาจ และไทยไม่สามารถมองข้ามได้ หากไทยมีบทบาทเชิงรุก เมียนมาอาจกลายเป็นพันธมิตรสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศและของภูมิภาคในระยะยาว” นางสาวธัญณิชา กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อดีตบิ๊กข่าวกรอง อัดสส.พรรคส้มต้าน 'มิน ออง ไลง์' แต่กลับชอบ 'ฮุน เซน'

“นันทิวัฒน์” ซัดนักการเมืองตะโกนต้าน “มิน ออง ไลง์” กลางรัฐสภา ชี้ผู้นำต่างประเทศมาเยือนไทยต้องให้เกียรติในฐานะแขก เหน็บนักสิทธิ-สส. “คลั่งประชาธิปไตย” จงเกลียดจงชังผู้นำเมียนมาตามตะวันตก แต่กลับเสนอเปิดด่านเป็นเพื่อนบ้านที่ดีกับ “ฮุน เซน”

'ไทย-เมียนมา' จับมือใช้ดาวเทียมรับมือไฟป่า-น้ำท่วม-ภัยพิบัติ

รัฐบาลเดินหน้าความร่วมมือไทย–เมียนมา ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมรับมือไฟป่า น้ำท่วม และดูแลทรัพยากรธรรมชาติชายแดน ยกระดับการจัดการภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

ไทย-เมียนมาออกแถลงการณ์ร่วม ยกระดับความร่วมมือทุกมิติ

นายกรัฐมนตรีไทยและประธานาธิบดีเมียนมาออกแถลงการณ์ร่วมภายหลังการหารือทวิภาคี ยืนยันเดินหน้าขยายความร่วมมือด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้าชายแดน การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชา

พรรคประชาชน แสดงจุดยืนคัดค้าน 'มิน อ่อง หล่าย' เยือนไทย เปิด 6 ข้อเรียกร้องรัฐสภา-รัฐบาล

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วยนายศิรชัช ตรีวิศวเวทย์ คณะทำงานโครงการเครือข่ายประชาธิปไตยอาเซียนเพื่อสันติภาพ สิทธิมนุษยชน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน แถลงคัดค้านการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของพลเอกอาวุโส มิน ออง ไลง์