กัมพูชาส่งตัวหัวหน้าแก๊งฉ้อโกงทางไซเบอร์ที่ถูกกล่าวหาไปยังจีน

หัวหน้าแก๊งฉ้อโกงทางไซเบอร์ที่เกิดในจีนถูกส่งตัวมาจากกัมพูชา โดยเชื่อมโยงเขากับเฉินจื้อที่ถูกกล่าวหาโดยสหรัฐฯว่าดำเนินเครือข่ายมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

หลี่สง ผู้ต้องหาชาวจีนที่ถูกดำเนินคดีในฐานะหัวหน้าแก๊งฉ้อโกง ถูกส่งตัวจากกัมพูชามายังจีนในสภาพถูกใส่กุญแจมือและถูกนำตัวลงจากเครื่องบินของสายการบินไชน่าเซาเทิร์นแอร์ไลน์ เมื่อวันที่ 1 เมษายน (Photo by CHINA'S MINISTRY OF PUBLIC SECURITY / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 1 เมษายน 2569 กล่าวว่า ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ กัมพูชากลายเป็นแหล่งสำคัญของการฉ้อโกงทางไซเบอร์ โดยกลุ่มอาชญากรข้ามชาติเริ่มแรกมุ่งเป้าไปที่ผู้พูดภาษาจีนเป็นหลัก ก่อนที่จะขยายเป้าหมายและขโมยเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์ต่อปีจากเหยื่อทั่วโลก

สถานีโทรทัศน์ CCTV ของจีนได้เผยแพร่ภาพของ "หลี่สง" ถูกใส่กุญแจมือและถูกตำรวจจีนควบคุมตัวลงจากเครื่องบินของสายการบินไชน่าเซาเทิร์น

สำนักข่าวซินหัวของรัฐบาลจีนระบุว่า หลี่สงเป็นแกนนำของแก๊งพนันและฉ้อโกงข้ามพรมแดนขนาดใหญ่ โดยอ้างอิงข้อมูลจากกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน

"การสืบสวนพบว่าหลี่สง อดีตประธานฮวยวันกรุ๊ป (Huione Group) ภายใต้เครือข่ายกลุ่มบริษัทปรินซ์กรุ๊ป เป็นผู้ต้องสงสัยในหลายคดี" สถานีโทรทัศน์ CCTV รายงาน

รายงานยังเรียกหลี่สง ว่าเป็น "สมาชิกหลักในแก๊งอาชญากรของเฉินจื้อ"

ทั้งนี้ เฉินจื้อ ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทปรินซ์กรุ๊ปซึ่งถูกสหรัฐฯ ฟ้องร้อง เพิ่งถูกส่งตัวจากกัมพูชาไปยังจีนในเดือนมกราคม

เฉินเกิดในประเทศจีนเช่นกัน และเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของทั้งนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา และฮุน เซน บิดาของเขา

ฮุน มาเนตเคยกล่าวไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ว่า รัฐบาลไม่รู้ว่าเขาเป็นหัวหน้าใหญ่ และปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการสมรู้ร่วมคิดของรัฐบาล พร้อมระบุว่าศูนย์ฉ้อโกงเหล่านี้กำลังทำลายเศรษฐกิจของกัมพูชาและทำให้ประเทศเสียชื่อเสียง

เฉินและหลี่ต่างได้รับสัญชาติกัมพูชา ซึ่งต่อมาถูกเพิกถอนโดยรัฐบาลพนมเปญ

ปัจจุบัน หลี่สงถูกควบคุมตัวภายใต้มาตรการบังคับตามกฎหมาย

กระทรวงมหาดไทยของกัมพูชากล่าวในแถลงการณ์ว่า หลี่ถูกจับกุมในกัมพูชาและถูกส่งตัวกลับประเทศตามคำขอของทางการจีน หลังจากการสืบสวนร่วมกันนานหลายเดือน

โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนกล่าวว่า "การต่อสู้กับการพนันออนไลน์และการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของประชาคมโลก"

สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ระบุว่า แก๊งอาชญากรได้ใช้คาสิโน, โรงแรม และสถานที่ที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นฐานในการก่ออาชญากรรมออนไลน์ที่ซับซ้อน ทั้งการหลอกลวงผู้คนทั่วโลกผ่านความสัมพันธ์โรแมนติกปลอมและโครงการลงทุนสกุลเงินดิจิทัล

องค์กรตรวจสอบสิทธิมนุษยชนระบุว่า กัมพูชามีศูนย์กลางการหลอกลวงหลายสิบแห่ง โดยมีผู้คนหลายหมื่นคนกระทำการหลอกลวงออนไลน์ บางคนทำด้วยความสมัครใจและบางคนถูกค้ามนุษย์

เมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลวอชิงตันกล่าวหาว่ากลุ่มบริษัทปรินซ์ (Prince Group) หนึ่งในกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่สุดของกัมพูชา ทำหน้าที่เป็นฉากบังหน้าของหนึ่งในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

อัยการสหรัฐฯ กล่าวหาว่าเฉิน ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทปรินซ์ เป็นผู้กำกับดูแลการดำเนินงานของค่ายแรงงานบังคับทั่วกัมพูชา ซึ่งแรงงานที่ถูกค้ามนุษย์ถูกกักขังในสถานที่คล้ายเรือนจำที่ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงและลวดหนาม

กลุ่มบริษัทปรินซ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

ในเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายด้านอาชญากรรมทางการเงินของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ (FinCEN) กำหนดให้กลุ่มบริษัทฮวยวันเป็นแหล่งฟอกเงินที่น่าสงสัยอย่างมาก โดยระบุว่าบริษัทดังกล่าวอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมายมากกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์ระหว่างเดือนสิงหาคม 2021 ถึงมกราคม 2025

ต่อมาในเดือนตุลาคม FinCEN ห้ามสถาบันการเงินของสหรัฐฯ ไม่ให้เปิดบัญชีกับฮวยวันและดำเนินการธุรกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทที่ตั้งอยู่ในกัมพูชาแห่งนี้

FinCEN ระบุว่า "กลุ่มบริษัทฮวยวันเป็นศูนย์กลางสำคัญในการฟอกเงินที่ได้จากการโจรกรรมทางไซเบอร์" ที่ดำเนินการโดยเกาหลีเหนือ และสำหรับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ทำการหลอกลวงการลงทุนสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งรู้จักกันทั่วไปในชื่อ 'การฆ่าหมู' และอื่นๆ

ทางการกัมพูชาให้คำมั่นว่าจะปิดศูนย์กลางการหลอกลวงออนไลน์ทั้งหมดภายในสิ้นเดือนเมษายน

การผลักดันการบังคับใช้กฎหมายซึ่งนักวิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเพียงการสร้างภาพนั้น เกิดขึ้นหลังจากการจับกุมเฉินจื้อ และทำให้ผู้คนหลายพันคนหลบหนีออกจากสถานที่ต้องสงสัยว่าเป็นแหล่งหลอกลวงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผงะ! ศูนย์ต่อต้านฉ้อโกงออนไลน์ เผยสัปดาห์เดียวสูญเฉียด 500 ล้าน วัยรุ่น 21-30 ปีเหยื่ออันดับหนึ่ง

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เผยสัปดาห์เดียวสูญเฉียด 500 ล้าน รวบขบวนการแก๊งสแกมเมอร์รวม 17 ราย ขณะที่กลุ่มอายุ 21-30 ปี ตกเป็นเหยื่ออันดับหนึ่ง แซงหน้าวัยทำงาน

ศปอท.ออกเกณฑ์ขึ้นบัญชี เอี่ยวอาชญากรรมไซเบอร์

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศของศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) จำนวน 2 ฉบับ

รวบแก๊งแสบอ้างแจกซิมฟรี หลอกนักเรียนสแกนหน้า เปิดซิมผีส่งต่อสแกมเมอร์

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ,  พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.)  ,พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 2 , 4 และ 5 กองบังคับการปราบปราม

'โจรไซเบอร์' อาละวาดหนัก สัปดาห์เดียวพุ่ง 7,290 คดี เสียหาย 481 ล้าน

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวงภายใต้ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ตั้งแต่วันที่ 8-14 ก.พ.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline